ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

ํYim เข้าไว้

ดีค๊าบเพื่อนๆ ยินดีต้อนรับสู่บล็อคผม ผมอยากจะเขียนเรื่องผ่อนคลายๆให้คุณยิ้มได้ วันละนิดก็ยังดี

respond24 กุมภาพันธ์ 2551

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม

พิพิธภัณฑ์
๑. พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติเชียงแสน
เป็นพิพิธภัณฑ์แห่งเดียวของจังหวัดเชียงราย อยู่ในความดูแลของ กรมศิลปากร กระทรวงวัฒนธรรม เป็นที่รวบรวมโบราณวัตถุที่ได้มาจากบริเวณเมือง โบราณเชียงแสน
และพื้นที่ใกล้เคียง เปิดให้เข้าชมทุกวันพุธ - อาทิตย์
๒. พิพิธภัณฑ์ไร่แม่ฟ้าหลวง
ตั้งอยู่ที่ บ้านงิ้ว ตำบลรอบเวียง อำเภอเมือง เปิดให้เข้าชมทุกวัน อยู่ในความดูแลของมูลนิธิแม่ฟ้าหลวง
๓. พิพิธภัณฑ์อูบคำ ตั้งอยู่ที่ ถนนหน้าค่ายเม็งราย เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชน
ของอาจารย์จุลศักดิ์ สุริยะไชย ที่ได้รวบรวมข้าวของเครื่องใช้ของชนชาติไต และกษัตริย์ในอดีต ประมาณ ๕๐๐ - ๑,๐๐๐ ปีที่ผ่านมา รวมทั้งโบราณวัตถุ ที่หาชมได้ยาก เช่นบัลลังก์ของกษัตริย์ ฉลองพระองค์ทองคำแท้ เครื่องประดับเงิน เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมทุกวัน
๔. พิพิธภัณฑ์ชาวเขา
ตั้งอยู่ที่ ถนนธนาลัย ดำเนินงานโดยสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชนจังหวัดเชียงราย จัดแสดงและจัดฉายสไลด์โชว์วิถีชีวิตความเป็นอยู่ วัตถุสิ่งของ เครื่องมือ เครื่องใช้ ชุดแต่งกายประจำเผ่า รวมทั้งของมูลที่น่ารู้ ของชนเผ่า ๖ เผ่า คือ อาข่า ลีซอ กะเหรี่ยง มูเซอ เย้า และม้ง เปิดให้เข้าชมทุกวัน
๕. พิพิธภัณฑ์บ้านดำ
ตั้งอยู่ที่ ตำบลนางแล อำเภอเมือง จัดเป็นพิพิธภัณฑ์ศิลปะพื้นบ้านในเนื้อที่ กว่า ๑๐๐ ไร่ประกอบด้วยอาคารแบบสถาปัตยกรรมท้องถิ่น ภาคเหนือกว่า ๒๕ หลัง จัดแสดงศิลปะพื้นบ้านซึ่งเป็นงานสร้างสรรของช่างท้องถิ่นตั้งแต่อดีต จนถึงปัจจุบัน
๖. พิพิธภัณฑ์พระ – ประทีปโกลด์แลนด์
ตั้งอยู่ที่ เลขที่ ๑๙๑ หมู่ ๑ ถนนแม่จัน – เชียงแสน ตำบลจอมสวรรค์ อำเภอแม่จัน จัดแสดงพระพุทธรูปโบราณและพระเครื่องเก่าแก่ ทุกยุคทุกสมัยนับจากยุคคันธราษฎร์ ทวารวดี เชียงแสน สุโขทัย อู่ทอง ลพบุรี อยุทธยา รัตนโกสินทร์ จำนวนมากมายเกินกว่า ๕๐๐ องค์ เปิดให้เข้าชมทุกวัน (เปิดให้เข้าชมมิได้จำหน่าย)
๗. ลานทองอุทยานวัฒนธรรมลุ่มน้ำโขง อำเภอแม่จัน
