ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

Lunargoda

รวมเรื่องราวต่างๆ จากประสบการณ์ตรงที่ประเทศแคนาดา

respond18 มิถุนายน 2551

ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 3

วันที่ 10 มิถุนายน 2551 (วันที่ 15)

                วันนี้ผมมีนัดกับพี่อ๋อยแต่เช้า เพื่อเป็นเป็นเพื่อนเขาไปโรงพยาบาลเพื่อไปฉีดฮอร์โมน โปสเจสเตอร์โรนเพื่อยับยั้งไม่ให้ซิสโตขึ้น ผมก็พอมีความรู้พวกนี้เพราะเรียนทางชีววิทยามา เลยทำให้ผมคุยกับนางพยาบาลที่นี่รู้เรื่อง ซึ่งถ้าฉีดฮอร์โมนนี้ไปก็เปรียบเสมือนการฉีดยาคุม ตอนพาพี่อ๋อยไปฉีดพยาบาลนึกว่าผมเป็นสามีของพี่อ๋อยจึงถามผมว่าพาพี่เขามาฉีดคุมกำเนิดเหรอ ผมอายแทบแย่จึงรีบอธิบายให้เขาเข้าใจว่าฉีดเพื่อป้องกันไม่ให้ซิสโตขึ้นเท่านั้น ไม่ได้เพื่อคุมกำเนิดอย่างที่เขาเข้าใจ และต่อจากนั้นพวกเราก็ลองไปกดเงินที่ธนาคารดู ปรากกว่ากดได้แล้ว แถมยังได้ดอกเบี้ยมาตั้งหนึ่งดอลล่ากว่าๆอีกด้วย แต่พอถอนเงินกลับคิดค่าบริการเราตั้งหนึ่งดอลล่าผมก็คิดว่าเกิดความผิดพลาดขึ้นแล้วเพราะตอนเปิดบัญชีเขาบอกว่าไม่คิดค่าบริการหากทำกิจกรรมทางการเงินไม่เกิน 30 ครั้ง ผมจึ้งไปหาประชาสัมพันธ์ซึ่งเป็นคนจีนเขาจำผมได้และให้ความช่วยเหลือเป็นอย่างดี จนได้เงินคืนมา  1 ดังเดิม จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ผมเรียนรู้ว่าภาษาอังกฤษของผมได้พัฒนาขึ้นตามลำดับ ที่สามารถพูดให้พวกเขาเข้าใจได้และผมก็ไม่เสียประโยชน์ของตนเอง และตอนบ่ายก็ไปเรียนภาษาอังกฤษทิม วันนี้เขาให้พวกเราเลือกคำถามและผลัดกันตอบ ซึ่งทำให้ได้ฝึกพูดเป็นอย่างดี และเขาก็วางแผนว่าจะให้พวกเราไปทัศนศึกษาที่สวนสาธารณะ ร้านอาหาร สวนพฤษศาสตร์ พิพิธภัณฑ์ เป็นต้น และวันนี้เขาเปิ่นมาก คือผมเห็นตัวอะไรไม่รู้ใหญ่มากวิ่งมาที่ถนน ก็ชี้ให้เขาดูว่าใช่ตัวแรคคูนหรือเปล่า พอเขามาดูก็บอกว่ามันคือแรคคูนแต่ตัวเล็ก แต่พอมันวิ่งมาใกล้พวกเราก็เห็นชัดว่ามันไม่ใช่แรคคูนแต่มันเป็นกระรอกนั่นเอง เขารีบแก้ตัวใหญ่เลยว่ามันคือกระรอกยักษ์ คิดดูซิ จาก Small raccon กลายเป็นBig squirrel ได้ไง ฝรั่งก็มั่วนิ่มได้เหมือนกัน และพอเลิกเรียนวันนี้ผมอยากพักผ่อนก็เลยออกไปขี่จักรยานเล่น และกลับมาทำกับข้าวกินเอง ซึ่งตอนแรกทำผัดผักไปแล้ว แต่เปลี่ยนใจกะทันหันทำข้าวผัดดีกว่า ใส่เครื่องปรุงมั่วๆ เช่น น้ำปลา ซอสพาสต้า ซอสหอยนางรม น้ำพริกเผา กุ่นเชียง ปูอัด ปลาชุบเกล็ดขนมปัง ทำไปทำมาก็พอกินได้ เลยแบ่งให้เพื่อนร่วมห้องกิน เพราะผมไปใช้กระทะและหม้อของเขา ปรากฏว่าเขาดีใจ และเอ๋ยปากจะพาไปไชน่าทาวส์ด้วยถ้าของหมด และยังให้ผมกินไอศกรีมที่ใช้เปลือกผลไม้เป็นถ้วย กับแป๊บซี่ ด้วย หลังจากนั้นผมก็ชวนเขามาดูรูปถ่ายครอบครัวที่ประเทศไทย รวมทั้งภาพการไปทัศนศึกษาที่สวนสัตว์ และสัมมนาที่โฮมพุเตย ที่ผมและเพื่อนแต่งชุดไทย เขาชอบมาก และบอกว่าจะไปประเทศไทยอย่างแน่นอน และที่สำคัญข้าวผัดจานเดียวสามารถทำให้เขาเกรงใจเรา ซึ่งวันนี้เขาไม่ได้เปิดทีวีเสียงดังตอนกลางคืนเลย ซึ่งเป็นสิ่งที่ผมปรารถนาที่สุด

 

วันที่ 11 มิถุนายน 2551 (วันที่ 16)

