
| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
05 กันยายน 2551หนังสือพิมพ์ประชาชาติธุรกิจ ฉบับล่าสุดวางแผงเมื่อ 2 ก.ย.นี้ ได้เขียนบทความเรื่อง"
ส่องหลักสูตรยอดนิยม "วิศวะ" ดาวรุ่งหรือดาวร่วง !!" และได้อ้างอิงบทความในพ็อกเก็ตบุ๊ค" สาขาแห่งอนาคต" เขียนโดย ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์ วิทยากรการศึกษาระดับประเทศ ซึ่งพ็อกเก็ตบุ๊คดังกล่าวได้มีบทความวิเคราะห์ถึงสาขาที่จะเป็นความต้องการของตลาดในอนาคตไว้อย่างละเอียดและลึกซึ้ง โดยหาซื้อได้ที่"ซีเอ็ดบุ๊ค" ทั่วประเทศ
ดูรายละเอียดข่าวนี้ได้ที่ : http://www.matichon.co.th/prachachat/prachachat_detail.php?s_tag=02edu01040951&day=2008-09-04§ionid=0222
****************************************
ส่องหลักสูตรยอดนิยม "วิศวะ" ดาวรุ่งหรือดาวร่วง !!
วิศวกรรมศาสตร์ ถือเป็นสาขายอดนิยมของนักเรียนที่จะเลือกศึกษาต่อในระดับปริญญาตรี ไม่เฉพาะรายได้ที่สูงซึ่งเป็นแรงจูงใจ หากแต่ความก้าวหน้าในอาชีพการงานยังเป็นสิ่งที่ดึงดูดให้เด็กที่เรียนเก่ง เข้ามาเรียนใน สาขาวิชาชีพนี้
และทำให้หลักสูตรการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมศาสตร์ ถือเป็นหนึ่งในสาขาดาวรุ่งตลอดกาล
แต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา พบว่า นักศึกษาที่เรียนจบในสาขานี้เริ่มไม่มีงานทำ แต่ทั้งนี้ไม่ใช่ว่าวิชานี้ไม่เป็นที่ต้องการ แต่อยู่ที่การไม่สามารถหาจุดสมดุลที่ลงตัว ระหว่างความต้องการของตลาดแรงงาน และความต้องการของผู้เรียน
ข้อมูลจากสถาบันอนาคตศึกษาเพื่อการพัฒนา ที่ได้ "วิเคราะห์บัณฑิตล้นตลาด... เชิงมุมมองเศรษฐศาสตร์" ไว้ว่า เป็นเพราะข้อมูลตลาดแรงงานมีความไม่สมบูรณ์ การขาดระบบข้อมูลด้านตลาดแรงงานที่ดี ทั้งๆ ที่มีตำแหน่งงานรองรับ อาทิ ผู้หางานไม่สามารถค้นพบตำแหน่งงานที่ต้องการ หรือนายจ้างไม่สามารถค้นพบแรงงานที่มีคุณสมบัติตามต้องการ ส่งผล ให้ค่าจ้างสูงเกินจริงและทำให้ผู้จบ การศึกษาบางส่วนว่างงาน
ขณะเดียวกันภาคการศึกษาปรับตัวไม่ทันกับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ตลาดแรงงานบางสาขา มีการปรับตัวของอุปสงค์และอุปทานไม่เท่ากัน ทำให้มีแรงงานขาดแคลนหรือเกินความต้องการเป็นวัฏจักร สมมุติว่า ในปัจจุบัน วิศวกรโยธาขาดแคลน ค่าจ้างแรงงานจึงสูง จึงมีผู้เรียนสาขานี้เพิ่มขึ้น ในอีก 4 ปีต่อมา มีผู้จบวิศวกรโยธาเข้าสู่ตลาดแรงงานจำนวนมาก จนเกิดอุปทานแรงงานส่วนเกิน (excess supply of labour) ทำให้ค่าจ้างแรงงานวิศวกรโยธาลดลง ส่งผลให้มี ผู้เรียนสาขานี้ลดลง และอีก 4 ปีข้างหน้า เกิด อุปสงค์ส่วนเกิน (excess demand of labour) วิศวกรโยธาลดลง ค่าจ้าง เพิ่มอีกครั้ง
แรงงานยังขาดแคลน
ในมุมมองของ รศ.ดร.อุรุยา วีสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์กล่าวว่า "วันนี้เด็กที่เรียนจบด้านวิศวกรรมทุกสาขายังมีงานรองรับ ถ้ามองจริงๆ วันนี้นักศึกษาที่เรียนจบจากสาขานี้ยังคงขาดแคลนด้วยซ้ำ โดยเฉพาะบัณฑิตด้านวิศวกรรมที่มีทักษะและคุณภาพ"