ตั้งอยู่ที่ อำเภอแม่จัน (ทางไปอำเภอแม่อาย) จัดเป็นหมู่บ้านวัฒนธรรมแสดงถึงวิถีชีวิตความเป็นอยู่แบบย้อนยุค เป็นที่ตั้งฆ้องชัยที่ใหญ่ที่สุดในโลก ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๕ เมตร น้ำหนัก ๓ ตัน การแสดงศิลปวัฒนธรรมจากประเทศ ไทย ลาว จีน เปิดให้เข้าชมทุกวัน
๘. หอพิพิธนิทัศน์ (หอฝิ่น)
ตั้งอยู่ที่ บ้านสบรวก ตำบลเวียง อำเภอเชียงแสน จัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติความเป็นมาของฝิ่นตั้งแต่อดีต เปิดบริการให้นักท่องเที่ยวเข้าชมแล้ว
แหล่งประวัติศาสตร์

๑. เวียงพางคำ เวียงพานคำ เวียงพาน
สถานที่ตั้ง
เวียงพางคำ ตั้งอยู่ที่อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย บริเวณรอบที่ว่าการอำเภอแม่สายทั้งสองฟากถนนพหลโยธิน แนวเขตด้านเหนืออยู่ห่างจากชายแดนติดต่อกับอำเภอท่าขี้เหล็กของสหภาพพม่าประมาณ ๑ กิโลเมตรเศษ ส่วนแนวเขตด้านใต้อยู่ใต้ที่ว่าการอำเภอประมาณ ๖๐๐ เมตร ส่วนด้านตะวันออกและตะวันตกของถนนนั้น มีแนวกำแพงเดิมห่างจากถนนด้านละประมาณ ๕๐๐ - ๖๐๐ เมตร ตามความโค้งของถนน
ประวัติความเป็นมา
เวียงพางคำ ปรากฏชื่อในตำนานสิงหนติโยนกชัยบุรีศรีเชียงแสน ว่าเป็นเมืองที่บูรณะขึ้นจากเมืองเดิมของชาวลัวะที่ชื่อว่า เวียงสี่ทวง ซึ่งตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำสาย พระองค์พังเสียเมืองโยนกให้แก่ขอมต้องไปพำนักที่เมืองสี่ทวงและไปได้พระโอรสที่นี่ คือพระองค์พรหมกุมาร พระองค์พรหมกุมารอายุได้ ๑๖ พรรษา ก็ปราบขอมได้โยนกคืน และทรงพระสุบินว่าจะได้พญาช้างเผือกสามเชือกมาเป็นช้างคู่บารมี วันต่อมาพบงูใหญ่ลอยมาตามแม่น้ำโขง ก็ปล่อยให้ผ่านไปสองตัว จนถึงตัวที่สามจึงสงสัยว่าอาจเป็นช้างที่ปรากฏในฝัน จึงคล้องไว้ และพบว่าเป็นช้างจริง แต่ช้างไม่ยอมขึ้นจากน้ำ ปุโรหิตแนะนำให้นำทองคำมาตีเป็นพานอัญเชิญขึ้น ช้างจึงยอมขึ้นจากน้ำ และพาพระยาพรหมไปยังเวียงสี่ทวง พระยาพรหมได้ปรับปรุงและปฏิสังขรณ์เวียงสี่ทวงใหม่และเปลี่ยนชื่อเป็นเวียงพานคำ ในภายหลังเวียงพางคำได้รับการบูรณะปรับผังเวียงแล้วกลายเป็นเมืองร้างไปหลายศตวรรษ โดยไม่ปรากฏบทบาทในตำนานหรือประวัติศาสตร์อีก
ลักษณะทั่วไป
เป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้า วางตัวในแนวทิศเหนือ - ใต้ ขนาด ๕๐๐ x ๑ , ๕๐๐ เมตร มีคูเมืองชั้นเดียวกว้าง ๑๕ . ๒๐ เมตร สูง ๓ เมตร
หลักฐานที่พบ
ปัจจุบันนี้ร่องรอยเดิมของเวียงพางคำได้แก่แนวกำแพงและคูน้ำลึก ซึ่งบางจุดก็ปรากฏครบทั้งสองอย่าง บางแห่งเหลือเพียงคูน้ำลึก และบางแห่งอาศัยลำห้วยธรรมชาติกับเนินเขา ดังนี้
