ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

ํYim เข้าไว้

ดีค๊าบเพื่อนๆ ยินดีต้อนรับสู่บล็อคผม ผมอยากจะเขียนเรื่องผ่อนคลายๆให้คุณยิ้มได้ วันละนิดก็ยังดี

respond24 กุมภาพันธ์ 2551

หัวใจภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสอบ A - NET

หัวใจภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสอบ A - NET

หัวใจภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสอบ A - NET

อ. ปิยะชาติ ชื่นจิต และคณาจารย์วิชาภาษาฝรั่งเศส

NISIT Academy

                                                                                                                                                                     

                กล่าวกันว่าการเรียนภาษาต่างประเทศให้ได้ผลดีนั้น  รู้เพียงแต่คำศัพท์อย่างเดียวคงไม่พอ โดยเฉพาะภาษาฝรั่งเศส เพื่อให้เข้าใจภาษามากขึ้นและใช้ภาษาได้อย่างถูกต้องมากยิ่งขึ้น น้องๆ จำเป็นต้องศึกษาทั้งคำศัพท์ สำนวนภาษา ไวยากรณ์ รวมทั้งวัฒนธรรมด้วย

                น้องๆ รู้ไหมว่าไวยากรณ์เป็นพื้นฐานสำคัญในการเรียนภาษาทุกภาษา ถึงแม้จะมีหลายคนบอกว่า “เรียนภาษาไม่ต้องรู้จักไวยากรณ์หรอก แค่พูดได้ เข้าใจ และสื่อสารกับฝรั่งได้ก็หรูแล้ว” จากคำพูดนี้ ก็มีส่วนถูกต้อง เพราะภาษาพูดไม่ต้องเครียดเรื่องไวยากรณ์ แต่ในภาษาเขียนไวยากรณ์ยังถือว่ามีความสำคัญมาก เช่น การแต่งเรียงความ การเขียนจดหมายสมัครงาน หรือ การเขียนบทความนั้น ถ้าน้องๆ เขียนถูกต้องแล้ว สิ่งนี้จะการันตีว่าคุณเป็นผู้ที่รู้ภาษาต่างประเทศได้ในระดับดี

                ไวยากรณ์ในภาษาฝรั่งเศสมีมากมาย พูดไปเป็นปีก็ไม่จบ พี่ขอหยิบยกเรื่องกาลมาเล่าสู่กันฟังพอสังเขปเพื่อสะกิดต่อมเรียนรู้ของน้องๆ ในระดับมัธยม

                สาเหตุหนึ่งที่ได้หยิบยกเรื่องนี้มาพูด เพราะ คำกิริยา (les verbes) ในภาษาฝรั่งเศสนั้นต้องผันเยอะมาก ทั้งตามประธาน ตามวิธีใช้ และตามกาลอีกด้วย เพื่อช่วยลดภาระในการเรียนภาษาฝรั่งเศสในห้องเรียน พี่จึงตัดสินใจสรุปเรื่องการกระจายคำกิริยาในกาลต่างๆ มาให้

 

                Le présent แสดงว่าเหตุการณ์นั้นเกิดขึ้นในปัจจุบัน

                สามารถแบ่งคำกริยาได้เป็น 3 กลุ่ม ดังนี้

1. คำกริยากลุ่มที่ 1 (les verbes au ler grou)

ได้แก่คำกริยาที่ลงท้ายด้วย _____ er

รูปแบบ   ให้ตัด er ทิ้ง แล้วเติมส่วนท้ายดังต่อไปนี้

                Je__________ e                                     Nous________ o­ns

                Tu_________ es                                    Vous________ ez

                Ils/Elles_____ e                                        Ill/Elles______ ent

 

Ex.                 v.travailler

                                Je                           travaille                             Nous              travaillons

                                Tu                         travailles                           Vous              travaillez

                                Il/Elle                travalle                               Ils/Elles         travaillent

 

2. กริยากลุ่มที่ 2 (les verbes au 2 eme groupe)