                วันนี้ผมตื่นสายเพราะเมื่อคืนนั่งทำงานถึงตีหนึ่ง พอตื่นมาก็อาบน้ำ กินข้าวผัดที่เตรียมไว้ตั้งแต่เมื่อคืน และก็นั่งทำงานต่อให้เสร็จ หลังจากนั้นก็เที่ยงพอดี ทำให้ผมเรียนรู้ว่าการนอนตื่นสายทำให้เวลาหมดไปอย่างรวดเร็ว หลังจากนั้นผมก็เตรียมตัวไปเรียนตอนบ่าย วันนี้อาจารย์สอนออกเสียงอีกเช่นเดิม วันนี้ผมออกเสียงได้ดี อาจารย์ชมผมด้วย ส่วนศิมีปัญหาในการออกเสียงที่สุดแต่พวกเราก็ช่วยลุ้นให้เธออกเสียงให้ได้ เพราะเธอทำให้เพื่อนร่วมห้องของเธอกลัว เนื่องจากเธอไปชวนเขากินข้าว ที่ภาษาอังกฤษต้องออกสียงว่า ไรท์ (Rice) แต่เธออกเสียงว่า ไลท์ lice ที่แปลว่าเหา ดังนั้นเพื่อนร่วมห้องของศิเลยเข้าใจว่าศิชวนกินเหานั่นเอง  นอกจากนี้คำว่า Drink ที่แปลว่าดื่มต้องออกเสียงดีๆ เพราะว่า ถ้าออกเสียงผิดจะกลายเป็น Dint ที่แปลว่าอวัยวะเพศชาย ซึ่งทำนองเดียวกับคำว่า พริกภาษาไทยของเรานั่นเอง พวกเราต้องเรียกพริกว่า ชิลี เหมือน ประเทศชิลี นั่นเอง และยังมีคำว่า Talking dict ซึ่งเป็นเครื่องแปลภาษาที่ต่างประเทศไม่มี น่าจะมีที่ประเทศไทยประเทศเดี่ยว คำนี้เป็นคำที่ที่ฝรั่งฟังแล้วฉงน เพราะ คำว่า dict คนไทยออกเสียงคล้าย dick ที่แปลว่าไอ้นั้นอีกเช่นเคย และยิ่งไปรวมกับคำว่า talking ก็ยิ่งมีความหมายน่าเกลียดเข้าไปใหญ่คือแปลว่า จู๋พูดได้ พอได้รู้ความหมายต่างๆ ไปแล้ว พวกเราต่างสนุกสนาน รู้สึกว่าเรียนรู้ได้อย่างรวดเร็ว ไม่เห็นเหมือนตอนเรียนแบบเน้นวิชาการเลย และเมื่อผมกับหอพักต้องประหลาดใจว่าวันนี้เพื่อนร่วมห้องของผมดูเป็นมิตรกว่าทุกวันก็คงเป็นเพราะฤทธิ์ของข้าวผัดที่เขากินเข้าไปนั้นเอง เขาออกมาเดินในห้องโถงมากขึ้นไม่ใช่เก็บตัวอยู่ในห้องเหมือนเมื่อสองสามวันก่อน ผมจึงคุยให้เพื่อนๆฟังและเพื่อนๆจึงอยากทำอาหารไทยเลี้ยงเขากับเพื่อนของเขาที่ดูเป็นมิตรยิ่งกว่าเขาอีก ผมจึงนัดเขาว่าวันพรุ่งนี้เย็นจะมีงานเลี้ยงอาหารไทยให้กับพวกเขา พอเขาได้ฟังเขาก็รู้สึกดีใจเป็นอย่างยิ่ง บอกว่าให้เขาเตรียมอาหารของเขามาไหม ซึ่งผมคิดว่าก็ดีเพราะว่าถ้าหากเขากินอาหารไทยไม่ถูกปากอย่างน้อยก็ยังกินอาหารของเขาได้อีกด้วย และในตอนเย็นผม พี่อ๋อย และโอ๊ค ออกไปเดินเล่นคราวนี้ไปหาดใหม่ที่ชื่อ Acadia ที่พวกเขาไม่เคยไปแต่ผมเคยไปแล้วครั้งหนึ่ง หาดนี้เป็นหาดหินสวยมาก มีฝูงเป็ดลอยคออยู่ในทะเลด้วย พวกเราโพสท่าถ่ายรูปกันสุดเหวี่ยง โดยไม่แคร์สายตาของฝรั่งเลยซักนิด ขอเพียงให้ได้ภาพที่สวยงามก็พอใจแล้ว การมาที่หาดนี้ทำให้พวกเราได้พักผ่อนและออกกำลังการเป็นอย่างมากเนื่องจากต้องเดินไกลกว่าทุกครั้งที่เคยเดิน และตอนขึ้นเขายิ่งต้องใช้แรงมาก นี่ถ้าผมได้มาทุกวันรับลองพุงยุบแน่นอนเลย และตอนกลับพวกเราได้เดินตามชายหาดมาเรื่อย ลำบากมากเวลาเดินบนหิน เหมือนการนวดฝ่าเท้าไปในตัว และในที่สุดก็มาถึงหาดแว็กที่อยู่ไกลหอเราที่สุด ทำให้ผมคิดถึงภาพแผนที่ของแคนาดาว่าหาดที่ผมเดินอยู่นี่ก็คือชายหาดที่อยู่ติดกับมหาสมุทรแปซิฟิกนั่นเอง เมื่อกลับมาถึงห้องได้พวกเราก็รีบทำอาหารกินกันแบบง่ายๆเพื่อให้หายหิวเร็วที่สุด หลังจากนั้นก็แจกจ่ายรูปที่ถ่ายมาได้ และแยกย้ายกันไปห้องใครห้องมันเพื่อเจอกันอีกในวันรุ่งขึ้น

