ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

ศูนย์วิชาการ RAC

สอบเข้ามหาวิทยาลัยรับรองผล สอบไม่ติดยินดีคืนเงิน ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.urrac.com

respond12 กรกฎาคม 2551

เรียนอย่างไรจะไปรุ่ง

เรียนอย่างไรจะไปรุ่ง

 

แนวทางในการเตรียมความพร้อมตนเองเพื่อก้าวสู่งานในอนาคต 

คำตอบ   ในอนาคตไม่มีที่ว่างให้คนไม่เก่ง .......ต้อง เก่ง ครับ

ข่าวดี

ทุกคนมีความเก่งในตัวด้วยกันทั้งนั้น  ถ้าทำข้อสอบไม่เก่งก็ต้องพูดเก่ง  ไม่เก่งภาษาไทยก็เก่งภาษาอังกฤษ บางคนเก่งท่อง บางคนเก่งลอก บางคนเก่งวิ่ง

ทุกคนมีความเก่งเป็นของตัวเองเป็นพื้นฐานที่จะพัฒนาตนเอง สู่สาขาแห่งอนาคตได้ 

แต่ข่าวร้าย

ระบบการเรียนการสอนที่ผ่านมาของเรา ยังไม่ส่งเสริม ความเก่งของเรา

หลักสูตรการศึกษาและวิธีการเรียนการสอนที่ผ่านมา ยังคงให้ความสำคัญกับ การป้อนความรู้ และการสอบ

นักเรียนมีหน้าที่  เรียนทุกเรื่อง และสนใจทุกอย่างที่โรงเรียนกำหนด

 โรงเรียนและผู้ปกครองยังคง ปลื้มกับเกรดเฉลี่ยสูงๆ และวัดความสามารถเด็กจากเกรดเฉลี่ย

โธ่ เอาเกรดฟิสิกส์ มาเฉลี่ยกับเกรด พละ ไม่ได้หรอกครับ

คนเก่งด้านภาษา ก็เก่ง ของเขาไป จะมาบังคับให้เขาเก่งชีววิทยาด้วยมันก็ดูแปลกๆ

 

 อ.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์


            ผมเรียกคน เก่งท่องเก่งจำ เก่งทำข้อสอบ ว่าเก่งแบบเดิม

แต่จากนี้ไป พวกเราต้อง  เก่งแบบใหม่ครับ

เกรดเฉลี่ย 1.5 ก็เก่งได้

เรียนไม่จบยังเก่งได้เลย

 

ประเทศร่ำรวยเขาทำอะไร

**ตารางอันดับความรวย***..................

จากตารางจะเห็นได้ว่าประเทศลักเซมเบิร์กเป็นประเทศที่รวยที่สุดในโลก รายได้ต่อคนต่อหัว 80,000 ดอลลาร์ต่อปี สวิตเซอร์แลนด์รวยเป็นอันดับ 2 มีรายได้เฉลี่ย 44,000 ดอลลาร์ต่อหัวต่อปี อเมริกาอยู่อันดับ 8 ของโลก

ส่วนของเอเชีย ปีนี้ญี่ปุ่นขึ้นมาเป็นอันดับ1 ฮ่องกงอันดับ 2 ส่วนสิงคโปร์อันดับ 3  แล้วลองมาดูไทยเรา อันดับความรวยของเราอยู่ที่ 112 ของโลก เฉลี่ย 2,700 ดอลลาร์ต่อหัวต่อปี นั่นหมายความว่าคนสิงคโปร์มีรายได้มากกว่าเรา 10 เท่า

ลักเซมเบิร์กไม่มีทรัพยากรอะไรเลย แต่เขารวยได้

 สวิตเซอร์แลนด์ขายช็อกโกแลตอันดับ1 โลก แต่ไม่ได้ปลูกต้นโคคาเองเลย

 สิงคโปร์ขายยางเป็นอันดับ 1 โลก ทั้ง ๆ ที่ไม่ได้ปลูกยาง

 ประเทศร่ำรวยเหล่านี้ไม่มีทรัพยากร แต่ว่าเขาก็พัฒนาจนก้าวขึ้นมาอยู่ในอันดับต้น ๆ ของโลกได้ในเรื่องของรายได้

