ขณะนี้กำลัง LOAD อยู่ กรุณารอสักครู่...
ชุมชนการศึกษา Online ที่มีสมาชิก และ Pageview มากที่สุดในประเทศ
eduzones logo

ศิลปะ ดนตรี

ดนตรีสากล ดนตรีไทย ศิลปิน

respond01 มีนาคม 2551

เครื่องตีที่ขึงด้วยหนัง : เครื่องดนตรีไทย

เครื่องตีที่ขึงด้วยหนัง

ได้แก่  เครื่องตีจำพวกกลองต่าง ๆ มีดังต่อไปนี้

 
กลองทัด

1. กลองทัด

          เป็นกลองที่ชาวไทยทำขึ้นใช้แต่เดิม มีขนาดใหญ่ที่สุดในวงปี่พาทย์ กลองทัดเป็นกลองสองหน้าขนาดใหญ่ขึ้นหน้าทั้งสองข้างด้วยหนังวัวหรือหนังควาย ตรึงด้วยหมุด หุ่นกลองทำจากไม้เนื้อแข็ง กลึงคว้านข้างในจนเป็นโพรง ป่องตรงกลางนิดหน่อยหมุดที่ตรึง หนังเรียกว่า”แส้”ทำด้วยไม้หรืองาหรือกระดูกสัตว์ตรงกลางหุ่น กลองมีห่วงสำหรับแขวน เรียกว่า “หูระวิง”กลองทัด มีขนาดหน้ากว้างเท่ากันทั้งสองข้าง วัดเส้นผ่าศูนย์กลางได้ประมาณ 46 ซม ตัวกลองยาวประมาณ 41 ซม ตัวกลองทำด้วยไม้แก่นเนื้อแข็ง กลึงคว้านข้างในเป็นโพรง ตรงกลางป่องเล็กน้อย มีห่วงสำหรับแขวน ตั้งขาหยั่ง 1 ห่วง เวลาตีใช้ตีเพียงหน้าเดียว โดยวางพิงขาหยั่ง ให้หน้ากลองด้านหนึ่งเอียงลาดไปทางผู้ตี กลองทัดชุดหนึ่งมี 2 ลูก มีระดับเสียงต่างกันเล็กน้อย สำหรับไม้ตี ใช้ไม้รวก 2 ท่อน มือถือข้างละ 1 ท่อน กลองทัดมี 2 ลูก ลูกที่มีเสียงสูง ดัง “ตุม” เรียกว่าตัวผู้ และ ลูกที่มีเสียงต่ำตีดัง “ต้อม” เรียกว่าตัวเมีย ใช้ไม้ตี 1 คู่ มีขนาดยาวประมาณ 54 ซม

 
กลองชาตรี

2. กลองชาตรี

          รูปร่างและลักษณะการตีเช่นเดียวกับกลองทัด แต่มีขนาดเล็กกว่ากลองทัดมาก ใช้บรรเลงร่วมในวงปีพาทย์ในการแสดงละครชาตรีที่เรียกว่า "ปีพาทย์ชาตรี" ใช้เล่นคู่กับโทนชาตรี กลองชนิดนี้ มีชื่อเรียกตามเสียงที่ได้ยินว่า “กลองตุ๊ก” เพราะเวลาตีจะมีเสียงดัง ตุ๊ก ๆ วงปี่พาทย์ชาตรี เป็นวงสำหรับละครชาตรี ละครชนิดนี้เป็นละครเร่ ฉะนั้น กลองชาตรีจึงทำขนาดให้เล็กลงเพื่อสะดวกในการขนย้าย ละครชนิดนี้แต่ก่อนมีแพร่หลายทางภาคใต้ ปัจจุบันก็ยังคงมีอยู่ แต่ได้เปลี่ยนวิธีการเล่นไปบ้างแล้ว

