eduzones journal
ทุนดีดี...ที่เรียนต่อ...คอกีฬา...สาระแห่งอนาคต
26 สิงหาคม 2551
ม็อบถล่มNBTลั่นแตกหักวันนี้!!!
"กิตติ สิงหาปัด"ถูกม็อบทำร้าย หนีหัวซุกหัวซุนจากบ้าน พันธมิตรบุก"บช.น." แล้ว นักข่าวเอ็นบีทีถูกล้อม
พันธมิตรล้มประตูบุก"เอ็นบีที" ตัดสัญญาณทีวีแล้ว "สนธิ"ประกาศให้รอฟัง"ข่าวดี"ต่อจากนี้ "จำลอง"ขู่บุกสตช.ร้องปล่อยตัว80ชายฉกรรจ์บุกเอ็นบีที "สนธิ"ถามพันธมิตรฯ จะยึดช่อง3ด้วยหรือไม่ ผบ.เหล่าทัพประชุมเครียด ประเมินชุมนุมพันธมิตร "ณัฐวุฒิ"ยัน"หมัก"ไม่เปลี่ยนแผน การข่าวยันมีมือที่3แน่ ชายฉกรรจ์บุกเข้า"เอ็นบีที" ค้นเจออาวุธเพียบ ยังเจอ"ใบกระท่อม"อีก"กิตติ สิงหาปัด"ถูกม็อบทำร้าย หนีหัวซุกหัวซุนจากบ้าน เมื่อเวลา 10.56 น.เมื่อวันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานได้โทรศัพท์สอบถามบุคคลใกล้ชิด นายกิตติ สิงหาปัด ผู้ดำเนินรายการสถานีโทรทัศน์ช่อง 3 เปิดเผยว่า ช่วงเช้าที่ผ่านมา นายกิตติ ซึ่งมีบ้านอยู่ย่านวิภาดีรังสิต ได้เดินออกมาดูเหตุการณ์หน้าบ้านใกล้ร้านอาหารตะวันแดงสาดแสงเดือน เพื่อดูสภาพการจราจรก่อนเดินทางไปทำงานที่ช่อง 3 ปรากฎว่าท้ายแถวของกลุ่มผู้ชุมนุมพันธมิตรพบเห็นนายกิตติเข้า จึงเดินเข้ามาขอถ่ายรูปและพูดคุยกันตามปกติ ต่อมากลุ่มผู้ชุมนุมส่วนหนึ่งเกิดโทสะขึ้น จึงตะโกนด่านายกิตติด้วยถ้อยคำหยาบคาย จากนั้นชายคนหนึ่งได้พุ่งชกใบหน้านายกิตติอย่างจัง ต่อมากลุ่มคนกว่า 10 คนได้รุมทุบตีตามร่างกายและใบหน้านายกิตติ จนต้องหนีขึ้นรถแท็กซี่ไป โดยขณะนี้ยังไม่สามารถเปิดเผยสถานที่เก็บตัวของนายกิตติได้ ด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย แหล่งข่าวรายเดิม กล่าวต่อว่า ขณะนี้ทีมงานรายการ ไม่สามารถไปทำงานที่ช่อง 3 ได้ เพราะเกรงว่าจะมีการบุกปิดสถานีช่อง 3 และเจ้าหน้าที่ทุกคนได้เก็บตัวอยู่ในสถานที่ปลอดภัย ซึ่งไม่สามารถเปิดเผยได้เช่นกัน พันธมิตรบุกบช.น.แล้ว นักข่าวถูกล้อม สัญญาณถูกตัด เมื่อเวลา 10.12 น. วันที่ 26 ส.ค. นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ผู้ดำเนินรายการเอ็นบีที กล่าวจากสถานที่เฉพาะกิจ ซึ่งปิดเป็นความลับในการส่งสัญญาณออกอากาศ ว่า ขณะนี้สัญญาณที่กองบัญชาตำรวจนครบาลได้ถูกตัดแล้ว เนื่องจากถูกกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปบุกเข้าไปแล้ว โดยขณะนี้ผู้สื่อข่าวเอ็นบีที 2 คนที่ทำข่าวอยู่ไม่สามารถรายงานข่าวได้ และรถโอบีถูกล้อมเอาไว้ รวมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้รักษาความปลอดภัยนักข่าวทั้ง 2 คน รวมทั้งเจ้าหน้าที่อื่นๆ 9 คน โดยขณะนี้ปลอดภัย