 

วันที่ 12 มิถุนายน 2551 (วันที่ 17)

                วันนี้ผมก็ตื่นสายอีกเช่นเคย พอตื่นมาก็เปิดทีวีดูพบว่ามีรายงานที่น่าสนใจมาก คือการผ่าตัดไข้สันหลังที่คนไข้ไม่สลบ แต่ไม่รู้สึกตัวมากนัก ดูแล้วน่าวาดเสียว หมอจะให้คนไข้นั่งกับเก้าอี้แล้วก้มกอดหมอนไว้ และจะมีพยาบาลคอยเป็นกำลังใจอยู่ด้านข้าง ดูแล้วหวาดเสียวจัง แต่ก็คิดว่าคงปลอดภัยกว่าการฉีดยาสลบ เพราะคนไข้อาจไม่ฟื้นขึ้นมาได้ หรืออาจพิการได้เนื่องจากตรงสันหลังมีเส้นประสามมากมายที่ควบคุมการทำงานของอวัยวะต่างๆ ต่อจากนั้นผมก็ลองทำไข่ตุ่นโดยได้สูตรมาจากพี่อ๋อยเมื่อวาน แต่พอจะทำจริงไม่รู้ว่าไข่ตุ๋นต้องใส่น้ำหรือเปล่าก็เลยเปลี่ยนใจมาทำไข่เจียวแทน ไข่เจียวของผมใส่ผัก และแครอทด้วย โดยใส่น้ำปลาและก็ซอสหอยนางรม แล้วเทใส่กระทะโดยเอาน้ำใส่กระทะก่อนกันไข่ติดกระทะ เมื่อไข่สุกหอมเหมือนทำแพนเค็กเลย และในตอนบ่ายผมก็ไปเรียนภาษาอังกฤษตามปกติ แต่วันนี้อาจารย์ทิมมีเกมส์มาให้เล่นเพื่อฝึกภาษา คือเกมส์เล่นขายของ ให้คนหนึ่งเป็นเจ้าของร้าน และคนที่เหลือเป็นคนซื้อ ก็สนุกไปอีกแบบ ทำไมตอนเรียนภาษาอังกฤษที่ประเทศไทยไม่มีกิจกรรมแบบนี้บ้าง หลังจากเรียนเสร็จผมกับโอ๊คก็ไปตีแบดบินตันกันที่ด้านข้างหอพัก ส่วนพวกผู้หญิงก็ไปซื้อของเตรียมทำอาหารกันสุดฝีมือ ซึ่งอากาศเป็นใจแดดออกสว่างจ้า ทำให้มีพวกฝรั่งมานั่งล้อมวงเล่นเกมส์อะไรไม่รู้แต่ผมกับโอ๊คเดาว่าเป็นการเล่นอีมอญซ่อนผ้า คนไทยต้องเอามาเผยแพร่แน่ๆ หรือบางทีคนไทยอาจไปจำเขามาแล้วเอาไปเล่นที่ประเทศไทย และบางทีแต่ละประเทศบังเอิญมีการละเล่นที่คล้ายกันก็เป็นได้ แต่พอดูไปดูมากลับไม่ใช่อีมอญซ่อนผ้าแต่ก็ไม่เป็นไร ผมจึงได้เรียนรู้ว่าแสงแดดทำให้พวกฝรั่งตลอดจนคนไทยอย่างผมมีความสุข  เพราะจะได้อบอุ่นหายจากความหนาว มิน่าล่ะทำไมฝรั่งชอบอาบแดดกันนักเพราะเหตุนี้นี่เอง หลังจากที่เล่นแบดกันจนได้เหงื่อพวกเราก็เริ่มทำกับข้าว โดยผมมาเป็นลุกมือศิทำต้มยำ โดยผมคิดเมนูมาว่าจะทำหมูกระเทียม และผัดผัก แต่สุดท้ายไม่ทันใจศิ ศิทำหมดเลย พอทำเสร็จกลิ่นหมูกระเทียมพริกไทยหอมหวนจนทำให้ผมแอบกินก่อนตั้งหลายชิ้น เมื่อถึงเวลานัดคัลวิลกับเพื่อนก็มาร่วมวงกินกัน พวกเขากินเผ็ดได้แต่ไม่มาก ผมแกล้งให้เพื่อนของคัลวินกินพริกแห้งเขากินได้และก็บอกว่าไม่เผ็ดเลย ผมตะลึงเลย นึกว่าจะต้องรีบหาน้ำให้ทานแล้ว งานเลี้ยงวันนี้ทำให้พวกเรารู้จักคัลวิน และเพื่อนๆของเขามากขึ้น เมื่อพวกเขาคุยกันก็พบว่าพวกเราฟังกันไม่ค่อยรู้เรื่องเลย เพราะเขาพูดกันเร็วมาก จับได้เป็นบางคำ ก็ดี ทำให้เราพบกับสถานการณ์จริง ไม่ใช่พูดช้าๆเหมือนอาจารย์ทิม ที่อยากให้เราเข้าใจภาษาอังกฤษนั่นเอง และเมื่อกินของคาวเสร็จก็ต่อด้วยของหวาน ก็คือกล้วยบวชชี และฟักทองน้ำกะทิ อร่อยมาก และตอนท้ายมีการถ่ายรูปร่วมกัน และคัลวินก็ให้พวกเราชิมไวท์อย่างดีจากออสเตรเลีย ราคาแพงมากตั้งห้าสิบเหรียญแน่ พอชิมไปก็อร่อยดีไม่ฝาดคอมากนักและเขายังให้พวกเรากินไอศกรีมในลูกผลไม้ด้วย ซึ่งเพื่อนๆผมไม่เคยเห็นมาก่อนตื่นเต้นกันใหญ่ พรุ่งนี้เขาเลยจะซื้อมาให้อีก และผมก็ขอให้เขาเล่นเกมส์ดีดกีต้าร์โชว์ ก็สนุกไปอีกแบบ นอกจากนี้คัลวินกับเพื่อนๆก็บอกว่าจะชวนพวกเราไปมีงานเลี้ยงแบบนี้บ้าง ที่เขาเรียกว่า Pot Luck Party นั่นเองก็คือใครอยากกินอะไรก็เอามาแล้วมากินร่วมกันนั่นเอง ในตอนแรกคำนี้ผมได้ยินจากพี่ทิพย์ นึกว่าพี่เขาแต่เองว่าให้เอาอาหารมากินร่วมกัน เลยไม่กล้าใช้คำนี้กับคัลวิน จนกระทั่งเขาพูดเลยรู้ว่าเป็นคำที่เขาใช้ทั่วๆไปนั่นเอง และเมื่อกินเสร็จก็แสนจะสะดวกสบายมาก พวกเราไม่ต้องเก็บล้างเพราะใส่เครื่องล้างขยะก็ทิ้งไปเท่านั้นเอง หลังจากนั้นพวกเราก็แยกย้ายกันกลับห้อง คงนอนกันหลับสนิทแน่ๆเพราะกินกันซะอิ่มมากเลย