๑ . ทิศเหนือ มีแนวกำแพงที่ด้านเหนือของวัดเวียงพาน กับเหลือกำแพงเล็กน้อยด้านตะวันออกของถนนซึ่งขนานไปกับถนนไปโรงฆ่าสัตว์
๒ . ทิศตะวันออก ถึงมุมด้านตะวันออกเฉียงใต้ บริเวณบ้านป่ายางเหลือกำแพงกับคูน้ำลึกเป็นแห่งๆ
๓ . ทิศใต้ ปรากฏแนวกำแพงชัดเจนทางฟากตะวันตกของถนน เป็นแนวกำหนดเขตแดนของสถานีโรงยาสูบแม่สาย
๔ ทิศตะวันตก เป็นด้านที่มีร่องรอยมากกว่าด้านอื่น คือ ที่หลังวัดเวียงพานหลังโรงพยาบาลแม่สายหลังวัดพรหมวิหาร และหลังสถานีใบยาสูบแม่สาย มีทั้งกำแพงและคูน้ำลึก นอกจากนี้มีคูน้ำธรรมชาติหลังโรงเรียนดรุณราษฎร์วิทยา และคูน้ำหลังอาคารที่ว่าการอำเภอแม่สาย
เส้นทางเข้าสู่เวียงพางคำ
ถนนพหลโยธินได้ผ่าเวียงพางคำจากเหนือลงใต้ออกเป็นสองฟาก ซึ่งมีถนนซอยหลายซอยออกไปยังชุมชนทั้งสองฟาก นอกจากนี้บางส่วนของแนวเวียงพางคำอยู่ในเขตของสถานที่ราชการ หรือติดต่อกับสถานที่ราชการ และชุมชน การเข้าไปชมร่องรอยของเวียงพางคำจึงสะดวกทุกด้าน

. เวียงเชียงแสน
อาณาเขต
เมื่อแรกสร้าง มีพื้นที่ครอบคลุมบริเวณที่ราบลุ่มเชียงแสนทั้งหมด มีอาณาเขตทิศเหนือติดต่อกับเมืองกายสามเท้า ทิศใต้ติดต่อกับเมืองเชียงราย ที่ตำบลแม่เติม ทิศตะวันออกติดต่อกับเมืองเชียงของที่ตำบลเชียงชี ทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดต่อกับแดนฮ่อที่ตำบลเมืองหลวง และทิศตะวันตกเฉียงใต้ติดต่อกับเมืองฝาง ที่กิ่วคอสุนัข หรือกิ่วสไต
ประวัติศาสตร์เชียงแสน จังหวัดเชียงราย
เมืองประวัติศตร์ที่ผสมผสานระหว่างอดีตกับปัจจุบันในเขตจังหวัดเชียงรายที่สำคัญ ได้แก่ เมืองเชียงแสน เนื่องจากมีประวัติความเป็นมาค่อนข้างชัดเจน และยังปรากฏร่องรอยโบราณวัตถุโบราณสถานหลายแห่ง จากหลักฐานโบราณคดีสันนิษฐานว่า การสร้างเมืองคงเริ่มขึ้นระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๑๙ เป็นต้นมา ตามที่ระบุไว้ในชุนกาลมาลีปกรณ์ และพงศาวดารโยนก เพราะศักราชดังกล่าวใกล้เคียงกันใกล้เคียงกันมาก รวมทั้งเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นสืบเนื่องกันมาสัมพันธ์กับรูปแบบ อายุสมัยของของโบราณวัตถุสมัยประวัติศ่สตร์ที่สร้างขึ้นทั้งในและนอกตัวเมืองซึ่งมีอายุหลังกลางพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ลงมาทั้งสิ้น
