03 มีนาคม 2551เครื่องเป่าที่มนุษย์รู้จักใช้มาแต่เดิม ได้แก่พวกหลอดไม้ไผ่ ใช้เป่าเป็นสัญญาณในการล่าสัตว์ ต่อมาใช้เป่าเขาสัตว์ ระยะหลังรู้จักทำลิ้นและเจาะรูให้สามารถเปลี่ยนระดับเสียงได้ นำมาเล่นเป็นทำนอง เช่น ขลุ่ย และ ปี่ชนิดต่าง ๆ เครื่องเป่าของไทยมี ดังนี้
![]() | 1. ขลุ่ย เป็นเครื่องเป่าดั้งเดิมของไทย มีรูสำหรับนับเสียงสูง ต่ำ 7 รู นอกจากใช้เป่าเล่นเพื่อความบันเทิงแล้ว ยังใช้เป่าร่วมในวงเครื่องสาย วงปี่พาทย์ไม้นวม วงมโหรี และวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์อีกด้วย ขลุ่ย มักทำจากไม้รวก ไม้ชิงชัน ไม้พะยูง และงาช้าง แต่ที่ทำจากไม้รวกจะให้เสียงนุ่มนวล ไพเราะกว่า ขลุ่ยมี 5 ชนิด คือ ขลุ่ยกรวด ขลุ่ยนก ขลุ่ยเพียงออ ขลุ่ยหลีบ และขลุ่ยอู้ ขลุ่ยมีส่วนประกอบดังนี้ 1.1 ขลุ่ยหลีบ เป็นขลุ่ยขนาดเล็ก ยาวประมาณ 31 ซ.ม. มีเสียงสูงแหลมเล็ก ระดับเสียงต่ำสุดสูงกว่า เสียงต่ำสุดของขลุ่ยเพียงออขึ้นมา 3 เสียง ใช้เป่าคู่กับขลุ่ยเพียงออ หรือขลุ่ยกรวด มีอยู่สองชนิด คือ ขลุ่ยหลีบเพียงออ และขลุ่ยหลีบกรวด |
![]() | 1.2 ขลุ่ยเพียงออ เป็นขลุ่ยขนาดกลาง ยาวประมาณ 4546ซ.ม. ระดับเสียงต่ำสุดคือ เสียงโด ของไทย ใช้เป็นหลักเทียบเสียง ในวงเครื่องสาย เครื่องตี ถ้าเล่นกับวงมโหรี ขลุ่ยเพียงออต้องมีระดับเสียง ได้ระดับเดียวกับลูกฆ้องวงใหญ่ ลูกที่ 10 ที่เรียกว่า ลูกเพียงออ |
![]() | 1.3 ขลุ่ยอู้ เป็นขลุ่ยขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 60 เซนติเมตร ระดับเสียงต่ำสุด ต่ำกว่าระดับเสียงต่ำสุดของขลุ่ยเพียงออ ลงไปอีก 2 เสียง ใช้บรรเลงในวงปีพาทย์ดึกดำบรรพ์ |
| 1.4 ขลุ่ยกรวด ขลุ่ยชนิดนี้ มีเสียงสูงกว่าขลุ่ยเพียงออ 1 เสียง ใช้สำหรับวงเครื่องสายผสมที่นำเอาเครื่องดนตรีฝรั่ง มาเล่นผสมวง เช่น วงเครื่องสายผสมไวโอลิน วงเครื่องสายผสมออร์แกน มีขนาดเล็กกว่า ขลุ่ยเพียงออ ระดับเสียงต่ำสุดสูงกว่า ระดับเสียงของขลุ่ยเพียงอออยู่ 1 เสียง |
![]() | 1.5 ขลุ่ยนก เป็นขลุ่ยพิเศษ ทำขึ้นเพื่อ เสียงสัตว์ต่างๆ โดยเฉพาะนก ใช้บรรเลง ประกอบในวงดนตรี เพื่อให้เกิดจินตนาการ ในการฟังเพลงได้ดียิ่งขึ้น บางครั้งยังใช้ ลิ้นปี่มาประกอบกับ ตัวขลุ่ยเพื่อเลียนเสียงไก่ ขลุ่ยพิเศษเหล่านี้นิยมใช้บรรเลง เพลงตับนก และตับภุมรินทร์ |