ประเทศ พวกนี้มีสิ่งเหมือนกัน คือพัฒนา คน ซึ่งเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุด ให้มีความรู้ โดยส่งเสริมให้คนแสวงหาความรู้ และจัดแหล่งเรียนรู้ นำความรู้มาใช้ในการพัฒนาชีวิต สภาพแวดล้อม สร้างสรรค์ผลงานต่างๆ

 ความรู้ที่เขามีเป็นความรู้ที่ไม่ได้มีไว้เพื่อสอบแข่งขัน ครับ

ประเทศเหล่านี้ สร้าง  คนเก่ง

ประชากรในลักซัมเบอร์กทั้งประเทศมีไม่ถึงล้านคน แต่เขามี  คนเก่ง  คิดรถยนต์ที่ วิ่งได้โดยพลังงานลม ตอนนี้กำลังส่งให้ประเทศอินเดียผลิตและจะนำออกจำหน่ายในสองสามปีนี้

ประเทศฟินแลนด์มีประชากรไม่ถึง10ล้านคน แต่ คนเก่ง ของเขา สามารถ ทำให้ Nokia กลายเป็นโทรศัพท์มือถือที่มีคนใช้มากที่สุดในโลก

สิงคโปร์ เขาสร้างวินัย ให้คนของเขา มีวินัย ไม่คดโกง จนประเทศของเขา เป็นประเทศที่มีการคอรับชั่นในวงราชการ น้อยที่สุดในระดับโลก

สหรัฐอเมริกาเป็นประเทศที่มีมหาวิทยาลัยมากที่สุดในโลก มหาวิทยาลัยมากกว่าครึ่งหนึ่งในโลกอยู่ที่นี่ครับ  (4,000 แห่ง  จากมหาวิทยาลัยทั่วโลกทั้งหมด 7,800 แห่ง) เพียงแค่แคลิฟอร์เนียรัฐเดียว เขาก็มีมหาวิทยาลัยมีมากกว่าของไทยเราทั้งประเทศรวมกัน

ไอร์แลนด์ประเทศเล็กๆที่มีเศรษฐกิจเติบโตสูงที่สุดในยุโรป ให้การสนับสนุนการศึกษาจริงจังมากว่า10ปีแล้วที่รัฐให้คนไอร์แลนด์เรียนจนจบปริญญาตรีกันโดยไม่ต้องเสียสตางค์เลย

คนในประเทศที่ร่ำรวยจะ แสวงหาความรู้จากแหล่งข้อมูลความรู้ ซึ่งปัจจุบันเราดูได้จากสถิติการใช้ห้องสมุดและการใช้อินเตอร์เนต

ประเทศพวกนี้ มีประชากรชินเตอร์เนต มากกว่า 50%ทั้งนั้น คือมากกว่าครึ่งของคนในประเทศที่เขาใช้อินเตอร์เนต

จำนวนหนังสือในห้องสมุด ของ ลักซัมเบอร์ก มีจำนวนหนังสือมากกว่าจำนวนคนในประเทศถึง 17เท่า

สิงคโปร์ ประเทศที่มีประชากร4-5 ล้านคน แต่ทุกคนเป็นสมาชิกห้องสมุด

เราคงแข่งกับเขาได้ยาก ถ้าคนไทยไม่รีบปรับตัว

ถ้าจะเทียบกับ เวียดนาม ปัจจุบันไทยเราเหนือกว่าเวียดนาม ทั้งรายได้ต่อหัวและอัตราเติบโตทางเศรษฐกิจ

แต่มีข้อมูลด้านการใช้อินเตอร์เน็ตของเวียดนามที่น่าทึ่ง

ปี 2000  คนเวียดนาม 80ล้านคนมีคนใช้อินเตอร์เนตเพียงแค่ 200,000คน ในขณะที่คนไทยใช้ 1,600,000คน