พ . ศ . ๒๔๘๒ ทางราชการเปลี่ยนชื่ออำเภอเชียงแสนเป็นแม่จัน และย้ายที่ทำการไปอยู่ที่แม่จันห่างจากที่ว่าการอำเภอเดิมประมาณ ๓๐ กิโลเมตร ตำบลที่ตั้งที่ว่าการอำเภอนี้เรียกว่าเชียงแสนใหม่ หรือเชียงแสนแม่จัน ส่วนเมืองเชียงแสนนั้นมีฐานะเป็นกิ่งอำเภอ ต่อมาในปี พ . ศ . ๒๕๐๐ จึงยกฐานะเป็นอำเภอเชียงแสน และรัฐบาลได้ตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูบูรณะอำเภอเชียงแสนขึ้น โดยมอบหมายให้กรมศิลปากรดำเนินการฟื้นฟูบูรณะและอนุรักษ์โบราณสถานที่สำคัญในเมืองเชียงแสน
ตั้งแต่พ . ศ . ๒๕๐๐ เป็นต้นมา
ปัจจุบันร่องรอยของโบราณสถานในอำเภอเชียงแสนที่หลงเหลือให้เห็น มักเป็นซากปรักหักพังของสิ่งก่อสร้างในพุทธศาสนา ได้แก่ พระเจดีย์ และพระวิหาร ซึ่งส่วนใหญ่มีรายชื่อปรากฏอยู่ในพงศาวดารเมืองเงินยางเชียงแสน และมีวัดอยู่ทั้งสิ้น ๑๔๐ วัด แบ่งออกเป็น ๒ กลุ่ม ได้แก่วัดในเมือง ๗๖ วัด และวัดนอกเมือง ๖๕ วัด การเรียกชื่อวัดต่าง ๆ ได้ยึดถือจากตำแหน่งที่ระบุไว้ในพงศาวดารล้านนาซึ่งเขียนขึ้นภายหลัง โบราณสถานที่สำคัญและน่าสนใจ ได้แก่
วัดพระธาตุจอมกิตติ
ตั้งอยู่บนดอยจอมกิตติ นอกเมืองเชียงแสนไปทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือประมาณ ๑ . ๗ กิโลเมตร สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ เจดีย์จอมกิตติที่ตั้งบนฐานรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัสเตี้ย ๆ ถัดขึ้นไปเป็นฐานบัวคว่ำย่อมุมซ้อนกันสี่ชั้นรองรับเรือนธาตุย่อมุมเช่นกัน มีซุ้มประดิษฐานพระพุทธรูปปูนปั้นประทับยืนทั้งสี่ด้าน ส่วนยอดทำเป็นกลีบมะเฟืองรองรับปล้องไฉนและปลียอด ส่วนเจดีย์จอมแจ้งและเจดีย์สวนสนุกนั้นอยู่ในบริเวณใกล้เคียง
ตำนานการสร้างพระธาตุจอมกิตติค่อนข้างจะสับสนเพราะมีการสร้างถึง ๒ ครั้งกล่าวคือ ครั้งแรก พระเจ้าพังคราชและพระเจ้าพรหมมหาราช พระราชโอรส โปรดเกล้าฯ ให้สร้างขึ้นเมื่อพ . ศ . ๑๔๘๓ เพื่อบรรจุพระบรมสารีริกธาตุกระดูกหน้าผาก กระดูกอก และกระดูกแขนของพระองค์ สมัยเดียวกับการสร้างพระธาตุจอมทองของเมืองเชียงราย ครั้งที่ ๒ พระเจ้าสุวรรณคำล้าน เจ้าเมืองเชียงแสน ให้หมื่นเชียงสงสร้างขึ้นเมื่อปี พ . ศ . ๒๐๓๐ ซึ่งตรงกับรัชสมัยพระยอดเชียงราย ก่อสร้างเจดีย์ครอบองค์เดิม ต่อมาพระธาตุฃำรุด ทรุดโทรมมาก เจ้าฟ้าเฉลิมเมืองพร้อมด้วยคณะศรัทธาได้บูรณะปฏิสังขรณ์อีกเมื่อปี พ . ศ . ๒๒๒๗ จากรูปทรงสถาปัตกรรมขององค์เจดีย์ที่ปรากฎในปัจจุบัน พระเจดีย์องค์นี้คงไม่เก่าไปกว่าพุทธศตวรรษที่ ๒๑ ส่วนพระพุทธรูปประทับยืนในซุ้มทิศ ( ส่วนที่เป็นของเดิม ) คงจะซ่อมเสริมสร้างขึ้น ภายหลังระหว่างพุทธศตวรรษที่ ๒๒ – ๒๓ ปัจจุบันเจดีย์องค์นี้ได้รับการบูรณะเสริมความสร้างมั่นคงและปิดทองแผ่นทองจังโกใหม่
