11 กรกฎาคม 2551วันที่ 27 มิถุนายน 2551 (วันที่ 29)
วันนี้ตื่นมาก็เอาของมาอุ่นกินและก็หางานวิจัยทำไปได้นิดเดี่ยวก็ต้องรีบไปเรียน วันนี้วีรูก็เก็บข้าวของจะกลับไปเยี่ยมบ้านกับเขาบ้าง ผมก็เลยต้องอยู่ห้องคนเดียวเหงามาก และเปิดอินเตอร์เน็ตดูรายการของไทยบ้างปรากฏว่ารายการของไทยหลังเทียงคืนจะมีนักข่าวมารายงานเป็นภาษาอังกฤษด้วย พูดไทยคล้ายเจ้าของภาษามาก ซึ่งผมไม่รู้มาก่อนเลยว่าประเทศไทยก็มีรายการดีๆแบบนี้ด้วย น่าจะถ่ายทอดเวลาปกติที่คนเขาดูกันบ้าง เพราะเวลาอยู่ที่ประเทศไทยผมนอนดึกอย่างมากก็แค่ห้าทุ่ม หลังจากนั้นผมก็เตรียมตัวไปทัศนศึกษากับทิมและเพื่อน Queen Elizabeth Park ไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยมาก และไม่ลืมที่จะเอาแพนเค๊กที่เตียมไว้ไปด้วย วันนี้ผมกับพี่อ้นและพี่อ๋อยหัดคุยกันเป็นภาษาอังกฤษเลียนแบบนักข่าวไทยที่ผมดูตอนเช้า ทิมได้ยินเข้าก็หัวเราะและดีใจดีพวกเรากล้าพูดกันเป็นภาษาอังกฤษมากขึ้น พอมาถึง Queen Elizabeth Park สิ่งแรกที่พวกเราเจอคือเป็ด มันว่ายน้ำเล่นอย่างมีความสุข จนทำให้คิดถึงเป็นย่างเอ็มเค พอเล่าให้ทิมฟังทิมคงคิดว่าไอ้หมอนี่เห็นอะไรก็เป็นของกินไปหมด และวันนี้ทิมได้เอ็กชันถ่ายรูปกับพวกเราอย่างคุ้นเคยมากขึ้น แถมยังเลี้ยงไอติอีกคนละแท่ง แหม! หล่อและก็ใจดีด้วย แบบนี้หญิงศิปลื้มตายเลย จะไม่ให้ปลื้มได้ไงก็วันนี้พวกเราคุยกันเรื่องสีผิว ทิมบอกว่าพวกเรามีสีผิวแทน ซึ่งถือว่าสวยมาก เพราะฝรั่งอยากได้สีแบบนี้ ผมก็เลยแกล้งแซวว่าแล้วอย่างศิสวยไหม เขาก็ตอบว่าสวย ศิเล่นยิ้มแก้มแทบปริ แต่ก็ต้องทำใจว่าเขามีแฟนแล้ว หลังจากนั้นศิก็มาทำอาหารเย็นเป็นผัดถั่วฝักยาวกับไข่เจียวให้ผมกับโอ๊คทานอร่อยมาก แต่สงสัยจะไม่อิ่มเพราะว่าตอนดึกๆ ศิกับพี่อ๋อยชวนผมมาทำยำมาม่ากินอีกรอบ พวกเรากินซะอร่อย สงสัยน้ำหนักที่ลดคงกลับมาเท่าเดิมเป็นแน่แท้ ถ้ายังกินจุขนาดนี้
วันที่ 28 มิถุนายน 2551 (วันที่ 30)