วันนี้คนไทยใช้ 12 ล้านคน ส่วนเวียดนามใช้ 20ล้านคน

วันก่อนเราชนะเวียดนาม 10เท่า แต่วันนี้เราแพ้เขา 2 เท่าแล้ว

มีนักเศรษฐศาสตร์หลายคนที่บอกว่าเวียดนามเป็นคู่แข่งทางเศรษฐกิจที่น่ากลัว

ข้อมูลด้านการศึกษามันบอกอดีต ปัจจุบันและอนาคตได้เป็นอย่างดี และมีประโยชน์ในการที่เราจะใช้มันมาปรับปรุงแก้ไขกัน ทั้งในเรื่องของการพัฒนาแนวคิดและรูปแบบการเรียนการสอน และหลักสูตร

ข้อมูลด้านการศึกษาที่ไทยเราติดอันดับโลก

ห้องเรียนไทยมีความอบอุ่น เป็นอันดับ5 ของโลก

จำนวนนักเรียนในห้องเรียน ของไทยเรามากเกินไป จนครูไม่สามารถนำหลักการ ผู้เรียนเป็นสำคัญ มาใช้ได้ ห้องเรียนเลยกลายเป็นที่สอน นักเรียนก็มีหน้าที่ เรียน

การกระตุ้นให้เกิดความใฝ่รู้ใฝ่เรียนทำได้ยาก

การพัฒนาความคิดสร้างสรรค์ ทำไม่ได้เลย

 

นักเรียนไทยใช้เวลาอยู่ในห้องเรียนมากที่สุดในโลก

เด็กไทยจมอยู่แต่ในห้องเรียน และโรงเรียนกวดวิชา เรียนเรื่องเก่าๆเดิมๆซ้ำๆ จนลืมไปว่า โลกและสิ่งแวดล้อม สังคม มีอะไรให้ศึกษาและเรียนรู้อีกมากมาย

เด็กไม่มีเวลาทำสิ่งที่ชอบ ค้นหาสิ่งที่สนใจ และค้นพบความเป็นตนเอง

ศักยภาพ อัจฉริยภาพ ถูกลดทอน เพราะระบบการศึกษาที่ทำให้คนกลายเป็นตำราเดินได้

ตั้งแต่มีการปฏิรูปการศึกษา เราเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลง เห็นนักเรียนทำกิจกรรมที่แตกต่างกันไปตามความสนใจ เห็นครูนั่งดูเด็กออกมาบรรยาย เห็นเด็กหัวเราะและสนุกสนานในห้องเรียน

มาถูกทางแล้วครับ

แต่ยังมีอีกมากมาย ที่ครูและผู้บริหาร ยังคงต้องกังวลกับการตรวจสอบมาตรฐานการศึกษา ยังคงกังวัลว่าเด็กจะมีเวลาเรียนวิชาต่างๆน้อยเกินไป

บางโรงเรียนยังพัฒนาเด็กทุกคน ให้เป็น นักเรียนที่ เก่งแบบเก่า

เห็นข้อมูลแล้วก็คงจะบอกได้ว่า ถึงเวลาอันสมควรที่เราเตรียมความพร้อมให้แก่เด็ก ๆ ในรูปแบบใหม่ ให้เขาสนุกที่โรงเรียน เขาจะได้มี “ความเก่ง” ในรูปแบบใหม่ สามารถรับมือกับโลกในอนาคตได้อย่างมั่นคง...

 

 