![]() | 2. ปี่ เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ปกติ เลาปี่ ทำด้วยไม้แก่น ต่อมามีผู้คิดทำด้วยงา โดยกลึงให้เป็นรูปบานหัว และบานท้าย ช่วงกลางป่อง ภายในกลวง ทางหัวใส่ลิ้นเป็นช่องรูเล็ก ทางท้ายปากรูใหญ่ ใช้งา ชัน หรือวัสดุอย่างอื่นมาหล่อเสริมตอนหัว และตอนท้าย เรียกว่า "ทวน" ทางหัวเรียกว่า "ทวนบน" ทางท้ายเรียกว่า "ทวนล่าง" ช่วงที่ป่องกลาง เจาะรูนิ้วสำหรับเปลี่ยนเสียง เรียงลงมาตามข้างเลาปี่ จำนวน ๖ รู ที่รูเป่าตอนทวนบนใส่สิ้นสำหรับเป่าเรียกว่า ลิ้นปี่ ทำด้วยใบตาลซ้อน ๔ ชั้น ตัดกลมผูกติดกับท่อกลมเล็ก ๆ ที่เรียกว่า "กำพวด" ทำด้วยโลหะ มีลักษณะเรียว วิธีผูกเชือกให้ลิ้นใบตาลติดกับกำพวดเรียกว่า "ผูกตะกรุดเบ็ด" |
![]() | 2.2 ปี่ใน เป็นปี่ขนาดใหญ่ ยาวประมาณ 42 เซนติเมตร |
![]() | 2.3 ปี่กลาง เป็นปี่ขนาดกลาง ยาวประมาณ 37 เซนติเมตร |
![]() | 3. ปี่อ้อ เป็นปี่โบราณชนิดหนึ่งของไทย ตัวปี่ทำด้วยไม้รวก ไม่มีข้อ ยาวประมาณ 24 เซติเมตร แต่ก่อนใช้บรรเลงในวงเครื่องสาย ต่อมาใช้ขลุ่ยเพียงออ และขลุ่ยหลีบแทน |
![]() | 4. ปี่ไฉน เป็นปี่สองท่อน ถอดออกจากกันได้ ท่อนบนเรียงยาว ปลายผายออกเล็กน้อยเรียกว่า "เลาปี่" ท่อนล่างปลายบานเรียกว่า "ลำโพง" ทำด้วยไม้หรืองา ปี่ชนิดนี้เข้าใจว่าได้แบบอย่างมาจาก เครื่องดนตรีของอินเดีย ซึ่งเป็นเครื่องเป่าที่ทำด้วยไม้ ไทยใช้ปี่ชนิดนี้มาตั้งแต่สมัยสุโขทัย ปัจจุบันใช้ในขบวนแห่ คู่กับปี่ชวา จ่าปีใช้เป่านำกลองชนะในกระบวนพยุหยาตรา |
![]() | 5. ปี่ซอ ตัวปี่ทำด้วยไม้รวกปล้องยาว มีหลายขนาด สำรับหนึ่งมี 3 เล่ม (สำหรับปี่ซอไม่ใช่ลักษณะนามว่า เลา) 5 เล่มหรือ 7 เล่ม ขนาดเล็กถึงขนาดใหญ่ มีความยาวตั้งแต่ 45 80 เซนติเมตร |
![]() | 6. ปี่ชวา เป็นปี่สองท่อน รูปร่างลักษณะเหมือนปี่ไฉน แต่ย่าวกว่า ทำด้วยไม้หรืองา เนื่องจามีขนาดยาวกว่าปี่ไฉน จึงให้เสียงแตกต่างไปจานปี่ไฉน เข้าใจว่าไทยนำปีชวาเข้ามาใช้คราวเดียวกับ กลองแขก จากหลักฐานพบว่ามีการใช้ปี่ชวา ในกระบวนพยุหยาตรา ในสมัยอยุธยาตอนต้น |
![]() | 7. ปี่มอญ เป็นปี่สองท่อน เหมือนปี่ชวา แต่มีขนาดใหญ่และยาวกว่า เลาปี่ทำด้วยไม้ ลำโพงทำด้วยโลหะ ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์มอญ หรือสมัยก่อนเรียกว่า ปีพาทย์รา ใช้บรรเลงในวงปี่พาทย์มอญโดยเฉพาะ ให้เสียงโหยหวน เศร้า |
![]() | 8. แคน ทำด้วยไม้ซาง ขนาดเท่านิ้วมือใส่นิ้วตรงกลางลำ นำมาเรียงลำดับผูกติดกันเป็นแถว แถวละ 7 - 8 ลำ แคนเป็นเครื่องดนตรีพื้นเมืองของชาวไทยภาคอีสาน ใช้เป่าประกอบในการเล่นพื้นเมือง ที่เรียกว่า หมอลำ |
9. แตร เป็นเครื่องดนตรีประเภทเป่า ทำด้วยโลหะ แตรที่ใช้ในการพระราชพิธีของไทยมาแต่โบราณ มี 2 ชนิด คือ แตรงอนและแตรฝรั่ง | |