 
 ตะโพน

3. ตะโพน

          ตะโพน เป็นเครื่องดนตรีที่ขึงด้วยหนัง ตัวตะโพนทำด้วยไม้สักหรือไม้ขนุน เรียกว่า “หุ่น” ขุดแต่งให้เป็นโพรงภายใน ขึ้นหนัง 2 หน้า ดึงด้วยสายหนังโยงเร่งเสียงเรียกว่า “หนังเรียด” หน้าใหญ่มีความกว้างประมาณ 25 ซม เรียกว่าหน้า “เท่ง” ติดหน้าด้วยข้าวสุกบดผสมกับขี้เถ้าเพื่อถ่วงเสียง อีกหน้าหนึ่งเล็กกว่ามีขนาดประมาณ 22 ซม เรียกว่า “หน้ามัด” ตัวกลองยาวประมาณ 48 ซม รอบๆขอบหนังที่ขึ้นหน้า ถักด้วยหนังที่ตีเกลียวเป็นเส้นเล็กๆ เรียกว่า “ไส้ละมาน” แล้วจึงเอาหนังเรียดร้อยในช่วงของไส้ละมานทั้งสองข้าง โยงเรียงไปโดยรอบจนมองไม่เห็นไม้หุ่น มีหนังพันตรงกลางเรียกว่า “รัดอก” ข้างบนรัดอกทำเป็นหูหิ้วและมีเท้ารองให้ ตัวตะโพนวางนอนอยู่บนเท้า ใช้ฝ่ามือซ้ายขวาตีได้ทั้งสองหน้า ใช้สำหรับบรรเลงผสมอยู่ในวงปี่พาทย์ ทำหน้าที่กำกับจังหวะหน้าทับต่างๆ
          ตะโพนนี้ ถือเป็นบรมครูทางดุริยางคศิลป์ นับว่าพระประโคนธรรพ เป็นครูตะโพน เมื่อจะเริ่มการบรรเลง จะต้องนำดอกไม้ธูปเทียน บูชาตะโพนก่อนทุกครั้ง และถือเป็นประเพณีสืบต่อกันมา เหตุที่ต้องกราบใหว้บูชาก็เพราะ ตะโพนเป็นเครื่องดนตรีที่บรรเลงร่วมกับ สังข์ บัณเฑาะว์ และ มโหระทึก ซึ่งเป็นเครื่องดนตรีประจำองค์ของเทพเจ้า และสมมุติเทพ ดังนี้คือ สังข์ประจำพระองค์พระนารายณ์ และพระอินทร์บัณเฑาะว์ ประจำองค์พระอิศวร มโหระทึก เป็นเครื่องดนตรีบรรเลงประกอบพระอิศริยยศองค์พระมหากษัตริย์ซึ่งถือเป็นสมมุติเทพส่วนตะโพนนั้นเป็นกลองที่พระคเณศได้เป็นผู้ตีเป็นคนแรก ดังนั้น ตะโพนเมื่อนำมาร่วมบรรเลงในวงปี่พาทย์ จึงถือเป็นบรมครู และทำหน้าที่กำกับหน้าทับต่างๆทั้งหมด

 
ตะโพนมอญ

4. ตะโพนมอญ
          มีรูปร่างคล้ายตะโพนไทย แต่มีขนาดใหญ่กว่าตัวกลองยาวประมาณ
70 เซนติเมตร มีเสียงดังกังวาลลึกกว่าตะโพนไทย หน้าใหญ่เรียกว่า "เมิกโนด" หน้าเล็กเรียกว่า "เมิกโด้ด" เป็นภาษามอญ ตะโพนมอญใช้บรรเลงผสมในวงปีพาทย์มอญ มีหน้าที่บรรเลงหน้าทับ ใช้ตีกำกับจังหวะในวงปี่พาทย์มอญ และวงปี่พาทย์ไทยเมื่อบรรเลงเพลงสำเนียงมอญ

 
 กลองตะโพน 

5. กลองตะโพน 
          คือ ตะโพน แต่นำเอามาวางตีแบบกลองทัดใช้ไม้นวมตี ไม่ได้ใช้ฝ่ามือตีอย่างตะโพน กลองตะโพนนี้ได้ปรับปรุงใช้สำหรับวงปี่พาทย์ดึกดำบรรพ์ ซึ่งได้ปรับปรุงขึ้นมา ในสมัยรัชกาลที่
5 เพื่อใช้บรรเลงประกอบการแสดงละครดึกดำบรรพ์โดยเฉพาะ กลองชนิดนี้ใช้ตะโพน 2 ลูก เสียงสูงต่ำต่างกัน แล้วนำมาตั้งเอาหน้าเท่งขึ้นตีแบบกลองทัด โดยให้หน้ากลองข้างหนึ่งตะแคงมาทางผู้ตี เหมือนกับกลองทัด นิยมนำมาใช้กับวงปี่พาทย์ไม้นวมแทนกลองทัด บรรเลงภายในอาคารบ้านเรือน เพื่อมิให้เสียงดังเกินไป