วัดพระธาตุผาเงา
ตั้งอยู่นอกเมืองทางทิศใต้ ห่างจากที่ว่าการอำเภอเชียงแสนไปตามเส้นทางเชียงของ - เชียงแสน ประมาณ ๕ กิโลเมตร อยู่ตรงข้ามโรงเรียนบ้านสบคำ เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรม มีเนื้อที่ประมาณ ๑๔๓ ไร่ สิ่งสำคัญภายในวัด ได้แก่ พระธาตุผาเงา ซึ่งเป็นเจดีย์ทรงระฆังขนาดเล็กตั้งอยู่บนก้อนหินใหญ่ ซึ่งบูรณะขึ้นใหม่ แต่เดิมเป็นวัดร้าง ชาวบ้านสบคำต้องการย้ายวัดสบคำจากที่เดิมที่ถูกแม่น้ำโขงกัดเซาะพังทลาย จึงมาฟื้นฟูวัดร้างนี้ขึ้นเป็นวัดดังเดิม พ . ศ . ๒๕๒๑ วิหารหลังปัจจุบันสร้างทับวิหารเดิม ภายในวิหารแห่งนี้ได้พบพระพุทธรูปปูนปั้น บริเวณหน้าตักพระประธานที่เรียกว่า หลวงพ่อผาเงา เมื่อวันที่ ๑๗ มีนาคม ๒๕๑๙ สืบเนื่องมาจากตอนที่คณะศรัทธาวัดพระธาตุผาเงาจะทำพิธียกพระประธานขึ้น เพื่อทำการบูรณะ ระหว่างการดำเนินการได้ ค้นพบพระพุทธรูปดังกล่าวถูกฝังใต้ฐานชุกชีพระประธานใหญ่ พระพุทธรูปองค์นี้ประทับนั่งขัดสมาธิราบ ปางมารวิชัย พระพักตร์รูปไข่ พระหนุเป็นปม พระรัศมีเป็นเปลว แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของศิลปะสุโขทัย มีอายุราวพุทธศตวรรษที่ ๑๙ – ๒๐ บนเขาด้านหลังวัด เป็นที่ตั้งของพระบรมนิมติเจดีย์ที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อร่วมฉลองกรุงรัตนโกสินทร์ ๒๐๐ ปี และเทิดพระเกียรติพระมหากษัตริย์ไทย โดยมีท่านผู้หญิงอุศนา ปราโมช เป็นประธาน พร้อมคณะศรัทธาอีกหลายท่าน นอกจากนี้ บนยอดเขายังสามารถมองเห็นทัศนียภาพอันสวยงามของตัวเมืองเชียงแสนได้โดยรอบ
เวียงหนองล่ม
ตั้งอยู่ที่เขตติดต่อระหว่างตำบลโยนก อำเภอเชียงแสน กับตำบลจันจว้าอำเภอแม่จัน จากหลักฐานที่ได้จากการสำรวจ สันนิษฐานว่าอยู่ระหว่างยุคหินใหม่ ถึงไม่เกินพุทธศตวรรษที่ ๑๙ ตำนานและพงศาวดารหลายเล่มกล่าวตรงกันว่า เจ้าชายสิงหนวัติ พาผู้คนมาหาที่ตั้งเมือง พอมาถึงแม่น้ำโขง ก็พบนาคจำแลงเป็นชายมาบอกสถานที่สร้างเมือง จึงตั้งเมืองโยนกนาคพันสิงหนวัติ โดยเอาชื่อองค์ผู้สร้างเมืองรวมกับชื่อนาค หรือโยนกนครหลวง มีกษัตริย์ปกครองสืบจนถึงสมัยพระเจ้ามหาไชยชนะ ผู้คนจับปลาไหลเผือกได้ที่แม่น้ำกก จึงนำมาแบ่งกันกินทั่วเมือง เว้นแต่หญิงม่ายนางหนึ่งไม่มีลูกหลานไม่มีใครให้กิน ตกกลางคืนเกิดแผ่นดินไหว เมืองถล่มลงเหลือแต่บริเวณบ้านของหญิงม่ายจึงเรียกน้ำนั้นว่าเกาะแม่ม่าย และเรียกเมืองนั้นว่าเวียงหนองล่ม หรือเวียงหนอง จากโครงการอนุรักษ์เมืองโบราณและประวัติศาสตร์เชียงแสน มีการสำรวจพื้นที่ของเวียงหนองล่มหลายครั้ง