เก่งแบบใหม่เก่งอย่างไร

ต้องเก่งแบบ บิลล์ เกตส์ คือรู้ว่าตัวเองเก่ง ตัวเองชอบอะไรแล้วก็ลุยเลย  เขาเรียนปี 2 ที่ฮาร์เวิร์ด ดร็อปการเรียนไว้ ป่านนี้ยังเรียนไม่จบปริญญาตรีครับ เขาสนใจเรื่องอินเตอร์เน็ต เรื่องคอมพิวเตอร์และเป็นคนแรกของโลกที่ทำให้เราสื่อสารกับคอมพิวเตอร์ง่ายๆ แค่ปลายนิ้ว ไม่ต้องเรียนมากมาย ไม่ต้องรู้จักโปรแกรมก็ใช้งานคอมพิวเตอร์ได้ นี่แหละครับ คนสร้างระบบปฏิบัติการ วินโดว ที่คนทั่วโลกใช้กัน  เขาประสบความสำเร็จและกลายเป็นคนร่ำรวยอันดับหนึ่งของโลกมาหลายปีติดต่อกัน  แต่ปีล่าสุด หลุดอันดับไป เพราะนำเงินไปบริจาคซะเยอะ คนเรียนไม่จบปริญญาตรีคนนี้แหละครับ พูดเรื่องอะไร ดอกเตอร์ยังต้องตั้งใจฟัง

ทุกคนมีความเก่งอยู่ในตัว เพื่อเตรียมพร้อมรับสาขาแห่งอนาคต

ถ้าอยากเก่งแบบใหม่ ลองสำรวจดูตัวเองว่าเราอยาก้ก่งแบไหน เหมาะกับทางใค

ผมมีแนวทางในการเลือกเป็น คนเก่งแบบใหม่

เก่งแบบ4+1

คือเลือกเอาหนึ่งใน4ด้าน ซึ่งไม่จำเป็นว่าจะต้องเก่งทุกด้าน เพียงแต่ขอให้เก่งสักด้าน บวกด้านบังคับ เพราะจำเป็นต้องเก่งอีก1ด้าน แค่นี้ก็สามารถทำงานในอนาคตได้แล้ว

เลือก 4 เก่งได้ดังนี้ครับ …

1.เก่งภาษา

ในอเมริกาคนจบวิทยาศาสตร์น้อยลง ค่าตัวนักวิทยาศาสตร์ในอเมริกาจึงแพง อเมริการวยได้เพราะงานวิจัย การคิดนวัตกรรมใหม่ ๆ คิดค้นสิ่งประดิษฐ์ใหม่ ๆ แล้วมาจ้างให้ต่างชาติทำ

ในประเทศอินเดีย มีคนจบวิศวะเยอะแยะ ค่าจ้างก็ถูก ภาษาอังกฤษดี ตอนนี้คนอเมริกาจึงต้องมาจ้างคนอินเดียทำงาน เรียกว่าการจ้างงานต่อ (Outsourcing)

จ้างต่อกันจนทำให้ เมืองบังกาลอร์ กลายเป็นแหล่งผลิตโปรแกรม ศูนย์รวมนักวิจัยและพัฒนาด้านไอทีที่ใหย๋เป็นที่สองของโลก รองจากซิลิคอนวาเลย์ ที่ซานฟรานซิสโก

 เดี๋ยวนี้คนรับโทรศัพท์ของโรงแรมที่นิวยอร์ค ไม่ได้นั่งอยู่ที่นิวยอร์คแล้ว แต่มีบริษัทอินเดียที่บังกาลอร์ รับงานต่อ คนรับโทรศัพท์เป็นคนอินเดีย แต่ทำงานเสมือนเป็นพนักงานที่นั่งอยู่ที่โรงแรมในอเมริกา

งานด้านบัญชี รวมทั้งงานวิจัยของอเมริกา จำนวนมากมายหลั่งไหลมาที่ บังกาลอร์

เงินเดือนของคนที่ทำงานในบังกาลอร์ สูงกว่าเงินเดือนของคนอินเดียทั่วไปมากกว่าสองสามเท่าตัว

ที่เชียงใหม่ บริษัททำการ์ตูนจากยุโรปมาจ้างคนไทยทำ ตอนแรก ๆ ก็รับพนักงานที่เขียนการ์ตูนเก่งพูดภาษาอังกฤษได้ เขียนเก่งหาไม่ยาก แต่ที่พูดอังกฤษรู้เรื่องนี่ยากหน่อยครับ คนที่ทำกาตูนร์และพูดอังกฤษได้ จึงรับเงินเดือนสูงกว่าเพื่อนๆที่จบมาพร้อมกันมากกว่าเท่าตัว