 

วันที่ 13 มิถุนายน 2551 (วันที่ 18)

                วันนี้เมื่อผมตื่นนอนผมปวดเมื่อยไปหมดทั้งตัว คงเป็นเพราะการเล่นแบดบินตันกับโอ๊ค เมื่อวานแน่นอนเลย อย่างไรก็ตามต้องรีบอาบน้ำแต่งตัวเพราะมีนัดกับพี่อ๋อย ไปคุยเรื่องทำประกันกับทางคณะศึกษาศาสตร์ เมื่อพวกเราไปถึงคณะก็มีพี่คนไทยมาช่วยเราคุยกับอาจารย์ที่รับผิดชอบด้วย ผลปรากฏว่าทางคณะออกให้แค่ช่วงแรก และถ้าทำประกันของทางรัฐบาลแคนาดาพี่อ๋อยก็ต้องเสียค่าใช้จ่ายเอง ซึ่งพี่อ๋อยต้องคิดหนักเพราะแต่ละเดือนต้องจ่ายตั้ง 50 ดอลล่า หลังจากนั้นพวกเราก็กลับหอและแยกย้ายกันไปเพื่อเตรียมเรียนภาษาอังกฤษในตอนบ่าย วันนี้อาจารย์ทิมสอนแกรมม่าพวกเราซึ่งผมคิดว่าเป็นประโยชน์มากเพราะจะได้พูดได้ถูกหลักไวยกรณ์ซะที ทั้งๆที่รู้ว่าการพูดไม่เน้นหลักไวยกรณ์ก็ตามแต่พอพูดผิดหลักแล้วผมรู้สึกกระดากปากยังไงไม่รู้บอกไม่ถูก ไอ้คนฟังก็พยายามฟัง ไอ้คนพูดก็พูดมั่วๆ สุดท้ายเข้าใจกันคนละเรื่อง เป็นซะงั้น และเนื่องจากเมื่อวานผมส่งบทคัดย่องานวิจัยให้อาจารย์ทิมอ่าน ดังนั้นหลังจากที่เขาสอนเสร็จและไม่มีสอนต่อ เขาจึงมานั่งอธิบายให้ผมเข้าใจว่าควรเขียนอย่างไรถึงเข้าใจ ทำให้ผมรู้ว่าการเขียนสื่อสารให้คนอื่นเข้าใจมันก็ลำบากไปอีกแบบ แม้ว่าเราจะคุยกันเข้าใจตั้งแต่อยู่ในห้องแล้ว แต่อย่างไรก็ตามอาจารย์ทิมก็ต้องส่งเมลมาถามอีกรอบ เห็นไหมล่ะการสื่อสารให้คนเข้าใจมันลำบากจริงๆ หลังจากนั้นผมกับอาจารย์ก็เดินมาที่พักด้วยกัน ระหว่างทางเขาก็บอกว่ากลับไปเขาจะไปนั่งทำงาน งานเขาเยอะมากเพราะเขาเพิ่งสอบเสร็จ พอเขาพูดอย่างนี้ผมก็ถามเขาเพื่อความแน่ใจว่าเขาไปคุมสอบ หรือเขาเป็นคนสอบเอง ปรากฏว่าเขาสอบเองเพราะเขาก็เพิ่งเรียนปริญญาโทที่นี่เองเหมือนกัน แต่ที่มาสอนพวกเราเพราะเขาเรียนจบเอกทางการสอนภาษาอังกฤษนั่นเอง ต่อจากนั้นก็มากินข้าวเย็นที่ห้องศิวันนี้ศิทำผัดพริกหยวกกับไข่ด้วย และผมยังนำไอศกรีมที่คัลวินซื้อมาฝากหนึ่งกล่องซึ่งเขาไม่คิดเงินให้ฟรีมากินกับเพื่อนๆด้วย เมื่อผมกลับมาถึงห้องพบว่าคัลวินวันนี้เขาลงมือทำกับข้าวเอง เป็นอาหารอิตาเลียน ซึ่งผมขอเขายืนดูเพื่อเรียนรู้ว่าทำอย่างไร ไว้คราวหน้าจะลองทำกินบ้าง ก็ทำไม่ยากแค่มีขนมปังแผ่นแบนๆคล้ายโรตี หั่นพริกหยวกสีต่างๆให้ดูสวยงาม แล้วเนยแท่งเอามาขูดให้เป็นเส้น หั่นไก่ย่างไก่ย่างที่สุกแล้วเป็นชิ้นเล็กๆ แล้วเอาพวกนี้วางลงบนแผ่นขนมปังหลังจากนั้นก็ราดซอสมะเขือเทศจากอิตาลี พับครึ่งแผ่นขนมปังดังกล่าว แล้วนำไปอบในเครื่องอบขนมปัง ก็เป็นอันเสร็จอาหารหนึ่งอย่าง