เกาะดอนแท่น หรือเกาะหลวง
เป็นสถานที่ทางประวัติศาสตร์ที่มีความคลุมเครือในเรื่องสถานที่ตั้ง แต่มีปรากฏในตำนานและพงศาวดารหลายเล่ม ต่างกล่าวตรงกันว่า เมื่อพระเจ้าแสนภูสร้างเมืองเชียงแสน ทรงประทับอยู่ในวังบนเกาะดอนแท่นที่บริเวณหน้าเมืองเชียงแสน จนสวรรคต และตั้งพระบรมศพบนเกาะดอนแท่นระยะหนึ่ง นอกจากนี้ เกาะดอนแท่นยังมีความสำคัญในประวัติศาสตร์พระพุทธศาสนาด้วย กล่าวคือ สมัยพระเจ้ากือนาครองเมืองเชียงใหม่ ทรงนำพระสีหลปฏิมาทำพิธีอภิเษกพระบนเกาะดอนแท่น แล้วนำไปประดิษฐานไว้ ณ วัดพระสิงห์ จังหวัดเชียงราย ราวพ . ศ . ๑๙๒๖ พระมหาเถรเจ้าศิริวังโนำเอาพระพุทธรูปสององค์ เรียกว่า พระแก้วและพระคำมาสร้างเป็นวัดพระแก้ว และวัดพระคำบนเกาะดอนแท่น สมัยพระเจ้าอติโลกราช ทรงให้ร้อยขุนกับสิบอ้านนิมนต์พระพุทธรูปพระเจ้าทองทิพย์องค์หนึ่งจากจอมทอง เมืองเชียงใหม่ ที่เอามาจากเมืองลังกา มาประดิษฐานไว้ที่เกาะดอนแท่น พร้อมทั้งปลูกต้นโพธิ์ไว้ด้วยและเป็นที่เคารพสักการะของชาวเชียงแสนต่อมา
เกาะดอนแท่นพังทลายลงในแม่น้ำโขงเมื่อใดไม่มีผู้ใดทราบ เนื่องจากเมืองเชียงแสนร้างไปตั้งแต่รัชกาลที่ ๑ แห่งกรุงรัตนโกสินทร์ ถึงรัชกาลที่ ๕ จึงฟื้นฟูขึ้นมาเป็นบ้านเมืองอีกครั้ง ส่วนพระแก้วพระคำนั้นมีผู้สันนิษฐานว่า พระแก้วนั้นอาจจะไปอยู่กับผู้อพยพชาวไทยยวนเมืองเชียงแสน ไปอยู่ที่เมืองลำปาง สำหรับพระคำไม่มีปรากฏว่าไปอยู่ที่ใด เคยมีการสำรวจหาที่ตั้งของเกาะดอนแท่นหลายครั้งแต่ไม่สำเร็จเนื่องจากกระแสน้ำเชี่ยวกราก น้ำเย็นจัด ประกอบทัศนวิสัยใต้น้ำของแม่น้ำโขงเท่ากับศูนย์ ไม่สามารถมองเห็นใต้น้ำด้วยตาเปล่า จนถึงปัจจุบันยังไม่มีการสำรวจหาที่ตั้งของเกาะดอนแท่นอย่างเป็นทางการ เนื่องจากแม่น้ำโขงเป็นเส้นทางแบ่งพรมแดนธรรมชาติระหว่างไทย - ลาว เมื่อมิได้มีการขออนุญาตอย่างเป็นทางการ การสำรวจไม่สามารถกระทำได้ เพราะจะกระทบกระเทือนความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

. เวียงกาหลง