 นี่เป็นตัวอย่างเล็ก ๆ ของโลกยุคนี้ โดยเฉพาะที่บังกาลอร์ของอินเดีย เดี๋ยวนี้คนทำงานที่บังกาลอร์ได้เงินเดือนมากกว่าคนที่ทำงานที่อื่นถึง 3 เท่า

ประเทศจีน เห็นอินเดียทำได้ขนาดนี้ก็เอาบ้าง แต่คนจีนมีอุปสรรคในการพูดภาษาอังกฤษทุกวันนี้จึงเร่งฝึกฝนกันสุดฤทธิ์สุดเดช เพื่อที่จะตั้งซิลิคอน วัลเลย์หรือศูนย์รวมไอทีแห่งที่ 3 ของโลกขึ้นมาที่เมืองต้าเหลียน 

แม้วันนี้คนจีนจะยังใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่อง แต่ได้เปรียบตรงที่แต่สามารถพูดภาษาญี่ปุ่นได้ เพราะต้าเหลียนเคยถูกญี่ปุ่นเข้ามาครอบครอง ทำให้คนจีนในเกาะเล็ก ๆ ที่นี่พูดภาษาญี่ปุ่นได้  คนญี่ปุ่นร่ำรวย เศรษฐกิจก็ดี แต่ค่าแรงสูงมาก เดี๋ยวนี้เลยมาจ้างคนจีนทำต่อก็เลยแฮปปี้กันทั้งสองฝ่าย

เพราะฉะนั้นวันนี้ เด็กไทยเราที่กำลังจะไปเรียนเกษตร ไปเรียนประมง ไปเรียนศึกษาศาสตร์ หรือเอกอะไรก็ตามขอให้เก่งภาษารับรองไปรอด นี่คือเก่งแบบแรก ที่เลือกได้

2.เก่งประสาน

ปัจจุบันและในอนาคตจะมีการผสมผสานระหว่างความรู้ด้านต่างที่ดูเหมือนว่าไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันได้ ตั้งแต่สองสาขาหรือสามสาขาขึ้นไป คนที่มีความรู้หลากหลายนี้จะสามมารถ คิด และสร้าง สิ่งใหม่ๆได้ ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งคือ จะเป็นตัวกลางในการสื่อสารความรู้และบูรณาการความรู้ที่แตกแต่งกัน

  เช่น ความร่วมมือระหว่างวิศวคอมพิวเตอร์กับปฐพีวิทยา  มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ได้นำเอาสองสาขามาทำความร่วมมือที่น่าจะเป็นตัวอย่างของเรื่องนี้ได้อย่างดี

คือบ้านเราจะปลูกอะไรขึ้นไม่ขึ้นอยู่ที่ดินและการให้ปุ๋ย  และปุ๋ยที่ทำขายและซื้อใช้กันอยู่ในปัจจุบันคือปุ๋ยสำเร็จรูป

นักปฐพีวิทยาได้ทำการวิจัย พบว่าถ้าปุ๋ยมีสูตรผสมที่เหมาะสมจะทำให้เกิดผลผลิตที่ดีขึ้นกว่า 30% จึงทำเครื่องมือสำรวจดิน ก็แจกจ่ายไปให้เกษตรอำเภอ เกษตรตำบล เพื่อนำตรวจดูค่าของดิน จะรู้ว่าดินเป็นกรดเป็นด่างอย่างไร จะได้นำไปสั่งส่วนผสมปุ๋ยที่ตรงกับสภาพดิน แต่ชาวไร่ชาวนาวัดเสร็จก็ไม่รู้ว่าจะไปบอกทางร้านอย่างไร เพราะไม่ได้เรียนเกษตรมา ด้วยการประสานความรู้ด้านวิศวกรรม ภาควิชาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ก็ได้พัฒนาโปรแกรมขึ้นมาโดยผ่านโทรศัพท์มือถือ เป็นโปรแกรมที่ช่วยชาวไร่ชาวนา ทีนี้พอเกษตรกรนำเครื่องมือวัดไปตรวจสอบดิน ก็เพียงแค่นำค่าที่ครวจสอบได้ ใส่ลงในโทรศัพท์มือถือ แค่กด SEND