เห็นได้จากการเข้ามาลงทุนของบริษัท ต่างชาติในไทยยังมีความต้องการบุคลากรด้านวิศวกรสูง โดยเฉพาะการผลิตวิศวกร ที่มีทักษะและสามารถสื่อสารเป็นภาษาอังกฤษได้
ถ้าดูจากผลการศึกษาแนวโน้มทางเศรษฐกิจของบริษัทร่วมทุนญี่ปุ่นในประเทศไทย ซึ่งจัดทำโดยคณะสำรวจเศรษฐกิจ หอการค้าญี่ปุ่น กรุงเทพฯ เมื่อ ปี 2549 พบว่า บริษัทญี่ปุ่นได้สะท้อนปัญหาขาดแคลนบุคลากรใน 2 กลุ่มหลัก คือ แรงงานกลุ่มวิศวกร หรือช่างเทคนิค และฝ่ายบริหาร
บ.ต่างชาติร่วมมือปั้นวิศวกร
จากปัญหานี้จะเห็นได้ว่าปัจจุบันแม้ว่าในแต่ละปีประเทศไทยจะสามารถผลิตวิศวกรได้หลักหลายหมื่นคนต่อปี แต่สำหรับวิศวกรที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและรู้วัฒนธรรมการทำงานของต่างชาตินั้นมีเพียง 700 คน โดยสถาบันการศึกษาที่ทำการเรียนการสอนด้านวิศวกรรมศาสตร์นานาชาติมีเพียง 5 แห่ง ได้แก่ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย มหาวิทยาลัย อัสสัมชัญ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รวมถึงหลักสูตร วิศวกรรมศาสตร์สองสถาบัน (Twining Engineering Programmes : TEP) และโครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิตภาคภาษาอังกฤษมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (Thammasat English Programme of Engineering : TEPE)
ทำให้ในปัจจุบัน ในแต่ละปียังต้องมีการนำเข้าวิศวกรชาวต่างชาติถึงปีละ 6,000-7,000 คน
"เมื่อปลายปีที่ผ่านมา บริษัท ไทรอัมพ์ มอร์เตอร์ไซเคิลส์ ผู้ผลิตจักรยานยนต์ขนาดใหญ่จากประเทศอังกฤษ ได้เข้ามาลงทุนและมีความต้องการวิศวกรไทยที่มีความรู้ สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษและเข้าใจวัฒนธรรมการทำงานของเขาเป็นอย่างดี โดยเขาเข้ามาติดต่อเราและให้ทุนการศึกษาถึง 10 ล้านบาทในการสนับสนุนนักศึกษา TEP นี่เป็นสิ่งพิสูจน์ว่าคุณภาพบัณฑิตไทยไม่ได้ด้อยไปกว่าต่างชาติ เพียงแต่เราต้องพัฒนาให้สอดคล้องกับความต้องการของตลาด" รศ.ดร.อุรุยากล่าว
เรื่องนี้ได้กลายเป็นประเด็นที่ได้รับการหยิบยกมาพูดถึงในระหว่างการประชุมคณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ทั่วประเทศเมื่อ 2 ปีก่อน ในการพัฒนาหลักสูตรเพื่อรองรับความต้องการที่แท้จริงของตลาด
"จากการสำรวจในอุตสาหกรรมเราพบว่าวิศวกร นอกจากจะมีจุดอ่อนด้านภาษาอังกฤษแล้ว ยังอ่อนเรื่องการสื่อสาร รวมถึงอัตราการเข้าออกที่มีสูง เพราะ ออกไปเรียนต่อ เราถึงต้องมองกันว่าจะต้องมีการปรับปรุงหลักสูตรเพื่อให้บัณฑิต มีความรอบรู้ด้านการบริหารจัดการและสามารถสื่อสารกับคนอื่นได้มากขึ้น" รศ.ดร.อุรุยากล่าว
ปรับหลักสูตรให้ฟิตกับธุรกิจ