พันธมิตรบุกล้อม"คลัง"แล้ว ตำรวจจาก 11 สน.ตรึงเข้ม เมื่อเวลา 9.30 น. วันที่ 26 ส.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้เดินทางมาปิดล้อมกระทรวงการคลังแล้ว ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รวบรวมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจนครบาล 2 จากทุกสถานีตำรวจจำนวน 11 แห่ง มาช่วยตรึงกำลังและรักษาความปลอดภัยอย่างเต็มที่ โดยตอนนี้ถนนพระราม 6 ทั้งขาเข้าและออกการจราจรติดขัดเป็นอย่างมาก พันธมิตรฯแย้มให้รอฟัง"ข่าวดี"อีกไม่นาน สถานีวิทยุคลื่นเอฟเอ็ม 98.0 รายงานเมื่อเวลา 09.20 น.ว่ากลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ปิดล้อมประตูทำเนียบรัฐบาลไว้ทุกด้าน โดยไม่ยอมให้เจ้าหน้าที่ทำเนียบฯ หรือผู้สื่อข่าวผ่านเข้าออกอย่างเด็ดขาด ด้านนายสนธิ ลิ้มทองกุล ประกาศบนเวทีว่าให้รอฟัง "ข่าวดี" ที่จะเกิดขึ้นอีกไม่นาน หลังจากพันธมิตรฯ สามารถบุกเข้ายึดสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีได้ "วีระ" ปฎิเสธการพกอาวุธบุกเอ็นบีที
นายวีระ สมความคิด เลขาธิการเครือข่ายประชาชนต้านคอร์รัปชัน ยืนยันการเดินทางไปยังสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีของกลุ่มพันธมิตรฯ ว่า วัตถุประสงค์ของการเดินทางไปสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ในวันนี้นั้น เพื่อไปทวงสมบัติชาติคืนจากรัฐบาล เนื่องจากที่ผ่านมารัฐบาลใช้สถานีโทรทัศน์ดังกล่าวเป็นเครื่องมือในการโจมตีกลุ่มพันธมิตรฯ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าไม่สมควร เหตุเพราะเป็นสื่อของรัฐ แต่กลับออกมาโจมตีฝ่ายตรงข้ามอยู่เพียงฝ่ายเดียว
"ส่วนกรณีที่มีการจับกุมพันธมิตรฯ ที่พกอาวุธปืนไปก่อนหน้านี้นั้น ขอยืนยันว่ากลุ่มพันธมิตรฯ จะไม่พกอาวุธใดๆ ทั้งสิ้น ในการเดินทางไปยังสถานที่ต่างๆ โดยเฉพาะวันนี้ที่มีการประกาศเคลื่อนพลครั้งใหญ่ โดยมีจุดมุ่งหมายไปยังสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีอย่างแน่นอน และขอเรียกร้องให้ประชาชนที่ยังมีจิตสำนึกรักชาติ มุ่งหน้าไปสมทบที่เอ็นบีที เพื่อช่วยกันกอบกู้ชาติเป็นครั้งสุดท้าย" นายวีระ กล่าว
"จำลอง"ขู่บุกสตช.ร้องปล่อยตัว80ชายฉกรรจ์บุกเอ็นบีที นายจำลอง ศรีเมือง แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ขู่ว่าจะบุกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เพื่อกดดันให้เจ้าหน้าที่ปล่อยตัวผู้ชุมนุมทั้ง 80 คนที่ถูกจับกุมตัว หลังจากกลุ่มดังกล่าวพร้อมอาวุธแอบบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ขณะที่นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ได้ถามกลุ่มผู้ชุมนุมหาความสมัครใจจะบุกสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ด้วยหรือไม่ พันธมิตรล้มประตูบุก"เอ็นบีที"แล้ว ตัดสัญญาณทีวีแล้ว ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 8.30 น. เมื่อวันที่ 26 ส.ค. กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจำนวนมาก ซึ่งเคลื่อนไปชุมนุมบริเวณสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถนนวิภาวดี ได้ทำลายประตูทางเข้าและบุกวิ่งเข้ามาภายในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีได้แล้ว ทำให้ต้องทำการตัดสัญญาณโทรทัศน์แล้ว "พิภพ"จะเคลื่อนบุก"คลัง" ผ่านถ.พิษณุโลก-พระราม6 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ได้รวมตัวผู้ชุมนุมพันธมิตรฯ จำนวนมากบริเวณสี่แยกนางเลิ้ง เพื่อเตรียมเคลื่อนขบวนไปยังกระทรวงการคลัง ถนนพระราม 6 เพื่อกดดันการทำงาน โดยเริ่มเคลื่อนขบวนเวลา 08.05 น. ซึ่งจะเคลื่อนขบวนผ่านถนนพิษณุโลกและถนนพระราม 6 ผบ.