เมืองโบราณเวียงกาหลง อำเภอเวียงป่าเป้า เป็นแหล่งโบราณคดีที่มีการค้นพบเตาและชิ้นส่วนภาชนะต่าง ๆ อยู่ในทั่วไปในบริเวณ มีแนวคันดินแลคูเมืองเดิมยังหลงเหลืออยู่บางส่วน เวียงกาหลง สันนิษฐานว่าได้สร้างขึ้นในสมัยพุทธศตวรรษที่ ๕ ( พ . ศ . ๕๐๐ – ๕๙๙ ) ซึ่งปรากฎตามหลักฐานในหนังสือพงศาวดารชาติไทยเล่ม ๒ ของพระบริหารเทพธานี ได้กล่าวถึงแว่นแคว้นยวนเชียง ( หน้า ๔ บรรทัดที่๔ - ๖ ) ว่า “ เมื่อภายหลัง พ . ศ . ๕๙๐ แว่นแคว้นยวนเชียงก็แยกตั้งบ้านเมืองออกไปทางทิศตะวันตกอีกหลายเมือง เช่น
เวียงกาหลง ( เวียงป่าเป้า ) เวียงฮ่อ ดงเวียง เมืองวัง ( วังเหนือ ) แจ้ห่ม เป็นต้น ” และในหนังสือประวัติศาสตร์เชียงราย ซึ่งจัดพิมพ์ในงานฉลอง ๒๕ พุทธศตวรรษ หน้า ๑๓ ก็ปรากฏความคล้ายกันคือ “ ในราวพุทธศตวรรษที่ ๕ มีพวกไทยถอยร่นจากตอนใต้ประเทศจีนปัจจุบัน มาสมทบกับพวกไทยที่เมืองเชียงลาวเพิ่มขึ้นมากทุกที จึงขยายเมืองให้กว้างขวางออกไปอีก เรียกว่า แคว้นชุนยางหรือยวนเชียว มีอาณาเขตแผ่ไปถึงหลายเมือง เช่น เวียงกาหลง ( เวียงป่าเป้า ) แจ้ห่ม เวียงฮ่อ ดงเวียง เวียงวัง
( วังเหนือ ) และเชียงแสน ทั้งนี้ภายหลัง พ . ศ . ๕๙๐ เป็นต้นมา
เมืองโบราณเวียงกาหลง ตั้งอยู่บ้านป่าส้าน หมู่ที่ ๕ ตำบลเวียงกาหลง ห่างจากเส้นทางหลักสายเชียงใหม่ - เชียงราย แยกเข้าทางหลวงจังหวัดหมายเลข ๑๐๓๕ ไปทางอำเภอวังเหนือ จังหวัดลำปาง ประมาณ ๓ กิโลเมตร จะมีทางแยกซ้ายมือเข้าสู่เมืองโบราณเวียงกาหลง ตั้งอยู่บนเนินดิน สันนิษฐานว่าสร้างขึ้นในปี พ . ศ . ๔๙๙ – ๕๐๐ ในปัจจุบันมีสิ่งที่พอจะเห็นได้คือ แนวกำแพงเมืองชั้นนอกและชั้นใน และสิ่งที่สำคัญที่พบในบริเวณใกล้เคียง คือเตาเผาเครื่องเคลือบดินเผา ซึ่งมีลักษณะเฉพาะ เรียกว่า “ เตาแบบเวียงกาหลง ”
ชื่อของเครื่องถ้วยเวียงกาหลงเริ่มเป็นที่รู้จักตั้งแต่ปีพ . ศ . ๒๔๖๗ เป็นต้นมา นับแต่ พระยานครพระราม ( สวัสดิ์ มหากายี ) สำรวจพบซากเตาเผาจำนวนมาในพื้นที่ใกล้เคียงกับเมืองโบราณเวียงกาหลง และได้เขียนบทความผลการสำรวจและศึกษาวิเคราะห์ลงตีพิมพ์ในวารสารของสยามสมาคม
เมื่อปี พ . ศ . ๒๔๘๐ ต่อมาได้มีผู้ใหญ่บ้านของบ้านป่าส้านอ้างว่า ตนได้ฝันเห็นเตาเผาที่ใช้ผลิตเครื่องถ้วย จึงได้ทำการขุดค้นด้วยตนเองและพบเตาเผาในบริเวณบ้านและได้เปิดให้นักท่องเที่ยวได้เข้าชม แหล่งเตาเวียงกาหลงมีพื้นที่กว่า ๑๕ ตารางกิโลเมตร เครื่องถ้วยเวียงกาหลงมีลักษณะเด่น คือ เป็นเครื่องถ้วยที่มีน้ำหนักเบา เนื้อบาง เนื่องจากเนื้อดินที่นำมาใช้ทำการปั้นภาชนะมีคุณสมบัติดี เนื้อดินมีสีขาว สีเหลืองนวลหรือสีเทา เนื้อละเอียด มีเม็ดทรายเล็ก ๆ ปะปนบ้างเล็กน้อย สามารถขึ้นรูปภาชนะได้บางกว่าเครื่องถ้วยที่ผลิตจากแหล่งเตาอื่น ๆ ส่วนการเคลือบนั้นนิยมเคลือบถึงบริเวณเชิงของภาชนะ น้ำเคลือบใส มีทั้งสีฟ้าอ่อน สีเขียวอ่อนและมีสีเหลืองอ่อน