 
โทน หรือ ทับ 

6. โทน หรือ ทับ 
          เป็นเครื่องดนตรีประเภทกลอง เดิมเรียกว่า ทับ หุ่นทำด้วยดินเผารูปร่างคล้ายกรวย ปลายบานออกเป็นดอกลำโพง ขึงด้วยหนังหน้าเดียว มีสายโยงเร่งเสียงจากขอบหนังคอ ตีด้วยมือข้างหนึ่ง มืออีกข้างหนึ่งคอยปิด-เปิดปากลำโพง เพื่อช่วยให้เป็นเสียงต่าง ๆกัน ใช้ตีเป็นจังหวะ กำกับทำนองเพลงมาแต่โบราณ นิยมบรรเลงในวงเครื่องสาย ไม่นิยมบรรเลงในวงปีพาทย์ ใช้ตีกำกับจังหวะในวงดนตรีไทย มี
2 ชนิด คือ โทนชาตรี และ โทนมโหรี

          6.1 โทนชาตรี ตัวกลองทำด้วยไม้ เวลาตีใช้มือหนึ่งตีมือหนึ่งปิดเปิดท้ายเพื่อช่วยให้เกิดเสียงตามต้องการใช้ในวงปี่พาทย์ชาตรี ประกอบการแสดงละครโนราชาตรี ตีประกอบการเล่นหนังตะลุง ใช้ตีกำกับจังหวะในวงปี่พาทย์ วงเครื่องสาย วงมโหรี เมื่อเล่นเพลงภาษาเขมร และ ภาษาหนังตะลุง
          6
.2 โทนมโหรี ตัวกลองทำด้วยดินเผา วิธีตีเช่นเดียวกับโทนชาตรีด้วยเหตุที่กลองชนิดนี้ใช้ตีเฉพาะในวงเครื่องสายและวงมโหรี จึงเรียกว่า “โทนมโหรี” เวลาตีใช้คู่กับรำมะนาโทนทั้งสองชนิดนี้ นอกจากใช้ตีกำกับจังหวะในวงดนตรีไทยดังกล่าวแล้ว ยังใช้ตีประกอบการเล่นพื้นเมืองของไทยอย่างหนึ่ง โดยนำไปตีประกอบการขับร้อง และใช้เป็นจังหวะในการฟ้อนรำซึ่งเรียกว่า “รำโทน” การรำโทนนั้นนิยมเล่นกันแพร่หลายในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 รัฐบาลได้มอบให้กรมศิลปากร ปรับปรุงท่ารำและบทร้องและเครื่องดนตรีเสียใหม่ เปลี่ยนชื่อเป็น “รำวง” ปรากฏกันว่าเป็นที่นิยมกันโดยทั่วไป “การรำวง” ตามแบบที่กรมศิลปากรปรับปรุงนั้นมีแบบแผนเป็นแบบมาตรฐาน ดูสวยงาม จึงเรียกว่า “รำวงมาตรฐาน” ผู้ที่ฝึกหัดรำวงมาตรฐานทั่วๆ ไปไม่จำเป็นต้องรำให้สวยงามอ่อนช้อยก็ได้ เพราะโดยเจตนาแล้วมุ่งให้รำเพื่อความสนุกสนานและมีแบบแผน

 
รำมะนา 

7. รำมะนา 
          เป็นกลองขึงหนังหน้าเดียว หน้ากลอง ยานผายออก หุ่นกลองนั้น รูปร่างคล้ายชามกะละมัง หรือชามอ่าง เข้าใจว่าได้แบบอย่างจากเครื่องดนตรีชนิดหนึ่งของมลายู ที่เรียกว่า เรบานา รำมะนามีสองชนิด คือรำมะนาสำหรับวงมโหรี และรำมะนาสำหรับวงลำตัด รำมะนาของไทยมี
2 ชนิด คือ
         
7.1 รำมะนามโหรี มีขนาดเล็ก หุ่นกลองสูง หนังที่ขึ้น ตรึงด้วยหมุดโดยรอบ มีเชือกที่เรียกว่า "สนับ" สำหรับใช้หนุนข้างใน โดยรอบหน้ากลาง เมื่อหน้ากลองหย่อน เพื่อช่วยให้เสียงสูง ใช้มือตี บรรเลงในวงมโหรีและวงเครื่องสายคู่กับโทน 
         