วันนี้ผมตื่นสายมาก พอตื่นมาก็เอาของกินค้างๆมาอุ่นเพราะกินหลายวันมากกลัวจะเสีย ต่อจากนั้นก็ดุทีวีซักพัก วันนี้ห้องเงียบมาก ผมเลยมีสมาธิทำงานไปได้ตั้งเยอะ จนศิเรียกไปกินข้าวด้วย ผมคิดว่าศิคงเหงาเพราะเธอก็อยู่ในห้องคนเดียวไม่มีใครอยู่ในห้องเหมือนกัน จะไปชวนใครก็ไม่มีใครอยู่เลย สงสัยไปเที่ยวกันหมด หลังจากนั้นผมก็ทำงานจนถึงห้าโมงก็ไปเดินเล่นกับศิที่ชายหาด วันนี้ศิแต่งตัวแปลกกว่าทุกวัน ใส่เสื้อมีสีสันมากขึ้นและเปลี่ยนจากใส่กางเกงมาเป็นกระโปรง สงสัยเสื้อยังไม่ได้ซักเลยเอาชุดใหม่มาใส่ แต่ก็ได้ผลพอพาเธอไปเดินชายหาดที่มีคนแก้ผ้าอาบแดด บริเวณ
วันที่ 29 มิถุนายน 2551 (วันที่ 31)
วันนี้ตื่นแต่เช้าเพราะนัดกับโอ๊คไว้ว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์โอ๊คมีตั๋วเดือนสามารถพาเพื่อนไปด้วยได้ฟรี วันนี้สถานที่แรกที่พวกเราไปคือ Horse shoe bay สวยมากและพวกเราก็ต้องเดินไปหาที่สวยๆถ่ายรูปกัน ด้วยความไม่รู้เดินลงไปถ่านบริเวณหาดส่วนตัวของพวกมีเงิน เสร็จก็หวังจะไปถ่ายสวนสาธารณะที่สวยๆ ที่ชื่อ Write clip Park. แต่ก็ไม่พบหลงเดินซะรอบเขาก็เจอทางลงชายหาดส่วนตัวอีกทาง ซึ่งถ้าพวกเราเดินเลาะชายหาดนิดเดียวก็ถึงที่ที่เราเดินรอบนั่นเอง ไม่น่าเลย รองเท้าก็กัดเท้าอีก เวรกรรม ต่อจากนั้นพวกเราก็ไป Lighthouse park เพื่อไปดูประภาคารโบราณสวยมาก แต่กว่าจะได้ดูต้องเดินเข้าป่าไปไกลเหมือนกัน และผมกับโอ๊คก็มีอาหารไปแวะกินกันที่หน้าผาที่ติดกับทะเลด้วย บรรยากาศดีมาก ต่อจากนั้นก็ไปดูแหล่งเรียนรู้ของที่นี่เขาจัดได้ดีมาก มีการนำรอยเท้าสัตว์มาทำเป็นของเล่นให้เด็กเล่นและได้ความรู้ไปในตัว นอกจากนี้ยังมีแผ่นภาพสัตว์ถ้าอยากรู้ว่าสัตว์ตัวไหนร้องอย่างไรก็สามารถเอาใส่เครื่องแล้วเปิดฟังได้ เจ้าหน้าที่เป็นผู้หญิงกลางคนใจดีมาก เหมือนแกจะเหงาพอพวกเราไปแกก็กุลีกุจอมาแนะนำความรู้ต่างๆจนครบทุกชิ้น ผมประทับใจมากเพราะจะได้นำไปเป็นแนวทางในการทำวิทยานิพนธ์ของผมเกี่ยวกับการใช้แหล่งเรียนรู้นอกห้องเรียนต่อไป และตอนขากลับพวกเราแวะโบสถ์ที่มีชื่อเสียงบริเวณดาว์ทาวส์ที่เขาเปิดเข้าชมฟรี โบสถ์นี้มีภาพพระเยซูที่งดงามมาก และจัดสถานที่เหมือนกับในภาพยนตร์ไม่มีผิด