10 พฤศจิกายน 2550ศ.ดร.วิจิตร ศรีสอ้าน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยหลังการประชุมการปรับ GPA ด้วยคะแนน O-NET ว่า ผลการหารือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.)กับ สถาบันทดสอบทางการศึกษา (องค์กรมหาชน) หรือ สทศ. ซึ่งตกลงนำผลคะแนนการทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน (โอเน็ต) มาเป็นตัวถ่วงค่าน้ำหนัก เพื่อให้คะแนนจีพีเอได้มาตรฐาน
ทั้งนี้ ทาง สพฐ.และสทศ. มีความเห็นฟ้องกันว่าสูตรที่คณะครุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เสนอเพื่อจะเอามาเป็นสูตรของการถ่วงน้ำหนักคะแนน จีพีเอ กับโอเน็ต เพื่อให้เป็นมาตรฐาน เชื่อถือได้มากขึ้น น่าจะเป็นวิธีที่เหมาะสม
ทาง สพฐ.จึงได้ลงนามว่าจ้างให้คณะนักวิจัยของจุฬาฯ เป็นคณะที่ปรึกษา เพื่อพัฒนาโปรแกรม หลังจากนั้น จุฬาฯ จะทำการวิจัยและพัฒนาระบบขึ้นมา เพื่อให้ สพฐ.ทดสอบและทดลอง จนมั่นใจได้ว่าโปรแกรมที่ใช้ได้และเป็นที่ยอมรับทั้งในส่วนของสถานศึกษา และผู้ที่ใช้คนในอนาคต
พร้อมกันนี้ สพฐ.ตั้งหน่วยงานที่จะรับผิดชอบผลการจบการศึกษา โดยจะคัดสรรบุคลากรที่มีความถนัดด้านนี้มาดูแลรับผิดชอบ นอกจากนี้ยังทำหน้าที่ประสานงานกับโรงเรียนและเขตพื้นที่การศึกษาโดยตรงด้วย
“ผลการประชุมมีมติเห็นชอบให้ครุศาสตร์ จุฬาฯ พัฒนาโปรแกรม ส่วน สพฐ.ตั้งหน่วยงานขึ้นมารับผิดชอบ พร้อมทั้งกำหนดขั้นตอนต่างๆ ว่าปี 52 จะนำผลทดสอบมาใช้อย่างได้ผล หรือจบหลักสูตรขั้นพื้นฐาน รวมถึงดูด้วยว่ายังมีส่วนใดบ้างที่ต้องพึ่ง สทศ.ต้องบอกให้ชัดว่าจะใช้ฐานข้อมูลร่วมกัน เพราะว่า สทศ.เขาจะต้องมีฐานข้อมูลเด็กเป็นรายบุคคล และสพฐ.นำคะแนนโอเน็ตมาใช้ จึงต้องคิดร่วมกันว่า จะนำคะแนนโอเน็ตมาใช้กับจีพีเอในช่วงเวลาไหน
ดังนั้น จะต้องทำงานร่วมกัน จะให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งทำตามลำพังไม่ได้ ซึ่งได้ข้อสรุปว่า สทศ.เป็นฝ่ายสนับสนุนเชิงข้อมูล ขณะที่ สพฐ.เป็นหน่วยดำเนินการร่วมกับสถานศึกษา”
ศ.ดร.วิจิตร กล่าวต่อว่า การรายงานการจบไม่ได้มีเรื่องโอเน็ตกับจีพีเอ แต่ต้องคิดถึงการพัฒนาการรอบด้านของเด็กด้วย เช่น อนาคตจะต้องมีการพัฒนาบุคลิกภาพ การมีจิตสาธารณะ การมีคุณธรรมพื้นฐาน 8 ประการ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะมีบันทึกอยู่ที่โรงเรียน จะไม่มีหน่วยงานภายนอก