7.2 รำมะนาลำตัด เป็นรำมะนาขนาดใหญ่มาก รำมะนาชนิดนี้ เดิมใช้ประกอบการร้องชนิดที่เรียกว่า”บันดน” ซึ่งได้รับแบบอย่างมาจากชวา ในสมัยรัชกาลที่ 5 ต่อมาใช้เล่นประกอบการแสดงลำตัดซึ่งเป็นการละเล่นชนิดหนึ่งของไทย ที่นิยมกันอย่างแพร่หลายมาก

 
กลองแขก 

8. กลองแขก 
          กลองแขกเป็นเครื่องดนตรีประเภทตีที่มีรูปร่างยาวเป็นรูปทรงกระบอก ขึ้นหนังสองข้างด้วยหนังลูกวัวหรือหนังแพะหน้าใหญ่ กว้างประมาณ
20 ซม เรียกว่า หน้ารุ่ย ส่วนหน้าเล็กกว้างประมาณ 17 ซม เรียกว่า หน้าด่าน ตัวกลองแขกทำด้วยไม้แก่น เช่นไม้ชิงชันหรือไม้มะริด การขึ้นหนังใช้เส้นหวายผ่าซีกเป็นสายโยงเร่งเสียง โยงเส้นห่าง ๆ ในปัจจุบันอาจใช้เส้นหนังแทนเนื่องจากหาหวายได้ยาก กลองแขกสำหรับหนึ่งมี 2 ลูก ลูกเสียงสูงเรียก ตัวผู้ ลูกเสียงต่ำเรียก ตัวเมีย ตีด้วยฝ่ามือทั้งสองข้างให้สอดสลับกันทั้งสองลูก กลองชนิดนี้เรียกอีกอย่างหนึ่งว่า “กลองชวา” ไทยนำหลองชนิดนี้มาใช้แต่โบราณ เดิมนำมาใช้ในขบวนแห่นำเสด็จพระราชดำเนิน ภายหลังได้นำมาใช้ในวงปี่พาทย์ โดยนำมากำกับจังหวะแทนตะโพนและใช้แทนโทนและรำมะนาในวงเครื่องสายด้วย

 
กลองมลายู

9. กลองมลายู
           มีรูปร่างลักษณะเหมือนกลองแขก แต่สั้นและอ้วนกว่า หน้าหนึ่งใหญ่ อีกหน้าหนึ่งเล็กขึ้นหนังสองหน้า เร่งให้ตึงด้วยหนังรูดให้แน่น สายโยงเร่งเสียงทำด้วยหนัง หน้าใหญ่อยู่ทางขวาไปตีด้วยไม้งอ หน้าเล็กตีด้วยฝ่ามือ สำรับหนึ่งมีสีลูก ต่อมาลดเหลือสองลูก ใช้บรรเลงคู่ อย่างกลองแขกลูกเสียงสูงเรียกว่า "ตัวผู้" ลูกเสียงต่ำเรียกว่า "ตัวเมีย" ใช้บรรเลงในวงบัวลอยในงานศพ และใช้บรรเลงในวงปีพาทย์นางหงส์

 
กลองชนะ

10. กลองชนะ
           รูปร่างเหมือนกลองมลายู แต่ตัวกลองสั้นกว่า ใช้ตีด้วยไม้งอ ๆ หรือหวาย แต่เดิมใช้ตีเป็นจังหวะในการฝึกหัดเพลงอาวุธ จึงเรียกกลองชนิดนี้ เพื่อเป็นมงคลนิมิตร ว่า
“กลองชนะ” สมัยต่อมา ใช้เป็นเครื่องประโคมในขบวนเสด็จพยุหยาตรา และใช้ประโคมศพเจ้านาย

 
กลองสองหน้า

11. กลองสองหน้า
           มีลักษณะเหมือนกับเปิงมางคอก กลองชนิดนี้สร้างเลียนแบบเปิงมาง แต่มีขนาดโตกว่า ตีด้วยมือขวา ใช้ใบเดียวตีกำกับจังหวะในวงปีพาทย์ที่บรรเลงในการขับเสภา ใช้ตีกำกับจังหวะในวงปี่พาทย์แทนตะโพน เพื่อใช้ประกอบการขับเสภาเริ่มใช้มาแต่สมัยรัชกาลที่
2