ในช่วงเวลาที่ผ่านมาจึงเห็นแนวโน้มที่แต่ละสถาบันการศึกษาได้พยายาม ปรับปรุงหลักสูตรโดยเสริมในส่วนนี้ โครงการหลักสูตรวิศวกรรมศาสตร์สองสถาบัน (Twining Engineering Programmes : TEP) ซึ่งเป็นหลักสูตรแรกในไทยที่ได้รับปริญญา 2 สถาบัน โดยร่วมมือกับมหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮม ซึ่งดีที่สุดในประเทศอังกฤษและ มหาวิทยาลัยนิวเซาท์เวลส์ ซึ่งเป็นมหาวิทยาลัยด้านวิศวกรรมที่ดีที่สุดใน ประเทศออสเตรเลีย จึงเตรียมที่จะพัฒนาหลักสูตรวิศวกรรมของโครงการ ในลักษณะบูรณาการมากยิ่งขึ้น
หลักสูตรที่คาดว่าจะเปิดในอนาคต ได้แก่ สาขาวิศวกรรมทางการแพทย์ ซึ่งเป็นการบูรณาการความรู้ด้านวิศวกรรม เข้าไปวิจัยและพัฒนาเครื่องมือทางการแพทย์ โดยร่วมมือกับคณะแพทยศาสตร์ สหเวชศาสตร์ สาธารณสุขศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และ มหาวิทยาลัยเอดินบะระ สกอตแลนด์ รวมไปถึงความร่วมมือกับคณะพาณิชย ศาสตร์และการบัญชี มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในการเปิดหลักสูตรวิศวกรรมที่นำความรู้ด้านบริหารธุรกิจเข้ามา บูรณาการ เช่น สาขาวิศวโยธา ก็เรียนการ บริหารธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ เป็นต้น โดยเป็นหลักสูตรปริญญาตรีควบ ปริญญาโท 5 ปี ฯลฯ
นอกจากนั้นยังเตรียมที่จะขยายความร่วมมือไปยังประเทศต่างๆ เพิ่มมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการเปิดหลักสูตร 2 ปริญญาร่วมกับมหาวิทยาลัยนากาโอกะ ประเทศญี่ปุ่น ในปีการศึกษา 2552 ยังอยู่ระหว่างการทำความร่วมมือกับสถาบันการศึกษา ทั้งในสหรัฐอเมริกาและยุโรป
มั่นใจโมเดล 2 ปริญญา
"ถึงวันนี้เราเชื่อว่าการเรียนใน 2 ประเทศอย่างที่เราจัดการศึกษามา 12 ปีนั้นมาถูกทาง นอกเหนือจะเป็นการสร้างเครือข่ายระหว่างที่อยู่เมืองไทยแล้ว การได้ไปเรียนต่างประเทศ ยังช่วยให้เขาได้ภาษาอังกฤษ ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยี รวมไปถึงความคิดสร้างสรรค์ที่มีมากกว่า และที่ผ่านมากว่า 95% ของนักศึกษาที่เรียนที่มหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮม ได้รับเกียรตินิยม และหลายคนก็ได้ทุนศึกษาต่อระดับปริญญาเอก" รศ.ดร.อุรุยากล่าวในที่สุด
ด้าน ดร.ชยุติ คงสวัสศักดิ์ ศิษย์เก่าโครงการ TEP&TEPE รุ่นที่ 1 กล่าวถึง"ประสบการณ์ในการได้มีโอกาสไปเรียน ที่มหาวิทยาลัยน็อตติ้งแฮมถึง 7 ปีว่า การที่ได้มีโอกาสเรียนด้านวิศวกรรม จากมหาวิทยาลัยชั้นนำของโลก และ ประสบการณ์การใช้ชีวิตในต่างประเทศ ทำให้เราพัฒนาระบบคิด จุดอ่อนของเราไม่ใช่แก้ปัญหาไม่เป็น แต่ไม่รู้ว่าจะเพิ่มเติมอย่างไร มีกระบวนการอย่างไร พอเข้าไปเจอสิ่งใหม่ๆ ได้วิเคราะห์มากขึ้น ก็เป็นการพัฒนาตนเอง ผมคิดว่าวิศวะ เป็นพื้นฐานของการคิดอย่างเป็นระบบสามารถประยุกต์เข้ากับการทำงานด้านอื่นๆ หรือ นำไปใช้ต่อยอดในการทำงานได้"
อย่างไรก็ตามความต้องการวิศวกรภาคภาษาอังกฤษไม่ใช่คำตอบเพียงประการเดียว แต่ดูเหมือนว่าวันนี้วิศวกรที่เติบโตมาจากสายเทคนิค ซึ่งเรียนในระดับอาชีวศึกษายังเป็นที่ต้องการมากของอุตสาหกรรม ดังนั้นหลักสูตรวิศวกรรม จะยังคงเป็นดาวรุ่งหรือไม่ คำตอบไม่ใช่อยู่ที่แค่ผู้เรียน แต่ยังอยู่ที่การจัดการการศึกษาทั้งระบบ