เหล่าทัพประชุมเครียด ประเมินชุมนุมพันธมิตร ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 26 ส.ค. พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ที่กองบัญชาการทหารสูงสุด เพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ด้านพล.อ.อ.ชลิต พุกผาสุก ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่เพื่อประเมินสถานการณ์เช่นเดียวกัน
"ณัฐวุฒิ"ยัน"หมัก"ไม่เปลี่ยนแผน การข่าวยันมีมือที่3แน่ นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์เมื่อวันที่ 26 ส.ค. กับสำนักข่าวเอ็นบีที ถึงกรณีที่มีกลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมอาวุธปืนบุกเข้ามายังสำนักข่าวเอ็นบีที กรมประชาสัมพันธ์ตั้งแต่ช่วงเช้า ว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจต้องจับกุมและดำเนินคดีกับกลุ่มคนนี้อย่างเด็ดขาด และขณะนี้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรี ยังไม่เปลี่ยนแปลงนโยบายใดๆ จึงจะยังมีการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติ "การ์ดของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเป็นกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลาย และมีลักษณะพิเศษไม่เหมือนบุคคลทั่วไป มีการพกพาอาวุธ และมีพฤติกรรมก้าวร้าว ซึ่งการพกอาวุธถือเป็นเรื่องปกติของกลุ่มนี้ ต้องพกตตลอดเวลา" นายณัฐวุฒิ กล่าว เมื่อถามว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจจะดำเนินการอย่างไร นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า รัฐบาลนี้มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ดังนั้น การปฏิบัติของประชาชนที่อ้างเรื่องสิทธิเสรีภาพนั้น รัฐบาลต้องปฏิบัติด้วยความนุ่มนวล อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนก็ต้องการให้มีการจัดการขั้นเด็ดขาด รัฐบาลจึงอาจต้องให้ตำรวจและทหารเข้ามาจัดการให้เรียบร้อย เพราะจะปล่อยให้บ้านเมืองเป็นแบบนี้ไม่ได้ ทั้งนี้ หากพันธมิตรฯ ยึดการออกอากาศของกรมประชาสัมพันธ์ ตำรวจและทหารต้องดำเนินการเด็ดขาด ซึ่งรัฐบาลขอให้ประชาชนเข้าใจ เพราะรัฐบาลจะปล่อยให้คนกลุ่มหนึ่งเหยียบย่ำประชาชนทั้งประเทศไม่ได้ ส่วนกรณีที่ข่าวว่าอาจมีมือที่ 3 เข้ามาป่วนนั้น นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ได้รับรายงานข่าวว่า พันธมิตรฯ จะปิดถนนและสถานที่สำคัญต่างๆ จากนั้นมือที่ 3 ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่ร่วมมือกับพันธมิตรฯ จะสร้างสถานการณ์ โดยคนที่อายุมากและเคยร่วมกับพันธมิตรฯ มาก่อน และยังคงร่วมงานกับพันธมิตรฯ อยู่ใต้ดิน และมีอดีตพล.อ.