ซึ่งเมื่อสุกแล้วหอมมาก จนทำให้น้ำลายไหล แต่ต้องรักษามาดไม่ให้เขารู้ว่าอยากกินทั้งๆที่กินกับศิ โอ๊คและพี่อ๋อย อิ่มแล้วก็ตาม และวันนี้ผม พี่อ๋อย และโอ๊คได้พบเพื่อนร่วมห้องของศิ แต่ดูเขาประหม่า แนะนำตัวไปก็หัวเราะไปยังกับคนบ้า พวกเราอดหัวเราะแทบไม่อยู่ พอเขาเข้าห้องไปก็หัวเราะกันคงดังไปหน่อย เขาคงรู้พอเจอหน้าเขาอีกทีเขาก็ไม่ยิ้มเหมือนเดิมแล้ว ต่อจากนั้นผมก็ได้เรียนรู้การซักผ้าด้วยเครื่องครั้งแรก ที่หอพักแห่งนี้ใครอยากซักผ้าต้องมีบัตรซักผ้าก่อน และต้องเติมเงิน เมื่อซักจะเสีย หนึ่งเหรียญกว่าๆ และถ้าอบต่อจะเสียอีกห้าสิบเซนต์ เพื่อให้คุมค่าผมก็เลยรอสองอาทิตย์ซักที ซึ่งผมคิดว่าผมเอาเสื้อมาหลายตัวใส่ซ้ำสองครั้งคงไม่เป็นไร อากาศก็หนาวเหงื่อก็ออกไม่มากเลยรอว่าให้เยอะๆค่อยซักซึ่งผมคิดว่ายังไม่เหม็นเลยจนเพื่อนทนไม่ไหวต้องมาสอนซัก ซึ่งเพื่อนคนนั้นก็คือพี่อ๋อยนั่นเอง ถือว่าเป็นการตอบแทนที่ผมไปไหนมาไหนเป็นเพื่อนด้วยบ่อยๆ เลยมาเป็นครูสอนผมซักผ้า เริ่มจากใส่ผ้าเข้าเครื่อง ปิดฝา ต่อจากนั้นใส่บัตรเครื่องจะเริ่มทำงาน แต่พวกเราลืมใส่ผงซักฟอกแต่เครื่องทำงานแล้ว ไม่รู้ทำไง ผมก็เลยรีบวิ่งไปที่ห้องไปเอาผงซักฟอกที่เตรียมมาจากประเทศไทยลงมาใส่ในช่องที่มีไว้ใส่ผงซักฟอก แต่น้ำมันไม่ไหลมาที่ผงซักฟอกแล้วทำไงดี พวกเราเลยไปแอบหยิบฝาน้ำยาปรับผ้าหนุ่มของใครก็ไม่รู้มาใส่น้ำแล้วเทลงไปให้ผงซักฟอกไหลไปในเครื่อง สุดท้ายก็ผมก็ได้ผ้าที่ผ่านการซักและอบแห้งมาจนได้ แต่ไม่เป็นดังคาดว่าผ้าที่อบแล้วจะแห้งเลย เพราะผ้าที่ออกมาจากตู้อบมีบางชิ้นไม่แห้ง โดยเฉพาะชิ้นหนาๆ อาจเป็นเพราะผมซักผ้าหลายชิ้นไปหน่อยเลยทำให้ความร้อนไม่ทั่วถึงก็เป็นได้ เลยต้องใช้เกือบทุกพื้นที่ในห้องเพื่อพึ่งผ้าที่ยังไม่แห้ง และต้องเปิดประตูและหน้าต่างไว้ไม่ให้ผ้ามีกลิ่นอับอีกด้วย และวันนี้มีเหตุการณ์ที่ทำให้ผมและเพื่อนๆตะลึงคือค่าหอพักขึ้นราคา จาก 262.82 ขึ้นมาเป็น 282.82 เหรียญงงเลย คงเป็นเพราะราคาน้ำมันที่ขึ้นเลยทำให้ราคาค่าหอพักขึ้นตามมา เพราะหอพักแห่งนี้มีการใช้น้ำและไฟไม่จำกัด และราคาน้ำไฟรวมในค่าหอเรียบร้อยแล้ว เลยทำให้คนที่พักให้หอนี้ไม่ค่อยตระหนักเรื่องเรื่องใช้น้ำ ไฟมากนัก โดยเฉพาะเพื่อนร่วมห้องของผมที่มักจะเปิดไฟทุกๆดวงไว้ในห้องครัวตลอดคืน ดังนั้นก่อนผมเข้านอนและเห็นว่าทุกคนเข้าห้องเรียบร้อยแล้วผมจะปิดทุกครั้ง เพราะอย่างน้อยเป็นการประหยัดพลังงานแม้ไม่ใช่เพื่อประเทศไทย แต่ก็เพื่อโลกของเราอีกทางหนึ่ง

 

วันที่ 14 มิถุนายน 2551 (วันที่ 19)