"วิศวกรรม" สาขาแห่งอนาคต

ดร.วิริยะ ฤาชัยพาณิชย์
ในหนังสือสาขาแห่งอนาคต เขียนโดย ดร.วิริยะ ฤๅชัยพาณิชย์ ที่ วิเคราะห์เจาะหลักสูตร "เรียนจบหางานง่าย รายได้ดี" ระบุถึงคณะ วิศวกรรมศาสตร์ในหลายสาขาที่ยังคงมีอนาคต สาขาหนึ่งคือ สาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ (computer engineering) ซึ่งเป็นศาสตร์เกี่ยวกับการออกแบบและสร้างเครื่องหรือระบบคอมพิวเตอร์ และระบบที่ใช้ในคอมพิวเตอร์ โดยศึกษาด้านฮาร์ดแวร์ ซอฟต์แวร์ และการสื่อสาร

พ็อกเก็ตบุ๊คสาขาแห่งอนาคต พิมพ์ครั้งที่ 2 ขายถล่มทะลายที่ซีเอ็ดบุ๊คขณะนี้
สาขาหนึ่งคือวิศวกรรมซอฟต์แวร์ (software engineering) ซึ่งเป็นศาสตร์ของการประยุกต์ความรู้และเทคโนโลยีทางด้านวิศวกรรมศาสตร์ วิศวกรรมคอมพิวเตอร์ วิทยาการคอมพิวเตอร์ เทคโนโลยีสารสนเทศ การบริหารจัดการโครงการ ฯลฯ
ขณะเดียวกัน "วิศวกรรมโยธา" ยังได้รับให้เป็นหนึ่งในหลักสูตรที่มีความสำคัญ โดยมุ่งเน้นที่การศึกษาหลักทางด้านการนำเทคโนโลยีไปประยุกต์ใช้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ รวมไปถึงสาขาวิศวกรรมวัสดุ ซึ่งเป็นศาสตร์ในการศึกษาคุณสมบัติต่างๆ ของวัสดุ โดยวัสดุที่คิดค้นและประดิษฐ์ขึ้นใหม่ทำให้เกิดผลิตภัณฑ์และผลิตภัณฑ์ใหม่ โดยมีวิศวกรสาขาวัสดุศาสตร์คอยดูแลแก้ไขปัญหาและวิจัยวัสดุใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีสาขาวิศวกรรมคอมพิวเตอร์ ซึ่งเป็นวิชาชีพที่เกี่ยวข้องกับการวิเคราะห์ ออกแบบและสร้าง สิ่งประดิษฐ์อุปกรณ์ที่นำเอาความรู้ระบบ ดิจิทัลมาประยุกต์กับการใช้งาน เหล่านี้เป็นสาขาวิศวกรรมที่ยังร้อนแรงและเป็นที่ต้องการในอนาคต
*****************************
ข่าวดี: Eduzones Magazine ฉบับพิเศษล่าสุด วางแผงแล้วพบเรื่องราวเจาะลึกเส้นทางสู่ "แอร์ สจ๊วต" ครบถ้วน ทั้งการเตรียมตัวเรื่องความรู้ บุคลิกภาพ การสัมภาษณ์ ฯลฯ อ่านแล้วรับรองได้"ติดปีก" แน่นอน...หาซื้อที่ซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขาทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังติดตามสุดยอดพ็อกเก็ตบุ๊ค"สาขาแห่งอนาคต" พิมพ์ครั้งที่ 2 เนื้อหาปรับปรุงใหม่วางแผงแล้ววันนี้ที่ซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขาทั่วประเทศ
พิเศษสุด ติดตามเรื่อง"รวย เท่ นักบิน" และเรื่องน่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่แม็กกาซีนการศึกษาออนไลน์ฉบับแรกในประเทศได้ที่ www.108ezine.com
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (4)
แสดงความคิดเห็น
ก็ดีใจมากค่ะที่ได้มาดูเรื่องราวต่างๆของพี่ก็ถ้าว่าจะเอาเป็นเเบบอย่างจะได้มั้ยอยากเรียนทางด้านนี้
วันที่ 16 กันยายน 2551 เวลา 14:49
โดย : cahni
อีเมล์ : alestee_a.n.r@hotmail.com
เว็บไซต์ :
IP 118.173.204.xxx