ทำให้คิดถึงเวลาคนจะแต่งงานต้องมาทำพิธีที่นี่ต้องมีความสุขมากแน่เลย ต่อจากนั้นพวกเราก็ไปไชน่าทาวส์เพราะโอ๊คจะซื้อข้าวสาร โอ๊คข้าวหมดมาหลายวันเลยผอมเลยวันนี้ผ่านมาจะได้ไม่เสียเที่ยว ก็ช่วยกันยกก็ไม่หนักเท่าไหร่ในที่สุดก็นำข้าว 18 กิโลกรัมกลับมาหอพักจนได้ แต่ระหว่างที่คอยรถกลับมหาวิทยาลัยนั้น มีผู้ชายกลางคนมาทักพวกเราว่ามาจากไหน พอตอบว่าไทยแกก็สวนกลับมาทันทีว่าผู้หญิงไทยสวย และสวยกว่าพวกคนเอเชียด้วยกันอีกด้วย และพูดทำนองว่าประเทศไทยมีจุดเด่นเกี่ยวกับการมีเพศสัมพันธ์ ผมกับโอ๊คถึงกับอึ่งไปเลย ก็ถามย้อนกลับไปว่าเขาเคยไปประเทศไทยแล้วเหรอ ปรากฏว่าไม่เคยไป ผมเลยคิดว่าประเทศไทยน่าจะมีการส่งเสริมภาพลักษณ์ของประเทศใหม่ให้โดดเด่นเกี่ยวกับศิลปวัฒนธรรมอันดี จะได้เลื่องลือในทางที่ดีกับเขาบ้าง และเมื่อกลับมาก็พบว่าศิกับพี่อ๋อยซื้อไก่มาอบกินกัน แสดงว่าผมกับโอ๊คมาได้จังหวะพอดี ศิเลยทำอาหารเพิ่มจากวัตถุดิบที่ผมกับโอ๊คเอามานั่นเอง หลังจากนั้นผมก็นำผ้าไปซักปรากฏว่าด้วยความสะเพร่าทำให้ยังไม่ทันใส่ผ้าเลยเสียเงินไปแล้วเครื่องก็ทำงานจะหยุดก็ไม่ได้แถมน้ำยังรั่วอีก ดีที่มีคนใจดีมาหยุดให้แต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้ เพราะผมตัดใจแล้วว่าอีกครึ่งชั่วโมงจะลงมาถ้าพื้นเปี๊ยกก็จะถูให้ ปรากฏว่าไม่ต้องถูเพราะไม่เปียกมาก และผมก็ใช้อีกเครื่องซักผ้าและอบจนเสร็จ และก็นำมาตากต่อที่ห้องจนห้องเต็มไปด้วยเสื้อผ้ายังกับร้านขายของเลยไม่มีผิด
วันที่ 30 มิถุนายน 2551 (วันที่ 32)
วันนี้ไม่มีอะไรทำมาก ตื่นนอนมาก็อาบน้ำแต่งตัวตามแล้วไปเรียนตามปกติ วันนี้ผมมีนัดดกับแกเลน เกี่ยวกับวิชาที่ลงเรียน และความคืบหน้าเกี่ยวกับการเรียน ซึ่งแกเลนดูเป็นห่วงพวกเรามาก และจะเอาของใช้ต่างๆมาให้เพราะเขาจะย้ายบ้าน วันนี้ผมนั่งเขียนงานวิจัยเกือบทั้งวันจนเสร็จ และได้เรียนศัพท์แปลก ภาษาวัยรุ่น ก็สนุกดี ทำให้เข้าใจว่าที่เพื่อนร่วมห้องพูดกับผมหมายความว่าไง แต่ตอนเย็นผม ศิ พี่อ๋อย พี่อ้น ชวนกันไปกินพิซซ่า ที่นี่เขาแบ่งขายเป็นชิ้นๆ ชิ้นละสองเหรียญกว่าก็อร่อยดี แต่ไม่อยู่ท้องพอดึกๆผมต้องทอดไส้กรอก และเกี๊ยวว่ากินอีก ปรากฏว่ากินเยอะมาก สงสัยพุงที่ยุบคงกลับมาอ้วนเหมือนเดิมแน่เลย