สูตรปุ๋ยก็ปรากฏบนหน้าจอ

  ชาวไร่ชาวนาก็ไปซื้อปุ๋ยได้เอง

เรื่องเก่งประสานนี่ไม่ใช่เรื่องใหม่ ที่ มหาวิทยาลัยจอร์เจีย เทคโนโลยี ของสหรัฐ เขาเน้นเรื่องนี้มานาน ตอนนี้คณะวิศวะของที่นี่ใช้ระบบการรับนักศึกษาแบบที่ไม่เคยมีมาก่อน คือ ให้นักเรียนที่มาสมัครเล่นดนตรีแข่งกัน ไม่ต้องมาคณิตศาสตร์แข่งกันแล้ว เพราะว่าอยากได้วิศวกรที่มีจินตนาการ ไม่ต้องการแบบเดิม ๆ คือคิดเลขเก่ง คำนวณเก่งมันจะไม่เกิดนวัตกรรมใหม่ ๆ ขึ้นมา

ในยุโรปตอนนี้เงินเดือนสูงมากๆคือนักสถิติที่เก่งด้านชีววิทยา

มหาวิทยาลัยในต่างประเทศ มีการปรีบเปลี่ยนหลักสูตรเร็วมากครับ

NYUมหาวิทยาลัย นานยาง เป็นหนึ่งในมหาวิทยาลัยชั้นนำของเอเซียด้านวิศวกรรม ตอนนี้เร่งเปิดสาขาที่ มีลักษณะประสาน ใหม่ๆหลายสาขา เช่น สาขา ชีววิศวกรรมและเคมีโมเลกุลวิศวกรรม (นี่คือสาขาเดียวนะครับไม่ใช่สองสาขา)

สาขา  วิศวกรรมและเศรษฐศาสตร์

ในประเทศเราหลายมหาวิทยาลัยก็เริ่มเปิดหลักสูตรประสานกันแล้ว ใครอยากเก่งแบบนี้ก็น่าสนใจนะครับ

 

 

3.เก่งเชี่ยวชาญ 

ถ้าเก่งพูดให้คนขำ ก็ต้องฝึกฝนจนสามารถยึดเป็นอาชีพได้ ตลกเมืองไทยรายได้สูงกว่าหมอนะครับ

ไทเกอร์วูด ลาออกจากสแตนฟอร์ด มหาวิทยาลัยในฝันของคนอเมริกัน เพราะมุ่งมั่นสิ่งเดียวในชีวิต คือ กอล์ฟ และเขาก็กลายเป็นนักกีฬาอาชีพอันดับหนึ่งของโลก

สตีเฟน สปีลเบอร์ก หมกมุ่นทุ่มเทกับการทำหนังตั้งแต่แปดเก้าขวบ และกลายมาเป็นผู้สร้าง อินเดียน่าโจนส์ จูราสสิคพารค์ เป็นตำนานของฮอลลีวูด ทั้งๆที่ไม่เคยเรียนเรื่องการทำหนังในมหาวิทยาลัยใดๆ

แอด คาราบาว เรียนจบด้านสถาปัตย์ แต่คงใช้เวลากับการเรียนรู้ด้านสถาปัตย์น้อยกว่าการทุ่มเทด้านงานดนตรี

140หน่วยกิต เรียนในมหาวิทยาลัย มันไม่พอที่จะทำให้ใคร เก่ง เชี่ยวชาญได้หรอกครับ

ถ้าจะเลือกเก่งด้านนี้ต้องมุ่งมั่นทุ่มเท จริงจัง ค้นหาตนเองแล้วเดินหน้าฝึกฝน หาความรู้

ต้องสำเร็จครับ

 