Posted by : sukchai
เวลา : 14:43
จำนวนผู้อ่าน : 5841 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://edunews.eduzones.com/yimyim/3398
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (0)  respond แสดงความคิดเห็น
 

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ วิธีประกอบกล้องดูดาว วิธีตั้งกล้องดูดาว และ วิธีใช้กล้องดูดาว
+ ความหมาย ความเป็นมา วันขึ้นปีใหม่
+ วรรณยุกต์
+ ธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติกันในวันวาเลนไทน์
+ วันวาเลนไทน์ที่ญี่ปุ่น
+ การเขียนบทความ
+ อยากเก่งอังกฤษต้องทำแบบนี้
+ มาสรุปเรื่อง Tenses กานคับ
+ บัญญัติ 10 ประการของพระเจ้า
+ วิธีการวิเคราะห์โจทย์ reading ของ O-NET และ A-NET
+ มาเอา Tenses ให้กระจ่างกัน (ต่อเรื่อง Tenses)
+ หัวใจภาษาฝรั่งเศสเพื่อการสอบ A - NET
+ แฉข้อสอบอังกฤษ O - NET, A – NET ’49
+ โครงสร้าง Tense
+ วันพืชมงคล
+ สำนวนภาษาอังกฤษกับการสอบแอดมิชชั่น
+ เกร็ดความรู้ในการเตรียมตัวสอบแอดมิสชั่นส์
+ การเขียนจดหมายธุรกิจ
+ การฟัง
+ ข้อมูลใหม่เกี่ยวกับสุนทรภู่
+ ความหมายของคำสรรพนาม
+ ความรู้เรื่องวัฒนธรรม
+ คำอุทาน คืออะไร
+ อารยธรรมกรีกโบราณ
+ ศิลปะ
+ ประเพณีแห่เทียน
+ ไตรภูมิพระร่วง
+ Welcoming Speech (คำกล่าวต้อนรับ)
+ การใช้ Think of/ Think about
+ แหล่งท่องเที่ยวทางวัฒนธรรม
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 5 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1 2 3 4 5

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo

นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , ฟังเพลง , สงกรานต์ , ภาวะโลกร้อน , ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก , olympic , สอบตรง , รับตรง , วันแม่ , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission , ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย , ศึกษาต่อต่างประเทศ
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์ , สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัย , เรียนต่อ
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง , แนะแนว
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005