 
เปิงมาง

12. เปิงมาง
           เป็นคำมอญที่ใช้เรียกเครื่องหนังชนิดหนึ่งซึ่ง เปิงมาง เป็นกลองใช้ตีขัดจังหวะหยอกล้อกับตะโพน หรือกลองทัด เปิงมางเป็นภาษามอญ เดิมคงเป็นเครื่องดนตรีของมอญ มีรูปร่างยาวเหมือนกระบอก ตรงกลางป่องเล็กน้อย หุ่นกลองทำด้วยไม้ ขึ้นหนังสองหน้า สายโยงเร่งเสียงทำด้วยหนังเรียด ร้อยจากหนังไส้ละมานเรียงถี่จนคลุมหุ่นไว้หมด มีห่วงหนังผูกโยงสายสำหรับคล้องคอ ใช้เดินตีได้ เช่น ใช้ตีนำกลองชนะในกระบวนพยุหยาตรา หรือตีประโคม ประจำพระบรมศพ พระศพ และศพ คนตีเปิงมางนำกลองชนะเรียกว่า "จ่ากลอง" คู่กับคนเป่าปี่ เรียกว่า "จ่าปี"

 
เปิงมางคอก

13. เปิงมางคอก
           ใช้ในวงปีพาทย์มอญ ใช้เปิงมางจำนวน
7 ลูก มีขนาดลดหลั่นกัน ผูกเรียงลำดับตามขนาดจากใหญ่ไปหาเล็ก แขวนเรียงลำดับไว้เป็นราวรอบตัวคนตี โดยทำเป็นวงมีลักษณะเป็นคอก จึงเรียกว่า “เปิงมางคอก” ใช้ตีประสานคู่กับตะโพนมอญในวงปี่พาทย์มอญ

 
บัณเฑาะว์

14. บัณเฑาะว์
           เป็นกลองสองหน้าขนาดเล็ก ไทยคงได้เครื่องดนตรีชนิดนี้มาจากอินเดีย ตัวกลองทำด้วยไม้ขนาดเล็กพอมือถือ หัวและท้ายใหญ่ ตรงกลางคอด มีสายโยงเร่งเสียงใช้เชือกร้อยโยงห่าง ๆ มีสายรัดอกตรงคอดที่ตรงสายรัดอก มีหลักยาวอันหนึ่งรูปเหมือนหัวเม็ดทรงมัณฑ์ ทำด้วยไม้หรืองาที่ปลายหลักมีเชือกผูก ปลายเชือกอีกด้านหนึ่งผูกลูกตุ้ม ในการบรรเลงใช้มือไกวบัณเฑาะว์ คือพลิกข้อมือกลับไปกลับมา ให้ลูกตุ้มที่ปลายเชือกเหวี่ยงตัวไปกระทบที่หนังหน้ากลองทั้งสองด้าน บางครั้งใช้บัณเฑาะว์ลูกเดียว บางครั้งใช้สองลูก ไกวพร้อมกันทั้งสองมือ มือละลูก เป็นจังหวะในการบรรเลงประกอบขับไม้ในงานพระราชพิธี เช่น ขับกล่อมสมโภช พระมหาเศวตฉัตร สมโภชพระยาช้างเผือก และช้างสำคัญ เป็นต้น

 
 กลองยาว 

15. กลองยาว 
          เป็นกลองหน้าเดียว มีสายสำหรับสะพายที่ไว้คล้องบ่า หุ่นกลองทำด้วยไม้ ตอนหน้าใหญ่ ตอนท้ายเรียวแล้วบานปลายเป็นรูปดอกลำโพงมีหลายขนาด ตัวกลางนิยมตบแต่งให้สวยงามด้วยผ้าสี หรือผ้าดอกเย็บจีบย่น ปล่อยเชิงเป็นระบายห้อยมาปกด้วยกลอง ใช้ตีด้วยฝ่ามือ หรืออาจเล่นโลดโผนเพื่อความสนุกสนานโดยใช้กำปั้น ศอก เข่า ศีรษะ และส้นเท้ากระทุ้งก็ได้ไทยเราได้แบบอย่างการตีกลองยาวมาจากพม่า สมัยที่พม่าเข้ามาตั้งค่าย เพื่อสงครามกับไทย ขณะนักรบพม่าได้เล่นสนุกสนานโดยการตีกลองยาวไทยได้แบบอย่างมาตั้งแต่ครั้งนั้น มีการเล่นแพร่หลายทั่วไปตามหมู่บ้าน นิยมเล่นในขบวนแห่ต่าง ๆ เช่น แห่นาค ทอดกฐิน เป็นต้น กลองชนิดนี้เรียกชื่อตามเสียงที่ตีได้อีกชื่อหนึ่งว่า "กลองเถิดเทิง"