![]() | 9.1 แตรงอน มีลักษณะงอนบานปลาย ไทยได้แบบอย่างมาจากอินเดียและมีชื่อซึ่งแปลความหมายว่าเขาสัตว์ ซึ่งเดิมคงทำจากเขาสัตว์ ทำด้วยโลหะชุบเงิน ทำเป็นสองท่อนสวมต่อกัน ท่อนแรกเป็นหลอดโค้งเรียวยาว สำหรับเป่าลมปากตรงที่เป่าทำให้บานรับกับริมฝีปาก เรียกว่า "กำพวด" ท่อนปลายเป็นลำโพง มีเส้นเชือกริบบิ้นผูกโยง ท่อนเป่ากับท่อนลำโพงไว้ด้วยกัน ใช้บรรเลงร่วมกับสังข์ในงานพระราชพิธีเกียรติยศ เช่น พระมหากษัตริย์เสด็จออกรับทูตเป็นทางราชการ ใช้ในงานเสด็จพระราชดำเนิน โดยขบวนพยุหยาตรา ทางชลมารค สถลมารค และจนขบวนแห่งอย่างอื่น ซึ่งจะต้องเป่าแตรสังข์เป็นเครื่องประโคมสำหรับพระราชอิสริยยศด้วย |
![]() | 9.2 แตรฝรั่ง มีลักษณะบานปลายคล้ายดอกลำโพง ใช้ร่วมกับแตรงอนและสังข์ในพระราชพิธี เหตุที่ไทยเราเรียกว่า แตร นั้นคงจะเรียกตามเสียงที่ได้ยิน เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า "แตรลำโพง" มีลักษณะ ปากบานคล้ายดอกลำโพง ในกฎมณเฑียรบาล เรียกว่า "แตรลางโพง" ในรัชสมัยพระบาทสมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เรียกว่า "แตรวิลันดา" |
| 10. สังข์ เป็นหอยทะเลชนิดหนึ่ง เปลือกขรุขระ ต้องเอามาขัดให้เรียบและเกลี้ยงเสียก่อน แล้วเจาะก้นหอยให้ทะลุเป็นรูเป่า เครื่องเป่าชนิดนี้ไม่มีลิ้น ต้องเป่าด้วยริมฝีปาก ไทยได้แบบอย่างการใช้สังข์เป่าในงานพระราชพิธีมาจากอินเดีย การใช้เครื่องเป่าชนิดนี้ ถือเป็นของขลังและศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะในงานที่มีเกียรติสูงศักดิ์ร่วมกับแตรงอนและแตรฝรั่ง |
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (22)
แสดงความคิดเห็น









ขอบคุณน๊าค๊ะ
หลงเข้ามาจาเอาไปทำรายงานพอดีเลยค่ะ
ขอบคุนจริงๆ




















เยี่ยมมากครับ ผมใช้ประโยชน์เพื่อทำรายงานส่งอาจารย์ ขอบคุณมากครับ




















ขอบคุณครับ






...น่าสนมาก ง่ายต่อการศึกษา อ่านเข้าใจงง่าย ...ถ้าใครรักที่จะศึกษา ชอบการแสวงหาความรู้ เรียนรู้ตลอดเวลา ก็จะว่าความรู้เหล่านี้เป็นประโยชน์มาก ซึ่งตรงกันข้ามกับคนที่ชอบมองในแง่ลบ นอกจากจะไม่เอาใจใส่ในการเรียนแล้ว..ยังจะถ่วงความเจริญของชาติอีก...

ถ้าไม่ได้เรื่องทำเองเลยไหม ไอ้ไท้เเมน
ปี่ชวาเป็นปี่ที่สวยมาก








| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
วันที่ 09 พฤศจิกายน 2551 เวลา 17:02
โดย : พริก
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 125.27.11.xxx