                วันนี้ผมตื่นมาศิก็ชวนไปไชน่าทาวส์ ศิจะให้ผมเป็นคนนำทาง เพราะผมเคยไปมาแล้วสองครั้ง เพราะจะไปซื้ออาหารมาเตรียมไว้ไปงานปาร์ตี้ตอนเย็นที่บ้านพี่ทิพย์ และพรุ่งนี้จะทำสุกี้กินกัน  วันนี้ก็เลยมีศิ โอ๊ค พี่อ้น และและรุ่นพี่คนไทยสองคนไปด้วย พวกเราเข้าใจว่าถ้ามีตั๋วเดือนขึ้นรถประจำทางแล้ว ในวันเสาร์-อาทิตย์ คนที่มีบัตรสามารถพาเพื่อนไปได้อีกสองคน ก็แหมค่าตั๋วเดือนตั้งเจ็ดสิบเหรียญแพงจะตายจะให้ซื้อทุกคนได้ไง ผมก็เลยขอพ่วงไปด้วยแบบว่าช่วยออกบ้างบางโอกาส แต่ตอนขามาศิบอกว่าผมเป็นเพื่อนคนขับไม่เห็นว่าอะไรเลยให้ขึ้นมาเลย แต่พอจะกลับคนขัยบอกว่าต้องเสียเงินจะพาขึ้นได้เฉพาะวันอาทิตย์เท่านั้น วันนี้ผมไปร้านขายของนำเข้าจากเอเชีย และเจ้าของร้านคนจีนมองผมและรู้ว่ามาจากไทยตรงเข้ามาแนะนำอาหารจากประเทศไทยทันทีเช่น ปลาทู ปูเค็ม ชะอม มะเขือเปราะ หนังหมู ปลากรอบ เป็นต้น แต่คนที่ซื้อเยอะสุดไม่ใช่ผมแต่เป็นศิ

เพราะเธอมีเมนูอาหารในหัวเรียนร้อยแล้ว คนเก็บขยะที่นี่ไฮโซมากมีรถเข็นแบบที่เวลาจะซื้อของในห้างเข็นมาเก็บของในถังแต่ละถังคล้ายกับกำลังเดินช็อพพิ้ง และไชน่าทาว์มีคนติดยาเยอะมาก เวลาเจอคนเดินคอเอียง ขาเป๋ นี่ใช่เลย เข้าไปร้านขนมปังของคนจีนมีอาม่าแก่ๆ มาคุยกับผมเป็นภาษาจีนด้วยแต่ผมก็ได้แต่ยิ้มเพราะพูดไม่ได้ อาม่าจึงเดินไป และในร้านขายของชำผมดันไปเดินชนของตกมาบนพื้นดีนะที่เป็นซองโลโบ เลยไม่แตก แต่คนที่คุมร้านก็ร้องเป็นภาษาจีนว่า อ่าหยา คำนี้ผมจำได้แม่น ตอนเย็นไปบ้านพี่ทิพย์ได้พบคนเยอะมาก จากหลากหลายอาชีพเช่น หมอฟัน หมอทั่วไป หมอวิสัญญี วิศวกร อาจารย์ เป็นต้น และพึ่งรู้ว่าคุณจิมสามีคุณทิพย์ทำวิทยานิพนธ์ปริญญาเอกหัวข้อรากเหง้าของการใช้ลักษณะนามของคำไทย ซึ่งคุณจิมบอกว่างานดังกล่าวไม่สามารถตีพิมพ์ที่แคนาดาได้เลยเพราะคนที่นี่ไม่สนใจ แต่ผมคิดว่าน่าสนใจเพราะขนาดผมเป็นคนไทยยังไม่รู้เลยว่าลักษณะนามของคำแต่ละคำมาจากอะไรเลย อายคนต่างชาติที่เห็นความสำคัญของภาษาไทยมากว่าคนไทยเสียอีก และวันนี้มีคนนำอาหารไทยมาเยอะมาก ผมเลยได้กินส้มตำ ไก่ย่าง ข้าวเหนียว สมใจอยาก และ วันนี้ตอนกลับหอก็ดึกมากแล้วรุ่นพี่คนไทยเลยพามาส่งที่หอและเมื่อพวกเราทั้งห้าคน นำขยะมาทิ้งเลยได้พบ แรคคูน เป็นวันแรก ตัวใหญ่มาก แต่แปลกจังประเทศไทยมีแต่สุนัขขุ้ยขยะ ทำไมประเทศสัตว์ต่างๆชอบหาของกินตามถังขยะจัง ว่าจะเป็นกระรอก หนู แรคคูน เป็นต้น

 

วันที่ 15 มิถุนายน 2551 (วันที่ 20)