ที่ชอบเล่าเรื่องลอบสังหาร ก็ยังแอบไปพูดคุยกับนายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตรฯ ซึ่งหน่วยข่าวกำลังติดตามพฤติกรรมของกลุ่มนี้อยู่ เมื่อถามว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่บุกเอ็นบีทีเป็นกลุ่มเดียวกับพันธมิตรฯ หรือไม่ นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า เป็นที่แน่ชัดตามนั้น ก่อนหน้านี้แกนนำพันธมิตรฯ คนหนึ่งได้ให้สัมภาษณ์ว่า กำลังตรวจสอบว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ดังกล่าวเป็นกลุ่มใด แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่มีกลุ่มอื่นๆ สามารถเข้าแทรกซึมพันธมิตรได้อยู่แล้ว เพราะเป็นกลุ่มที่มีการเตรียมการอย่างดี จึงไม่มีการแปลกปลอมเข้าไปแน่นอน "การพูดคุยของแกนนำพันธมิตรฯ ไม่มีความน่าเชื่อถือ เมื่อมาถึงตอนนี้จึงชัดเจนแล้วว่า คนที่อ้างตัวว่าหวังดีต่อบ้านเมืองได้แสดงปรากฎการณ์ออกมาเรียบร้อยแล้ว แกนนำจะปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ จะต้องมีการดำเนินคดีกับแกนนำจากการบุกเอ็นบีทีด้วย" นายณัฐวุฒิ กล่าว รองโฆษกตร.ยันกลุ่มพกอาวุธบุก"เอ็นบีที" เป็นพันมิตรฯ พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ(สตช.) เปิดเผยเมื่อวันที่ 26 ส.ค. ถึงกรณีมีกลุ่มผู้บุกรุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีทีในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ว่า ได้ตรวจพบอาวุธทั้งหมด 9 รายการ อาทิ อาวุธปืนขนาด 22 มม. อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ ขวาน มีดยาว รวมทั้งใบกระท่อม และแจ้งข้อหากับกลุ่มดังกล่าว 4 ข้อ ประกอบด้วย ความผิดเกี่ยวกับพ.ร.บ.อาวุธปืน ทำให้เสียทรัพย์ มียาเสพติดไว้ในครอบครอง และบุกรุกยามวิกาล อย่างไรก็ตาม ยืนยันว่า กลุ่มบุคคลดังกล่าวเป็นกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย "สมัคร"ยังเก็บตัวเงียบในบ้าน รอตัดสินใจประชุมครม. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศหน้าพักของนายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ย่านนวมินทร์ ยังคงไม่มีความเคลื่อนไหว หลังจากเมื่อวานนี้(25 ส.ค.) นายกฯ ได้ยืนยันจะเดินทางไปประชุมคณะรัฐมนตรี(ครม.) ที่ทำเนียบรัฐบาลตามปกติอย่างแน่นอน เช่นเดียวกับรัฐมนตรีคนอื่นที่รออยู่ในบ้านพักของตนเอง เพื่อรอสัญญาณจากนายสมัคร นอกจากนี้ มีรายงานว่า กลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยได้ปิดล้อมประตูทำเนียบรัฐบาลไว้ทุกด้านแล้ว ส่งผลให้การจราจรโดยรอบติดขัดอย่างหนัก ชายฉกรรจ์บุกเข้าเอ็นบีที ค้นเจออาวุธ-ใบกระท่อม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 05.45 น. ได้มีชายฉกรรจ์ประมาณ 40 คน ใส่เสื้อสีดำ อาศัยความมืดบุกเข้าไปในสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ถ.วิภาวดีรังสิต ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมสถานการณ์ไว้เรียบร้อย ตรวจค้นตามร่างกายกลุ่มดังกล่าว พบอาวุธจำนวนมาก อาทิ ปืนขนาด 11 มม. ปืนไทยประดิษฐ์ ดาบสปาต้า ไม้กอล์ฟ หนังสติ๊กและลูกเหล็ก นอกจากนี้ ยังพบใบกระท่อมประมาณ 300 ใบด้วย ขณะที่นายพิภพ ธงไชย แกนนำพันธมิตรฯ ปัดไม่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าว ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า ได้มีกลุ่มพันธมิตรฯ พร้อมรถติดเครื่องขยายเสียงปักหลักปราศรัยโจมตีรัฐบาลและสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที พร้อมทั้งปิดการจราจรหน้าสถานีโทรทัศน์เอ็นบีที ฝั่งขาเข้า 1 ช่องทาง ส่งผลให้การจราจรเป็นอัมพาต "สนธิ"ประกาศเป้าหมายเป่านกหวีดใหญ่