เมื่อถามถึงความแม่นยำของสูตรที่ครุศาสตร์ จุฬาฯ ศ.ดร.วิจิตร บอกว่า ยังตอบไม่ได้ เพราะยังไม่ได้นำมาใช้ จนกว่าการวิจัยจะเสร็จแล้วนำมาลองใช้ ทั้งนี้ได้มีการกำหนดขั้นตอนไว้เสร็จว่าจะต้องทำอะไรเมื่อไหร่ เพื่อมาทดลองใช้ โดยอาจจะนำคะแนนปี 50 มาทดลอง แล้วมาดูว่าใช้ได้หรือไม่ จากนั้นก็มาปรับแต่ง อย่างไรก็ดี ยังมีขบวนการเป็นปีว่าสูตรหรือโปรแกรมที่จุฬาฯ เป็นที่ยอมรับทุกฝ่าย
“ถ้าหากฝ่ายรายงานผลยอมรับ ฝ่ายใช้ผลไม่ยอมรับ หรือว่าตัวเด็กไม่เข้าใจ และมองว่าการนำคะแนนไม่ยุติธรรมสำหรับเขา จะต้องอธิบายให้เข้าใจ อย่างไรก็ดี ตอนนี้บอกพูดอะไรไม่ได้ เพราะว่ายังเป็นตุ๊กตา เพิ่งคิดปั้นตุ๊กตาให้เป็นไปตามแนวคิด”
ศ.ดร.วิจิตร กล่าวว่า การประชุมวันนี้มีประโยชน์มาก การทำแต่เพียงเอาการทดสอบระดับชาติที่สถานศึกษาทำมาใช้สอบ ที่จริงน่าจะมีการทบทวนระบบการศึกษาขั้นพื้นฐาน เรานำหน่วยกิตมาใช้ และมีโครงสร้างหลักสูตร กลุ่มสาระ และมีระบบการวัดผล ที่ว่าเด็กได้เกรด 1 ก็ผ่านนอกจากนี้ ยังมีนโยบายที่ฝังใจครู ที่เลื่อนชั้นอัตโนมัติ เพราะว่าบางเรื่องเห็นได้ชัด เช่น เลื่อนชั้นอัตโนมัติ ทำให้เด็กอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ หรือเด็กจบโดยได้เพียง 1 ไม่ได้เป็นตัวชี้มาตรฐานการศึกษา
มหาวิทยาลัยเขากำหนดมาตรฐานว่านักศึกษาที่จะจบอย่างน้อยต้องได้เกรดเฉลี่ย 2 ขึ้นไป ซึ่ง สพฐ.รับเรื่องไป
อีกเรื่อง ศธ.มีการศึกษา 9 ปี แต่ตอนนี้เวลาประเมินเรายังประเมินเป็นช่วงชั้น 6 ปี ม.ต้น ม.ปลาย จึงฝาก สพฐ.กลับไปคิดว่า เรามีการศึกษา 9 ปี เขาจบแค่ 9 ปีแล้วไม่ได้เรียนต่อ แล้วจะทำอย่างไรให้เขาเข้าสู่ตลาดแรงงานได้ และขอให้คิดว่าการรายงานผล 9 ปี ในแง่ของสัมฤทธิผล พัฒนาการต่างๆ จบไปแล้วจะไปเป็นพลเมืองดี มีงานทำ ตนอยากให้เปลี่ยนความคิดว่า 6:3:3 เป็นการแบ่งระบบ ตอนนี้ต้องคิดถึง 9:3 เพราะวันนี้โครงสร้างนี้เป็นฐานรองรับพัฒนาระบบรึเปล่า
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (5)
แสดงความคิดเห็น
ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณสำหรับเนื้อหาสาระดีๆค่ะ

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | ||||||
| 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 |
| 9 | 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 |
| 16 | 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 |
| 23 | 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 |
| 30 | ||||||
วันที่ 10 พฤศจิกายน 2550 เวลา 13:52
โดย : กองบรรณาธิการ Eduzones.com
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 203.154.74.xxx