ได้แก่กริยาที่ลงท้ายด้วย _____ ir

รูปแบบ ให้ตัด ir ทิ้ง แล้วเติมส่วนท้ายดังต่อไปนี้

                    Je_________ is              Nous_________ issons

                    Tu________ is               Vous_________ issez

                    Il/Elle_____ it                 Ill/Elles_______ issent

 

Ex.              v. Punir

 

                   Je                punis           Nous           punissons

                   Tu               punis           Vous           punissez

                   Ill/Elle punit            Ils/Elles        punissent

                    

3. คำกริยากลุ่มที่ 3 (les verbes au 3 eme groupe)

                เป็นกลุ่มที่ไม่มีกฎกระจายตามตัว ดังนั้นผู้เรียนต้องท่องจำทีละนิดจนให้เกิดความชำนาญ กลุ่มนี้มักจะลงท้ายด้วย _____ re, _____ ir, _____ dre, etc.

 

Ex.  v. prender

                                Je                prend                    Nous           prenons

                                Tu               prends                   Vous           prenez

                   Ill / Elle        prend                    Ils / Elles      prennent

                  

v. lire

 

                   Je                lis                          Nous           lisons

                   Tu                         lis                          Vous           lisez

                   Il/Elle                  lis                          Ils/Elles        lisent

                  

v. sortir

 

                   Je                sors                      Nous           sortons

                   Tu               sors                      Vous           sortez

                   Il/Elle           sort                       Ils/Elles        sortent

 

Les temps dubpassé กาลบอกอดีต

Le passé récent แสดงเหตุการณ์ในอดีตที่เพิ่งจะจบ โดยมีระยะเวลาไม่นาน (มักจะไม่เกิน 1 วัน)

รูปแบบ  กระจาย  v.venir ใน le present + de inf = เพิ่งจะ

Ex.                   Ju              viens                     travailler

                         Tu             viens                     travailler

                         Il / Elle     vient          de        travailler     tout a l’heure

                         Nous         venons                  travailler

                         Vous         venez                    travailler

 

คำบอกเวลา                          tout à l’heure    เมื่อตะกี้นี้

                   it y a un instant    เมื่อสักครู่ที่ผ่านมานี้

                    it y a 20 monutes/ uns heure. 20 นาที/1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

 

Le passé composé ใช้แสดงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในอดีต (มักจะกินระยะเวลาเกิน 1 วัน) และเสร็จสิ้นทันที

รูปแบบ  ผัน v.avoir/être ใน le présent + participle passé (p.p)

 

Ex.     J’ai lu ta letter (v.lire)

          Nous avons pris un bain. (v.prendre)

 

** หมายเหตุ

1. กริยาที่ใช้ v.avoir เป็นกริยาช่วย p.p ไม่ต้อง accord

2. กริยาที่มี se นำหน้า และกริยาที่แสดงการเคลื่อนไหวที่ใช้กับ être เช่น aller, venir, sortir, monter, descendre, passer, partir, arriver, tomber, entrer, rentrer, revenir, devenir, rester, naître, mourir, etc. ต้อง  accord กับประธาน

Ex.      Elle est sortie de l’ école depuis midi.

 

วิธีการทำ p.p.

1. ตัด er  เติม é                    manger » mangé

2. ลงท้ายด้วย ir ให้ตัด r ออก     finir » fini

                                      dormer » dormi

3. อื่นๆ

mettre          »         mis             attendre       »        attendu

comprendre »         compris      voir             »        vu

plaire                     »         plu             avoir            »        eu

mourir         »         mort           faire             »        fait

prendre        »        pris             descendre    »        descendu

répondre      »        répondu       batter           »        battu

dire                       »        dit               écrire           »        écrit

conduire      »        conduit        cuire            »        cuit

          

L’imparfait

รูปแบบ   กระจายกริยาใน présent ของประธาน nous แล้วตัด ons เติมส่วนท้ายดังนี้

                   Je______ ais                   Nous_______ ions

                   Tu_____  ais                  Vous_______ iez

                   Il/Elle___ ait          Ils/Elles_____aient

 