เมื่อเวลา 05.45 น.นายสนธิอ่านประกาศพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 12/2551 เรื่องกำหนดเป้าหมายและวิธีชุมชุนนุมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย ย้ำใช้สิทธิตาม ม.63 ยึดมั่นแนวทางสันติวิธี ระบุอาจต้องปิดการจราจรและทำให้สถานที่ราชการบางแห่งไม่สามารถเปิดทำการ เพื่อไม่ให้รัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมเข้าทำงานจนสร้างความเสียหายล่มจมต่อประเทศชาติ ว่า
ประกาศพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ฉบับที่ 12/2551เรื่องกำหนดเป้าหมายและวิธีการชุมนุมสร้างประวัติศาสตร์การเมืองไทย
ณ บัดนี้ได้มาถึงเวลาเช้าวันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551 อันเป็นวันที่พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจัดชุมนุมครั้งใหญ่ที่สุดอีกครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ชาติไทย โดยมีพลังของกองทัพประชาชนกู้ชาติ ที่ยิ่งใหญ่ ห้าวหาญ เกรียงไกร เปี่ยมไปด้วยพลังทางศีลธรรม ที่สมควรได้รับการคารวะอย่างสูงยิ่ง
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย จะยังคงธำรงภารกิจศักดิ์สิทธิ์เดิมในการปกป้องชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข พิทักษ์รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 และโค่นล้มระบอบทักษิณ ขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติ ตลอดจนสร้างการเมืองใหม่ให้เกิดขึ้นในประเทศไทย
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยขอย้ำอีกครั้งหนึ่งว่า รัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติชุดนี้กำลังจะทำให้บ้านเมืองล่มจม เพราะได้ย่ำยีรัฐธรรมนูญทุกรูปแบบ เหิมเกริมถึงขั้นจะฉีกรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันแล้วยกร่างรัฐธรรมนูญใหม่เพื่อฟอกความผิดให้กับตัวเองและพวกพ้องตลอดจนจะล้มล้างสถาบันองคมนตรี ซ่องสุมอุ้มชูผู้คนเป็นขบวนการบ่อนทำลายสถาบันพระมหากษัตริย์ ฉ้อฉลปล้นชาติล้างผลาญเงินงบประมาณเพื่อหาผลประโยชน์ใส่ตัวและพวกพ้อง ถึงขั้นจะเตรียมการจะปล้นคลังหลวง สร้างรัฐตำรวจกลั่นแกล้งใส่ร้ายประชาชนอย่างไร้ศีลธรรม สร้างอันธพาลป่าเถื่อนของรัฐบาลทำร้ายชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนผู้บริสุทธิ์ ส่งเสริมให้คนชั่วให้มีอำนาจในแผ่นดิน กำจัดคนดีออกจากอำนาจหน้าที่ปกครองบ้านเมือง ขายชาติขายอธิปไตยทำให้สูญเสียดินแดนบนบกและแหล่งพลังงานธรรมชาติในอ่าวไทย มุ่งร้ายและทำลายองค์กรอิสระและสถาบันตุลาการ และใช้อำนาจหน้าที่โดยมิชอบใช้หน่วยงานและเครื่องมือของรัฐแทรกแซงสื่อสารมวลชน ให้ข้อมูลเท็จและทำให้เกิดความเข้าใจผิดในบ้านเมือง