วันที่ 1 กรกฏาคม 2551 (วันที่ 33)
วันนี้ต้องรีบตื่นแต่เช้าเพราะนัดเพื่อนๆจะไปเที่ยวแคนาดาเดย์ แต่ก็ทอดปลาก่อนไปเลยทำให้สิรู้สึกว่าผมตัวเหม็นมาก ทั้งๆที่ผมไม่ได้กลิ่นเลย เป็นบทเรียนว่าเวลาทำกับข้าวต้องใส่เสื้ออีกตัวกันเหม็น วันนี้พวกเรานัดพี่หมอไว้ที่แคนาดาเพลส และได้เข้าไปเที่ยวยังกับงานวันเด็กเลย มีรถถังมาโชว์ และมีการต่อแถวรอยิงปืนด้วย ปรากฏว่าด้วยความตื่นเต้นทำให้ยิงไม่ถูกเป้าเลยซักนัดเดี่ยว ผมยังมีโอกาสได้ถ่ายรูปกับทหารลำบึกทำให้ศิ และพี่อ๋อยอิจฉาเป็นแถวๆๆ ศิมัวแต่เขินเลยอดถ่าย ผมสงสารเลยขอทหารใส่แว่นหน้าเด็กเรียนมาถ่ายคู่กับศิกับพี่อ๋อยปรากฏว่า ศิไม่ชอบเพราะหล่อไม่ถึงขั้น พี่อ๋อยกับโอ๊คเลยได้ถ่ายรูปคู่กับทหารแม้ว่าจะไม่หล่อลำถูกใจก็ตาม โอ๊คท่าทางชอบชุดทหารเอามากขอเขาลองใส่และให้ผมถ่ายรูปให้ ปรากฏว่าคนมองกันใหญ่และเลียนแบบขอใส่บ้าง แต่ขอบอกใส่ชุดเข้าไปแถมใส่หมวกอีกปรากฏว่าใครๆมองก็ไม่รู้ว่าเป็นโอ๊ค ผมเลยขอโอ๊คถ่ายรูปด้วยทำเนียนว่ามาขอทหารถ่ายรูปปรากฏว่ารูปออกมาสวยมากกว่าเจ้าตัวที่ใส่เสียอีก แหมถ้าโอ๊ครู้เข้าสงสัยไม่ยอมใส่แน่เลย ต่อจากนั้นพวกเราไปต่อแถวรับของแจกฟรี เลยได้ดินสอ เข็มกัด และขนมหวานคล้ายไอติมชุบน้ำแข็งกินก็อร่อยดี และเดินดูตลอดงานจนเหนื่อย ก็ไปทำก๋วยเตี๋ยว กับซื้อไก่ย่างมากินกันที่บ้านพี่หมออร่อยมาก ศิรับบทแม่ครัวใหญ่อีกแล้วครับท่าน พีทก็ต้องรับบทนางซินล้างจานทุกทีเลย แต่อย่าบ่นให้เธอได้ยินเชียวนะเดี๋ยวอดกินของอร่อยอีก เมื่อทานเสร็จพวกเราก็นอนพักผ่อนรอเวลาไปดูพุที่หาดจาริโค ที่โอ๊ค บอกว่าทางการเขาแนะนำให้มาดูที่หาดนี้เพราะเห็นได้จากสถานที่ที่จุดสองที่พร้อมกัน ระหว่างคอยเวลาสี่ทุ่มครึ่ง พวกเราก็เอาไก่ย่างที่กินเหลือกับผลไม้มาทานแบบปิกนิกริมหาดได้บรรยากาศมาก แต่ขอบอกหนาวมาก เมื่อถึงเวลาปรากฏว่าไม่เป็นดังหวัง