4.เก่งคิด

 ถ้ายังค้นหาตัวเองไม่ได้ว่าทั้ง 3 ด้านที่ผ่านมา เราจะเก่งจริงหรือไม่ ก็มาสำรวจเรื่องความคิดกัน ปัญหาเด็กส่วนใหญ่ในบ้านเรามักจะเน้นในการทำโจทย์ ตอนเป็นเด็กเรามักจะถูกสอนว่า 2+2 ต้องเป็น 4 ถ้าไม่ตอบ 4 คือผิด ซึ่งการเรียนการสอนแบบนี้มันไม่เกิดความคิดสร้างสรรค์  ลองมาดูการคิดแบบสิงคโปร์ เขาจะถามเด็กว่าเลขอะไรที่มากกว่า 2+2 อาจจะเป็น 7+1 หรือ 9+3 ก็ได้ นี่คือการคิดแบบสิงคโปร์  

ใช้คณิตศาสตร์เหมือนกัน แต่ผลออกมาต่างกันเลย

 ทุกคนมีสิทธิ์คิด มีสิทธิ์ถูกเหมือน ๆ กัน  ไม่จำเป็นว่าจะต้องตอบ 4 ให้เหมือนกันหมดถึงจะถูก

เรื่องความคิดสร้างสรรค์บ้านเรามีปัญหามาก ยกตัวอย่างคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊คราคา 35,000 บาท คนทำอยู่สมุทรปราการ ค่าทำ 5,000 บาท แต่คนคิดรับไป 30,000 บาท นี่เป็นทิศทางของอนาคตแน่นอน

 ถ้าใครเลือกทางนี้จะต้องเริ่มต้นตั้งแต่ตอนนี้  เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ยาก

 ค่าของความคิดสร้างสรรค์เดี๋ยวนี้มันแพงเหลือเกิน 

แค่มีคนคิดเก่ง ๆ ประเทศชาติก็รวยเหลือเกินแล้ว

มาดูเรื่องความคิดสร้างสรรค์ที่เป็นinnovation  คือมีการจดสิทธิบัตร สถิติในอเมริกาชี้ชัดว่าเพียงแค่เขามีคนส่วนหนึ่งทำ innovation ประเทศเขาก็รวยได้แล้ว ฟินแลนด์ประเทศเล็กนิดเดียวแต่มี innovation อันดับ 2 ของโลก

ส่วนเอเชียเราญี่ปุ่นอยู่อันดับ 12 ของโลก

ไทยเราเริ่มดี ปีนี้อยู่อันดับที่ 43 ของโลก ก้าวหน้าขึ้นเยอะมาก นี่เป็นนิมิตหมายอันดี  

**ตารางข้อมูล innovation.......

5.เก่งดำเนินชีวิต 

  นักเรียนน้อยใจแฟน ฆ่าตัวตาย

นักศึกษาเกรดสามกว่ามหาวิทยาลัยชื่อดัง โดดตึกตาย

แห่ซื้อเลขเด็ด

จับสึกพระมั่วสีกาคากุฏิ

สั่งพักการเรียนรุ่นพี่ รับน้องโหด

ประสานงานงา ฉลองรับปริญญา ตายอนาถ คาดว่าเมา

รุมโทรม สารภาพรู้จักทางอินเตอร์เนต

วันนี้เราอยู่ท่ามกลางกระแสของข้อมูลและสังคมที่ซับซ้อนกว่าเดิมมาก  ดังนั้นไม่ว่าจะเก่งด้านใดแต่ถ้าไม่เก่งดำเนินชีวิต ก็น่าเสียดายกับความเก่งที่ต้องมาจบลงง่ายๆ

ความจริงแล้ว ถึงเราจะไม่เก่งด้านใดเลยแต่เราเป็นคนมีน้ำใจ ใครเห็นก็รัก ทำอะไรใครก็อยากช่วย ผมเจอคนอย่างนี้ ไม่ต้องเก่งอะไรประสบความสำเร็จมามากมาย

เราอาจไม่เก่งด้านใดแต่เป็นคนซื่อสัตย์ จนเป็นที่ร่ำรือ อย่างนี้ใครๆก็ต้องการตัว คนไม่เก่งแต่ซื่อสัตย์ ก็ประสพความสำเร็จได้เช่นกัน