การใช้

1. ใช้บรรยายสหภาพ ลักษณะ และนิสัยในอดีต

Hier, il faisait beau.  เมื่อวานอากาศดี

Quand j’étais petit, j’habitais en ville.     เมื่อฉันยังเด็ก ฉันอาศัยอยู่ในเมือง

Autrefois, Paris s’appelait Lutèce.    ในสมัยก่อนปารีสมีชื่อว่า ลูแตส

2. แสดง 2 เหตุการณ์ในอดีต เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และกำลังดำเนินอยู่ในอดีตใช้ l’imparfait ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดแทรก แล้วจบใช้ le passé composé

Lorsque nous regardions la télévision, quelqu’ un a sonné.

ขณะที่เรากำลังดูทีวีอยู่ มีใครบางคนมากดกริ่ง

3. แสดงการชักชวน (ไม่เกี่ยวกับเรื่องอดีต)

Si o­n allait au cinéma?

Si nous allions au cinéma? เราไปดูหนังกันไหม

                 

Le plus-que-parfait (p.q.p.)

รูปแบบ กระจาย v.avoir/être ใน 1’imparfait + p.p.

                   v.avoir                                    v.être

                                               

                   J’avais         + p.p.                    J’étais                   + p.p.          (e)

                   Tu avais                                    Tu étais                 (e)

                   Il/Elle avait                                Il était

                   Nous avions                              Elle etait                (e)

                   Vous avions                              Nous étions           (s,es)

                   Il/Elles avaient                           Vous étiez             (s,es,e)

                                                                             Ils étaient               (s)

                                                                             Elles étaient           (es)

การใช้  ใช้ในกรณี เกิดก่อน และ เกิดหลังในอดีต

                                เกิดก่อน   le plus-que-parfait

                      เกิดหลัง   le passé compose   บอก เกิดแล้วจบทันที

                                l’imparfait   บอกสภาพ นิสัยในอดีต หรือมีระยะเวลามาเกี่ยวข้อง

Ex.    Quand les pompiers sont arrivés, la maison avait brule.

          เมื่อนักดับเพลิงเดินทางมาถึง บ้านก็ถูกเผาวอดวายไปเรียบร้อยแล้ว

               Comme il avait neigé toute la journée, les champs étaient tout blancs.

          เนื่องจากหิมะตกตลอดวัน ท้องทุ่งนาจึงขาวไปหมด (บรรยายสภาพทุ่งนาหลังหิมะตก)

                          

Les temps du futur  กาลบอกอนาคต

1. Le future proche ใช้แสดงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้

รูปแบบ   กระจาย v.aller ใน le présent + inf

          Je vais manger.

          Tu vas manger.

          Il/Elle va manger.

          Nous allons manger.

          Vous allez manger.

          Ils/Elles vont manger.

 

คำบอกเวลา

tout à l’heure        อีกประเดี๋ยว

tout de suite          ทันทีทันใด

dans 10 minutes/ une heure       อีก10 นาที/ 1 ชั่วโมงข้างหน้า

 

Le future simple

                ใช้บอกเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต (มักจะเกิน 1 วัน) มักจะมีคำบอกเวลาดังต่อไปนี้ demain, bientot, l’année prochaine, la semaine prochaine, dans 5 jours, dans uns semaine

* ข้อสังเกต dans + เวลา   แสดงเวลาที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

                     il y a + เวลา  แสดงเวลาที่เกิดไปแล้วในอดีต

                                                                                                                                                                                            

 

 

 

วิธีการผันกริยา

นำ inf มาเติมที่ส่วนท้ายของ v.avoir ใน présent

                    Je____  ai             Nous______ o­ns

                    Tu____ as            Vous______ ez

                    Il_____ a              Il/Elles____  ont

 