                วันนี้ผมนัดกับศิกับโอ๊คว่าจะไปเที่ยวกัน เพราะวันนี้เป็นวันอาทิตย์คนที่มีตั๋วรถประเภทรายเดือนสามารถพาเพื่อนไปได้2 คน และพาเด็กไปได้อีกสองคน และวันนี้เพื่อนร่วมห้องของศิได้ให้บัตรไปเที่ยวสะพาน Capilano มาฟรีตั้ง 7 ใบ พวกเราดีใจมากเพราะรู้มาว่าค่าเข้าชมแพงมาก แต่อย่างไรก็ตามเธอก็จะไม่อยู่กับศิแล้วเพราะเธอเรียนจบ และจะย้ายหอพักในไม่ช้า และในวันนี้ผมกับเพื่อนๆเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขณะนั่งรถประจำทาง อยู่ดีๆมีผู้ชายหัวล้าน ตัวไม่สูง ท้วมๆเดินเข้ามาถามผู้หญิงฝรั่งที่สวยๆว่าเราเคยมีเพศสัมพันธ์กันมาก่อนหรือเปล่า เธอไปนอนกับเค้าบางครั้งไง จำไม่ได้เหรอ หลังจากนั้นผู้หญิงคนสวยๆก็ตั้งสติได้ตอบว่าไม่คำเดียวแล้วทำไม่สนใจ ผู้ชายเลยหน้าแตกเดินกลับไปนั่งที่ด้านหน้าดังเดิม ด้วยภาษาอังกฤษของผมก็ไม่ค่อยแข็งแรงก็พอจับใจความได้ จึงไม่แน่ใจไปถามศิ กับโอ๊คก็ได้คำตอบว่าได้ยินเหมือนกัน ประกอบกับฝรั่งผู้ชายที่นั่งอยู่ใกล้ๆอมยิ้มก็ยิ่งทำให้แน่ใจว่าเขาต้องพูดแบบนั้นแน่เลย ผมก็เลยแซวศิว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นเป็นศิคงตอบว่า ใช่ ไปนานแล้วเพราะฟังรู้เรื่อง ไม่รู้เรื่อง คนไทยมักตอบ ใช่ไว้ก่อน หลังจากนั้นพวกเราก็ไปแคนาดาเพลส หลังคาของที่นี่ทำคล้าย Sydney of the opera house ของออสเตรเลียไม่มีผิด ไปสถานที่ท่องเที่ยวสำหรับชมวิว ดูเรื่อแล่นข้ามฝาก ดูเครื่องบินน้ำบินขึ้นฟ้า และดูรถไฟฟ้าวิ่ง พวกเราเลยถ่านรูปไปจนจุใจ ก่อนที่จะนั่งรถต่อไป สไตเลย์พากส์ ซึ่งเป็นสวนสาธารณะที่ใหญ่ และสวยงามมาก วันนี้เป็นวันอาทิตย์คนส่วนมากจะมาพักผ่อนกันในรูปแบบครอบครัว หรือเพื่อนฝูง พวกเรากินอาหารกลางวันที่นี่ซึ่งเอามากินแบบปิกนิค ได้บรรยากาศไปอีกแบบ เพราะกินท่ามกลางป่าสน และที่นี่มีพิพิธพัณฑ์สัตว์น้ำแต่ค่าเข้าแพงมาก พวกเราจึงตกลงว่าไม่เข้า ก็ได้แต่ดุเป็ด กาน้ำ นกนางนวล ไปก่อน เมื่อพวกเราเดินจนเหนื่อยก็มานั่งพักและหลับซักพัก พอหายเหนื่อยก็เดินต่อ แต่อย่างไรกตามเดินไม่ทั่วเพราะว่ามันใหญ่มาก ที่นี่จึงมีจักรยานให้เช่า และมีรถม้าให้บริการแต่ะคนส่วนมากจะเล่นลอเล่เบสด์ และต่อจากนั้นพวกเราก็ไปแวะบ้านพี่ทิพย์ไปกินอาหารเย็นกันที่นั่น เพราะพี่ทิพย์กลัวกินอาหารที่เหลือจากงานเลี้ยงเมื่อวานไม่หมดก็เลยชวนพวกเรามากินกันอีก สุดท้ายกินกันจนอิ่มแล้วอยากจะกลับ พี่ทิพย์ก็ชวนคุยจนดึก สงสัยว่าพี่ทิพย์คงจะเหงาแน่ๆเลย เพราะลูกชายทั้งสามแยกกันไปอยู่ต่างหากเกือบหมดแล้ว พวกเราเลยมาเป็นลูกชั่วคราวของพี่ทิพย์ไปก่อน

 

วันที่ 15 มิถุนายน 2551 (วันที่ 20)