 
มโหระทึก

16. มโหระทึก
           เป็นกลองหน้าเดียว หล่อด้วยโลหะทั้งลูก มโหระทึกมีมาตั้งแต่ยุคโลหะตอนปลาย ซึ่งตกประมาณ
2000 ปีมาแล้ว มีพบในหลายประเทศในสุวรรณภูมิ ตัวกลองมีหน้ากลองแบนกว้าง บริเวณตรงกลางหน้ากลองนิยมทำเป็นรูปดาวและมีลวดลายอื่น ๆ ประกอบ ด้านข้างตัวกลางมักจะหลักลวดลายต่าง ๆ ฐานกลองเป็นทรงกระบอกกลวง 
          ในการตีจะวางมโหระทึก ตั้งเอาหน้ากลองขึ้น ใช้ไม้ตีสองอัน ทำด้วยไม้รวกหรือไม้เนื้อแข็งเหลากลม ปลายที่ใช้ตี พันด้วยผ้าให้แน่นแล้วผูกเคี่ยนหรือถักด้วยเส้นด้าย 
          ชาวไทยใช้มโหระทึกมาแต่โบราณ มีกล่าวถึงในสมัยสุโขทัย ใช้ตีในเทศกาล งานรื่นเริง สมัยอยุธยามีกำหนดให้ตีมโหระทึก ในงานพระราชพิธี สมัยรัตนโกสินทร์ ใช้ประโคมร่วมกับแตร สำหรับพระราชอิสริยยศของพระมหากษัตริย์ ในการเสด็จออก ขุนนางในงานพระราชพิธีและรัฐพิธี ใช้บรรเลงร่วมกับกลองชนะใน งานเสด็จพระราชดำเนินโดยกระบวน พยุหยาตราทางชลมารค และในกระบวนอื่น ๆ นอกจากนั้นยังโปรดเกล้าฯ เป็นการพิเศษแก่วัดสามวัด ให้มีการประโคมมโหระทึกของ พระภิกษุสงฆ์ทำวัตรสวดมนต์ คือ วัดพระศรีรัตนศาสดาราม วัดบวรนิเวศวิหาร และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม

Posted by : omike say hi
เวลา : 16:51
จำนวนผู้อ่าน : 23895 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://edunews.eduzones.com/omike/3584
print พิมพ์หน้านี้  favorite ชอบเรื่องนี้  comment อ่านความคิดเห็น (3)  respond แสดงความคิดเห็น
 

ความคิดเห็นที่ 3

วันที่ 26 ตุลาคม 2551 เวลา 11:30
โดย :
อีเมล์ : prang_za2526@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 124.157.144.xxx
อยากได้เครื่องดนตรีเพลงรำวงมาตรฐานง่ะ....อยากได้ๆ จาทำรายงานคร้่บ

 

ความคิดเห็นที่ 2

วันที่ 01 กันยายน 2551 เวลา 21:48
โดย : ดัถ้ด้ด
อีเมล์ : งยรวส
เว็บไซต์ : รา
IP 222.123.120.xxx


 

ความคิดเห็นที่ 1

วันที่ 21 สิงหาคม 2551 เวลา 15:48
โดย : ต้น
อีเมล์ : tonton514@hotmail.com
เว็บไซต์ : www.tonton514.com
IP 222.123.154.xxx

ดีมากครับประวัติเยอะดีครับ

 



 

หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 1 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1