คนร่ำรวยมากมายที่ไม่ได้หาเงินเก่ง แต่เก็บมากใช้น้อย ความประหยัดนี่ก็เป็นความเก่งด้านดำเนินชีวิตที่ทำให้เราร่ำรวย

อยากเก่งดำเนินชีวิตลองไปดูแผนที่ชีวิตสิครับที่ www.teenlifemap.com

ที่นี่มีตัวอย่างและเรื่องราวน่าติดตามมาก

พร้อมรับสาขาใหม่ๆงานใหม่ๆที่กำลังจะมา เลือกเอานะครับจะเก่งด้านใด เก่งจริงๆสักด้านก็พอแต่ขอเก่งดำเนินชีวิตด้วยนะ

หวังว่าแนวทางที่นำเสนอจะเป็นประโยชน์กับผู้อ่านและน้อมรับความคิดเห็นที่ wiriyah_r@hotmail.com

หรือ สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์วิชาการ RAC ทั่วประเทศ www.urrac.com  
Posted by : ฝ่ายวิชาการrac
เวลา : 10:10
จำนวนผู้อ่าน : 2905 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://edunews.eduzones.com/urrac/7213
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (10)  respond แสดงความคิดเห็น
 

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ คณบดีมศว-ย้ำสอบตรงต้องได้คนดีคนเก่ง
+ ม.มหาสารคามรับตรง
+ NetDesign จับมือ “ราชมงคลธัญบุรี”อบรมกราฟิกเด็กมัธยมฯ ฟรี!
+ โครงการ สร้างปัญญาวิทย์ ผลิตนักเทคโน
+ เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาใน มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (สกลนคร) ประจำปีการศึกษา 2552 หลายโครงการ
+ วิจัยโอเน็ตใช้รหัสกลางแทนชื่อ นร.
+ สขร.แนะใช้รหัสทำวิจัยถ่วงโอเน็ต
+ โควตา มช.ต่อ ม.รัฐ และ ม.เอกชน
+ เทคนิค 6 ต. เพื่อสอบแอดมิชชั่นให้ "ติด"
+ สร้างสรรค์สิ่งแวดล้อม
+ รำลึก"พระบิดาแห่งวิทยาศาสตร์ไทย" ม.ราชภัฏร้อยเอ็ดจัดนิทรรศการเทิดพระเกียรติ
+ โครงการให้สิทธิพิเศษ นักเรียนใน 14 จังหวัดภาคใต้ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์
+ 10ปียกเลิกเอ็นทรานซ์
+ OPEN HOUSE มทร.ธัญบุรี
+ 1,000 ทุน ม.โยนก
+ อาชีพที่ < อาจจะ > ฮอตฮิตที่สุดในอนาคต
+ En-Tech Open World 2008 ม.ศิลปากร
+ ทุนการศึกษา เยาวชนยูซีอี
+ ทุนการศึกษา แพทย์พระมงกุฎ
+ "สัปดาห์วิทย์" เปิดคอนเสิร์ตหุ่นยนต์จากญี่ปุ่น 8-22 ส.ค.นี้
+ ศูนย์วัสดุรีไซเคิล จุฬาฯ
+ ถ่วงโอเน็ตสะดุดไม่ทันแอดมิชชั่น 53
+ Open House หรืองานวันเปิดบ้านนักวิทยาศาสตร์
+ รับตรง-เรียนฟรีที่SIITธรรมศาสตร์
+ มหาวิทยาลัยรังสิต ขยายเวลารับสมัครนศ.ใหม่
+ ศึกษาต่อ ว.นานาชาติ ขอนแก่น
+ ออกแบบลาย ฝาโน้ตบุ๊ก
+ ประกวด โครงการ Big Ideas
+ ทุนการศึกษา 75 ทุนเรียนป.ตรี
+ ประกวด ภาพโปสเตอร์
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 7 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1 2 3 4 5 6 7

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo

นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , ฟังเพลง , สงกรานต์ , ภาวะโลกร้อน , ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก , olympic , สอบตรง , รับตรง , วันแม่ , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Factory , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ , ติดต่อแลกลิ้งค์

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005