Ex    Je finirai mon cours dans 2 heures.    ฉันจะเรียนเสร็จอีก 2 ชั่วโมง

             Vous prendrez votre voiture?    คุณจะขับ / ใช้ รถของคุณไหม

 

** หมายเหตุ

1. กริยากลุ่ม 3 ที่ลงท้ายด้วย _re ตัด e ก่อนแล้วจึงเติมส่วนท้าย

Ex.                        Je comprendrai (v.comprendre)

2. กริยาต่อไปนี้เป้นพวกยกเว้น ต้องเปลี่ยนรูป

                   v.être           »          Je serai

                   v.avoir         »          J’aurai

                   v.aller           »          J’irai

                   v.faire          »          Je ferai

                   v.vouloir      »          Je voudrai

                   v.pouvoir     »          Je pourrai

                   v.courir        »          Je courrai

                   v.devoir       »          Je devrai

                   v.pleuvoir     »          Il pleuvra

                   v.venir         »          Je viendrai

                   v.savoir        »          Je saurai

                   v.falloir        »          Il faudra

                   v.voir           »          Je verrai

                   v.envoyer     »          J’enverrai

                   v.recevoir     »          Je recevrai

 

Le future anterieur

รูปแบบ  กระจาย v.avoir/etre ในle future simple + p.p.        

v.avoir

              J’aurai

              Tu auras

              Il/Elle aura             + p.p.

              Nous aurons

              Vous aurez

              Ils/Elles auront

 

v.être

              Je serai                                     (e)

              Tu seras                                   (e)

              Il sera

              Elle sera                 + p.p.          (e)

              Nous serons                             (s,es)

              Vous serez                                (s,es,e)

              Ils seront                                  (s)

              Elles seront                               (es)

การใช้

1. บอกเหตุการณ์ 2 เหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

อนาคตที่เกิดก่อนแล้วจบใช้                  le future anterieur

ส่วนอนาคตที่เกิดตามมาทีหลังใช้          le future simple

Ex.        Après que nous aurons fini  nos cours, nos irons au cirque.

          หลังจากที่เราเรียนเสร็จ เราจะไปโรงละครสัตว์กัน (ทั้ง 2 เหตุการณ์จะเกิดขึ้นในอนาคต)

                  Quand tu auras fini ton travail, tu pourras jouer.

          เมื่อคุณทำงานเสร็จ คุณก็จะสมารถเล่นได้

2. เป็นการมองเหตุการณ์นั้นว่าจะเสร็จสมบรูณ์ในอนาคต โดยมีจุดบอกเวลาที่เจาะจง

Ex.      Demain,

            Dans 3 jours, à cette heure-ci, elle sera arrivée à Paris.

            En 2006,   (ในช่วงเวลานี้ = เจาะจงเวลาในอนาคตว่าจะต้องเสร็จ)

พรุ่งนี้

อีก 3 วัน     ในช่วงเวลานี้ เธอจะมาถึงที่กรุงปารีสเป็นที่เรียบร้อยแล้วใน

ปี 2006

** บางครั้งน้องๆ อาจจะเห็นว่า le future antérieur สามารถใช้คู่กับ l’impératif (ประโยคคำสั่ง) ได้เช่นกัน

Ex       Quand tu auras lit le journal, passe-le-moi.

           เมื่อคุณอ่านหนังหนังสือพิมพ์เสร็จ จงส่งมันมาให้ฉัน

จะเห็นได้ว่า ประโยคแรกเป็น le future antérieur เพื่อบอกอนาคตที่เสร็จสมบูรณ์ว่า เมื่อคุณอ่านหนังสือพิมพ์เสร็จ (จะเสร็จในอนาคต) ส่วน l’impératif จะแสดงให้เห็นว่า เป็นประโยคคำสั่งที่มีความหมายเป็นอนาคตที่เกิดหลังประโยค “เมื่อคุณอ่านหนังสือพิมพ์เสร็จ” นั่นเอง

หลังจากที่น้องๆ ได้อ่านหลักการกระจายคำก