แม้ว่าเราจะเห็นจากทั้งสองที่ก็ตามแต่มองเห็นแค่นิดเดี่ยวไม่ชัดเท่าดูจาสถานที่จุดเลย ดูคนที่มาที่หาดค่อนข้างผิดหวังกันมาก รวมทั้งผมที่จินตนาการว่าต้องเห็นชัดและสวยมากปรากฏว่าพุที่ประเทศไทยสวยกว่าอีก และวันนี้ด้วยความที่รถคนแน่นเวลาลงรถต้องเบียดกัน ปรากฏว่าพวกเราลงกันเกือบหมดเหลือพี่อ่อยค้างอยู่บนรถ ผมลงมาได้พอดี ผมก็ตกใจเคาะประตูเรียกใหญ่เลย แต่คนอื่นๆไม่รู้และมัวสนใจเกี่ยวกับสถานที่ที่จะไปดูพุ เลยทำให้คนในรถทนไม่ได้ตะโกนบอกคนขับให้เปิด พี่อ๋อยจึงหลุดออกมาได้อย่างหวุดหวิด และตอนขากลัยก็เหมือนกันผมคิดว่าคนข้างหลังคือโอ๊คต้องลงป้ายนี้เลยเดินตามเขาไปต่อยๆ ดีที่เหลือบมาดูทันเห็นโอ๊คกับศิโบกมือไหวๆก็เลยรีบขึ้นรถมาทันพอดี เกือบแย่! กลับมาเกือบเที่ยงคืนผมสลบเลย
วันที่ 2 กรกฏาคม 2551 (วันที่ 34)
วันนี้ผมตื่นเจ็ดโมงเพราะเปิดเทอมวันแรก ผมตื่นเต้นมากมีคนมาเรียนกันเยอะมาก แต่ดีที่มีเพื่อนๆ และทิมมาเรียนด้วยเลยอุ่นใจ แต่ก็สงสารเขาเพราะเหมือนกับว่าเขาได้สนทนาอยู่แต่เฉพาะพวกเรากับคนอื่นเขาไม่ได้คุยมากนัก อาจารย์มีสองคนช่วยกันสองเหมือนพยายามยัดความรู้ให้อย่างมาก เพราะเขาผลัดกันพูดคนละทีสองที ผมจึงรู้สึกเครียดเล็กน้อย ต่อจากนั้นผมกับศิก็ไปเรียนวิชาการสอนชีววิทยา เป็นวิชาที่ผมรู้ล่วงหน้าว่ามันง่ายเพราะมีไว้สำหรับให้คนที่ทำงานแล้วและไม่ตรงกับสาขามาเรียนเพิ่มเติม ผมจึงได้ฝึกภาษาไปในตัว และอาจารย์พูดจาตลกและเพื่อนร่วมชั้นก็ดูเป็นมิตรมากกว่าห้องเมื่อเช้าอีกด้วย เลยทำให้เรียนแล้วสบายใจ ต่อจากนั้นผมต้องรีบกินข้าวเพราะมีเรียนกับทิมต่อ ตอนบ่าย วันนี้ดูเหมือนว่าทุกคนเหนื่อยมากเลยไม่ค่อยกระฉับกระเฉงเท่าที่ควร และตอนเย็นศิกับผมก็มาทำกับข้าวกินกัน อาหารวันนี้เป็นหมูผัดพริกหยวกกับไข่ดาว อร่อยมาก และต่อจากนั้นก็ไปซื้อผลไม้และของใช้เตรียมตัวไปเรียนวันพรุ่งนี้ และตอนดึกๆปรากฏว่าฝนตกแถมมีฟ้าร้องฟ้าแลบด้วยเหมือนประเทศไทยเลย แต่ไม่นานนัก แต่ตกมาแทนที่จะหนาวปรากฏว่าร้อนกว่าเดิมอีก
วันที่ 3 กรกฏาคม 2551 (วันที่ 35)