                วันนี้ผมตื่นแต่เช้ามาฝึกนำเสนองานเรื่องสวนสัตว์ และหิวมากอยากกินข้าวแต่ไม่อยากรบกวนเพื่อนๆที่มีหม้อหุงข้าวก็เลยลองหุงข้าวด้วยไมโครเวฟปรากฏว่าหุงได้ ดีใจมากเลยก็เลยเอาไก่กึ่งสำเร็จรูป (คือไก่ทอดไว้แล้ว แค่อุ่นก็สามารถกินได้เลย) หลังจากนั้นพวกเราก็ไปต่อสัญญาการเช่าหอพัก ถึงแม้ว่ามันจะขึ้นราคาก็ตาม แต่เมื่อพิจารณาถึงความสะดวกสบายแล้วก็ถือว่าคุ้มค่า ระบบการคิดเงินค่าหอที่นี่ก็แปลกเขาจะคิดเงินเราไปรายวัน แต่เวลาจ่ายเงินจ่ายเป็นเดือน แล้วถ้าอยู่ไม่ถึงเดือนเขาก็ไม่หัก อย่างนี้เราก็ขาดทุนแน่เลย เพราะปีหน้าเราจะกลับกันวันที่ 26 พฤษภาคม 2552 อยู่ไม่ถึงเดือน และแล้วเวลานำเสนองานก็มาถึง ผมก็ไม่รู้สึกตื่นเต้นเพราะได้รับการฝึกฝนเกี่ยวกับการนำเสนอมาอย่างดีจามหาวิทยาลัยในประเทศไทย จึงทำให้อาจารย์ทิมถึงกับอึ่ง และชมว่าพวกผมนำเสนองานได้ดีมาก และยังถามอีกว่าใช้เวลาเตรียมนานไหม ซึ่งผมก็บอกเขาไปว่าแค่คืนเดียว เขาก็ยิ่งงงเลย และให้ข้อคิดกับเขาว่าเด็กไทยก็มีดีเหมือนกัน หลังจากที่ผมเรียนเสร็จผมก็ยืมตั๋วเดือนจากศิไปเที่ยวกับโอ๊ค คราวนี้พวกเราได้นั่งรถไฟฟ้า (Sky train) แต่รถไฟฟ้าที่นี่แปลกมันไม่ได้อยู่เหนือพื้นดินตลอดมันมีบางช่วงที่ลงใต้ดินแต่โชคไม่ดีที่พวกเรานั่งตอนห้าโมงเย็นซึ่งเป็นเวลาเร่งรีบจึงทำให้แออัดมาก ต่อจากนั้นพวกเราก็ไปเดินเล่นที่พิพิธพันธ์วิทยาศาสตร์ แต่ไม่ได้เข้าไปเพราะว่ามันปิดก่อน และอีกอย่างมันก็แพงมากด้วย และเมื่อเรานั่งรถไฟฟ้าย้อนกลับอีกครั้งคราวนี้คนมีคนน้อยลง ทำให้มีที่นั่งเหลือมากแต่มีคนบ้าขึ้นมานั่งตรงที่ว่างดังกล่าว และอาละวาดผู้โดยสารที่ขึ้นจากสถานีถัดไปไม่รู้ไปนั่งก็ต้องตกใจลุกหนีตามๆกัน ลองคิดดูสิบางคนพาลูกๆมานั่งด้วย เพราะคิดว่ามีที่ว่างมากมาย ตนเองกับลูกจะได้นั่งได้อย่างสบาย แต่พอรู้ตัวก็ลุกหนีแทบไม่ทัน ผมกับโอ๊คก็อยากจะบอกแต่ก็บอกไม่ได้เพราะนั่งอยู่ไกล ก็ได้แต่แอบหัวเราะกันอยู่สองคน หลังจากนั้นพวกเราก็ลองนั่งเรือข้ามฝากดู ซึ่งต้องคอยเวลาถึงหกโมงครึ่งเพราะเวลาหกโมงครึ่งคนที่มีตั๋วไม่ว่าจะระบุพื้นที่ใดก็ตามสามารถไปได้ทุกพื้นที่โดยไม่ต้องเสียเงินเพิ่มเลย ถ้ามาก่อนหน้านี้พวกเราต้องเสียเงินเพิ่มเนื่องจากมันออกนอกพื้นที่ของตั๋วที่เราซื้อ  อีกฝากหนึ่งของฝั่งดูสวยงามมาก ผมกับโอ๊คเดินถ่ายรูปซะรองเท้ากัดขา และเกือบไม่ทันเรื่อรอบสองทุ่มครึ่ง เลยต้องรีบ เหนื่อย แทบแย่ เมื่อขึ้นมาบนเรือได้ หลังจากนั้นพวกเราก็กลับมาขึ้นรถไฟฟ้าอีกรอบเพื่อมาต่อรถเมล์กับมหาวิทยาลัย การเที่ยวครั้งนี้ผมคิดว่าผมเริ่มคุ้นเคยกับที่นี่มากขึ้นเพราะไม่รู้สึกเหมือนตอนไปเที่ยวครั้งแรกที่เห็นอะไรก็สวยงามและอยากถ่ายรูปไปหมด และตอนนั้นยังฟังภาษาอังกฤษไม่รู้เรื่องเลยรู้สึกกลัว แต่พอตอนนี้ความกล้าเริ่มมีมากขึ้น ถ้าจะเปรียบเทียบก็สามารถเปรียบได้กับการกินอาหาร ถ้าเราพบสิ่งที่เราไม่เคยกิน เราจะอยากกินให้มากที่สุดเพื่อลิ้มลองรสชาติใหม่ๆ แต่พอกินไปซักระยะจะรู้สึกว่าเริ่มอิ่ม ก็จะไม่อยากกินอีก และเมื่อได้กินบ่อยๆ ความรู้สึกที่อยากจะชิมอยากจะลองก้จะหายไป ก็เหมือนกับผมที่กำลังเป็นอยู่ในขณะนี้ ผมก็หวังว่าเมื่อกลับประเทศไทยคงได้ประสบการณ์ต่างทั้งในห้องเรียนและนอกห้องเรียนมากที่สุด

 

                                                           จบสัปดาห์ที่สาม

                                            ----โปรดติดตามสัปดาห์ต่อไป----

 

 

Posted by : กระต่ายน้อย
เวลา : 01:52
จำนวนผู้อ่าน : 769 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://edunews.eduzones.com/sasithep/6600
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (0)  respond แสดงความคิดเห็น
 

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 9
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 8
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 7
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 6
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 5
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 4
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 3
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 2
+ ประสบการณ์ที่แคนาดาสัปดาห์ที่ 1
+ การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความสามารถในการทำงานร่วมกับผู้อื่นของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โดยใช้การเรียนแบบร่วมมือในวิชาชีววิทยา เรื่อง การสืบพันธุ์ของพืชดอก
+ การใช้เชื้อราศัตรูแมลงในการควบคุมหนอนกระทู้หอม
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo
นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , เกมส์ปลูกผัก , เกมส์จับคู่ , เกมส์จับคู่ผลไม้ , เกม , ฟังเพลง , ภาวะโลกร้อน , วันลอยกระทง , แบบทดสอบ - จิตวิทยา , ฟุตบอล , การ์ตูน , ฟังเพลง , หางาน , ข่าว , รถ , IT , โค๊ด hi5 ,
                              ดารา ซุบซิป , หาเพื่อน , สอบตรง , รับตรง , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission , ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย , ศึกษาต่อต่างประเทศ
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์ , สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัย , เรียนต่อ
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง , แนะแนว
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา , wallpaper , wallpaper น่ารัก
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005