แสดงความคิดเห็น








ขนาดไม่เกิน 300KB

Verify Image
ถ้ารูปที่เห็นไม่ชัดเจนคลิกที่นี่
 
My Story
+ องค์ประกอบของ ดนตรีสากล
+ สัญลักษณ์ดนตรีสากล
+ ดนตรีสากล สมัยต่างๆ
+ ประเภทเพลงสากล : ดนตรีสากล
+ ลักษณะของวง ดนตรีสากล
+ ประวัติของ ดนตรีสากล
+ ดนตรีสากล
+ เครื่องเป่า : เครื่องดนตรีไทย
+ เครื่องตีที่ทำด้วยไม้ : เครื่องดนตรีไทย
+ เครื่องตีที่ขึงด้วยหนัง : เครื่องดนตรีไทย
+ เครื่องตีที่ทำด้วยโลหะ : เครื่องดนตรีไทย
+ เครื่องสี เครื่องดนตรีไทย
+ เครื่องดีด เครื่องดนตรีไทย
+ เครื่องดนตรีไทย
+ นายประยอม ซองทอง : ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
+ ศาสตราจารย์ ดร.ระวี ภาวิไล : ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
+ ศาสตราจารย์เกียรติคุณ มณี พยอมยงค์ : ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
+ โกวิท เอนกชัย (เขมานันทะ) ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์
+ การจำแนกสาขาของศิลปินแห่งชาติ
+ ความสำคัญของศิลปินแห่งชาติ
+ เครื่องดนตรีสากลกลุ่มเครื่องกระทบหรือเครื่องตีประกอบจังหวะ (Percussion Instruments)
+ เครื่องดนตรีสากลประเภทลิ่มนิ้ว (Keyboard)
+ เครื่องดนตรีสากลกลุ่มเครื่องลมทองเหลือง (Brass Instruments)
+ เครื่องดนตรีสากลกลุ่มเครื่องลมไม้ (Woodwind Instruments)
+ เครื่องดนตรีสากลกลุ่มเครื่องสาย (String Instruments)
+ เครื่องดนตรีสากล
+ อัลบั้ม "DB2B'' ขาดตลาด! เหตุแฟนคลับแย่งซื้อรำลึก "บิ๊ก''
+ 'ประชัย' ฝันหวานขอ 3 กระทรวงใหญ่
+ ปาหี่รวมพรรค สุดท้ายก็แค่ลิเกสร้างราคา
+ 'โจ้'โขกนําชัย ผ่านเข้ารอบ3 ล่าฝันบอลโลก
 
หน้าที่ 1 จากทั้งหมด 2 หน้า
<ก่อนหน้า ถัดไป>
1 2

Education Search ค้นหาข้อมูลด้านการศึกษาจากทั่วโลก
eduzones logo
นำบทความเราไปใส่ในเว็บคุณ java feed text link

คำค้นหายอดนิยม : เกมส์ , ฟังเพลง , สงกรานต์ , ภาวะโลกร้อน , ปักกิ่ง 2008 โอลิมปิก , olympic , สอบตรง , รับตรง , วันแม่ , มหาวิทยาลัย , ศึกษาต่อ , แนะแนว , ศึกษาต่อต่างประเทศ , ทุนการศึกษา , เรียนต่อ
โซนยอดนิยม : ข่าว , เส้นทาง , ความรู้ , ชุมชน , ทุนการศึกษา , นานาชาติ , โครงการ
โปรแกรมยอดนิยม : ค้นหาตัวเอง , อาชีพไหนที่ใช่เรา , ค้นหามหาวิทยาลัย , ทำข้อสอบออนไลน์ , ดาวน์โหลดข้อสอบ , ประเมินโอกาส Admission ติด
ข่าวการศึกษา : ข่าว Admission , ศูนย์ข่าวการศึกษาไทย , ศึกษาต่อต่างประเทศ
เส้นทาง : ปรึกษาคณาจารย์ , สถาบันจัดอันดับมหาวิทยาลัย , มหาวิทยาลัย , เรียนต่อ
ความรู้ : บทความ
ชุมชน : พี่แนะนำน้อง , แนะแนว
โครงการ : Eduzones Expo 2008 , โค้งสุดท้าย Admissions
บริการ : SMS ข่าวการศึกษาฟรี , ทุนการศึกการ , นิตยสารการศึกษา , ฟังวิทยุออนไลน์ , สินค้าการศึกษา , wallpaper , wallpaper น่ารัก
ติดต่อ : เกี่ยวกับ Eduzones , ติดต่อ Eduzones
พันธมิตร : Kapook.com , Narak.com , รับทำเว็บไซต์ , Hosting , รถมือสอง , รูปดารา , ภาพเคลื่อนไหว , เกมส์.com , ดูดวง , นิยาย , เกม , หางาน , แม่เหล็ก , เว็บไซต์แนะนำ อื่นๆ

Copyright @2007 Eduzones All rights reserved.
The Most Popular Education Site in Thailand
The Best Education/Community Service Site : The Nation Thailand Web Award 2000
The Most Visited Educational Site : Truehit.net Web Award 2004 , 2005