วันนี้ผมตื่นมาก็เจ็ดโมงแล้ว ตื่นมาก็รีบอาบน้ำ และต้มมาม่ากินได้ทันเวลาที่เพื่อนๆนัดกัน แต่ก็เอากล้วยไปกินระหว่างทาง และเอาผลไม้เตรียมไปกินตอนพักเบรกเพราะเมื่อวานเห็นคนอื่นเอามากินเลยอยากกินบ้าง วันนี้ห้องเรียนวิชาแรกเกี่ยวกับการวิจัย ย้ายไปอีกห้องซึ่งผมว่าห้องนี้จัดโต๊ะดีกว่าห้องเดิมมาก เพราะโต๊ะมันไม่เป็นกลุ่มๆ มันทำให้พวกเรามีโอกาสใกล้ชิดกับเพื่อนคนอื่นได้นอกจากคนไทยและก็ทิม ซึ่งผมอยู่ด้วยกันซะเบื่อแล้ว และวันนี้ตอนแรกก็ตื่นเต้นมากว่าอาจารย์ให้งานไปอ่านหนังสือทีเดียวสองบทแต่ผมยังไม่มีหนังสือ และอีกอย่างราคาหนังสือก็แพงมาก จะไปยืมห้องสมุดก็ยังไม่มีบัตรนิสิตเลย ก็ทำใจไว้แล้วว่าถ้าเขาให้อภิปรายก็สามารถร่วมอภิปรายกับเขาได้เพราะผมเคยเรียนวิชานี้มาจากเมืองไทยแล้ว และแล้วเวลาเข้ากลุ่มอภิปรายก็มาถึง ผมกับเพื่อนๆก็ทำตัวไม่ถูกไม่กล้าที่จะเข้าหาเพื่อนกลุ่มอื่นๆ ในที่สุดผมถือคติด้านได้อายอด เดินเข้าไปหากลุ่มคนจีนขออภิปรายด้วยซึ่งเขาต้อนรับผมเป็นอย่างดี และยิ่งรู้ว่าผมมีเชื้อสายจีนและพูดภาษาจีนกลางได้บ้างเล็กน้อย เพราะพ่อผมเคยสอน ทำให้ยิ่งสนิทกันเร็วมาก และผมก็สังเกตว่าคนจีนเหล่านี้ไม่มีหนังสือแต่พวกเขาไปซีรอกมาแถมยังฉลาดซีรอกสองหน้าต่อหนึ่งแผ่นเพราะค่าซีรอกที่นี่แพงกว่าประเทศไทยมาก เล่มหนึ่งก็เกือบร้อยเหรียญ ถ้าสั่งออนไลท์ราคาแปดสิบกว่าเหรียญ ถ้าซื้อมือสองเจ็ดสิบกว่าเหรียญพอผมได้โอกาสเลยขอเขาไปซีรอกแต่พวกเขาต้องรีบไปเรียน พวกเขาเลยแนะนำว่าให้ไปซื้อที่ร้านหนังสือในมหาวิทยาลัยและก็เอาไปถ่ายให้พอใจก่อนเอาไปคืน ซึ่งจะได้ตามที่ผมต้องการเพราะที่นี่ถ้าซื้อของแล้วไม่พอใจสามารถนำไปคืนได้ แต่ผิดกฎหมายถ้าเอาหนังสือที่มีลิขสิทธิ์ไปถ่ายซีรอก ผมกันเพื่อนเลยตัดสินใจไม่ทำอย่างที่เขาบอกและปรึกษากันหาหนทางที่ได้หนังสือมาโดยราคาไม่แพงมาก โดยจะขอทิมไปซีรอกเพราะทิมนอกจากเป็นอาจารย์สอนภาษาแล้วยังมีสถานะเป็นเพื่อนร่วมห้องเรียนของพวกเราอีกด้วย ทิมจะประหยัดเรื่องอื่นๆแต่สำหรับเรื่องเรียนแล้วทิมทุ่มสุดตัว แถมเวลาไม่เข้าใจก็รีบไปถามอาจารย์ใหญ่เลย แหมขยันแบบนี้คงสอบได้ที่หนึ่งแน่เลย ต่อจากนั้นก็ไปเรียนต่อวิชาชีววิทยา วันนี้เขาให้เตรียมของที่ตนสนใจมาส่องกล้องผมกับศิก็ไม่ได้เตรียมมา แต่ดีที่มีเปลือกส้มเลยเอามาส่อง วันนี้อาจารย์สอนดูเซลล์รากหอม เซลล์กระพุ้งแก้ม ผมใช้กล้องได้ดีและสามารถทำให้เพื่อนที่ฝรั่งข้างๆทึ่งกับความสามารถ ที่ทำได้ดีก็เพราะผมเคยทำมาตั้งแต่ปริญญาตรีแล้ว และวันนี้เพื่อนในห้องคนที่ออกจะเฮี้ยวที่สุดในห้องมาก้มมองหน้าผม สงสัยอยากรู้จักแต่ไม่กล้าเข้ามาเล่นด้วย เลยทำพฤติกรรมแปลกๆออกมา ทำให้ผมคิดถึงตอนทิมมาสอนพวกเราใหม่ๆ พวกเราก็ทำยังกับทิมเป็นของเล่นใหม่ คอยคุยโน้นคุยนี่ สงสัยกรรมตามสนองผมแน่เลย แต่ที่ประทับใจคือในวิชานี้จะเรียนช่วงสิบโมงครึ่งถึงบายโมงแน่นอนต้องมีคนหิว เช่นผม อาจารย์จะจัดเวรกันเอาของกินมาเลี้ยงเพื่อนๆ และผมกับศิก็อายไม่กล้าไปกิน ในที่สุดก็มีเพื่อนฝรั่งมาตามให้ไปกินด้วย เธอดูเป็นมิตรแถมยังเคยไปประเทศไทยด้วย พอผมกับศิออกไปก็มีคนมาคุยด้วยมากมายจนไม่เหงา ผมคิดว่าถ้าผมเรียนแบบนี้ทุกวันสงสัยจะเก่งภาษาแน่เลย พอกลับมาที่ห้องพักตอนเที่งก็รีบทำเกี๊ยวซ่ากินก่อนลงไปเรียนกับทิมที่ล็อบบี้ เพราะไม่มีที่เรียน วันนี้ตอนเรียนกับทิมผมรู้สึกหมดแรงและทิมคงเหนื่อยเลยไม่ได้เตรียมการสอนมา ในคาบก็คุยกันเรื่อยๆ ก็ได้ฝึกสนทนาดีแต่น่าเบื่อ และตอนเย็นผมกับพี่อ๋อยก็ไปถ่ายรูปที่ร้านหนังสือเพื่อทำบัตรประจำตัว แต่เป็นบัตรลูกจ้าง เพราะผมมาแค่ปีเดียวไม่ใช่เป็นนักเรียนปกติแบบคนอื่นๆ ถ่ายแป็บเดียวก็ได้บัตรแล้ว แต่ขอบอกว่ารูน่าเกลียดสุดๆ เพราะเขาเน้นแค่หน้าแถมแสงไฟยัง่องหน้าจะส้มเลย แบบว่าไม่อยากให้ใครเห็นรูปเลย พอกลับมาห้องผมก็แปลบทความวิจัยหวังจะตีพิมพ์แต่ก็ทำไม่เสร็จเพราะมั่วแต่เม้าท์แตกกับเพื่อนๆทางเอ็มเอสเอ็น
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | |||||
| 3 | 4 | 5 | 6 | 7 | 8 | 9 |
| 10 | 11 | 12 | 13 | 14 | 15 | 16 |
| 17 | 18 | 19 | 20 | 21 | 22 | 23 |
| 24 | 25 | 26 | 27 | 28 | 29 | 30 |
| 31 | ||||||