ดังนั้น นับตั้งแต่เวลานี้เป็นต้นไป การชุมนุมใหญ่ครั้งประวัติศาสตร์ของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจะมีเป้าหมายหลักเพื่อการขับไล่รัฐบาลหุ่นเชิดขายชาติที่ไร้จริยธรรมให้ออกไปจากการบริหารประเทศโดยเร็วที่สุด อันเป็นหนทางเดียวในการกอบกู้ประเทศชาติ ที่ใกล้ล่มจมอยู่ในขณะนี้ มิให้ต้องล่มจมลงไปในที่สุด
เพื่อบรรลุเป้าหมายในการชุมนุมในครั้งนี้ พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยกำหนดวิธีการให้กองทัพประชาชนกู้ชาติปฏิบัติดังต่อไปนี้
1. ให้กองทัพประชาชนกู้ชาติได้เข้าร่วมการชุมนุมอย่าง สงบ และปราศจากอาวุธ อันเป็นการใช้สิทธิของประชาชนตามมาตรา 63 ในรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 อย่างเคร่งครัด
ในการนี้ให้พี่น้องประชาชนที่ได้เข้าร่วมการชุมนุม ได้ยึดมั่นในสันติวิธี ไม่ใช้วาจาหรือการกระทำใดๆที่เป็นการยั่วยุ และไม่ทำลายทรัพย์สินทางราชการ โดยเด็ดขาด
2. ตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมาได้พิสูจน์มาโดยตลอดแล้วว่า การชุมนุมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีแต่ความสงบ อหิงสา และปราศจากอาวุธ โดยที่ไม่เคยเกิดเหตุวุ่นวายแม้แต่ครั้งเดียว ดั้งนั้นหากมีผู้ใดก็ตามที่เข้าร่วมชุมนุม และก่อความไม่สงบ ยั่วยุ ก่อกวน สร้างเงื่อนไขให้เกิดการทะเลาะวิวาท กระทำการรุนแรง หรือการทำลายทรัพย์สินทางราชการ ให้ถือว่าบุคคลนั้นเป็นผู้ไม่หวังดีและเป็นอันธพาลของรัฐบาล ที่ต้องการทำลายความชอบธรรมของพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย และเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจัดการตามขั้นตอนของกฎหมายในทันที โดยให้ถือว่าเป็นความรับผิดชอบของรัฐบาลแต่เพียงฝ่ายเดียว
3. เมื่อมีประชาชนเข้ามาร่วมชุมนุมเป็นจำนวนมากเพื่อใช้สิทธิตามมาตรา 63 ในรัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบัน พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยมีความจำเป็นต้องปิดช่องการจราจรและอาจถึงขั้นไม่สามารถทำให้สถานที่ราชการบางแห่งเปิดทำการได้
หากเกิดเหตุการณ์ดังกล่าว พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย ถือว่าเป็นการสำแดงพลังของกองทัพประชาชนที่ไม่ต้องการให้ประเทศชาติต้องล่มจม จึงไม่ยินยอมให้โอกาสรัฐบาลที่ขาดความชอบธรรมทั้งในทางนิติธรรม และศีลธรรม บริหารประเทศชาติและเข้าทำงานสถานที่ราชการนั้นอีกต่อไป
พร้อมกันนี้ขอเชิญชวนข้าราชการเข้าร่วมชุมนุมกับพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยเพื่อกอบกู้ชาติบ้านเมืองมิให้ล่มจมอย่างพร้อมเพรียง
4. เพื่อความสำเร็จในเป้าหมายในการชุมนุม หากมีการเคลื่อนกองทัพของประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนฟังและปฏิบัติตามคำสั่งและประกาศจากเวทีใหญ่มัฆวาน อย่างมีวินัย และเคร่งครัด
ประกาศ ณ เช้าวันอังคารที่ 26 สิงหาคม พ.ศ. 2551
พันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตย
พันธมิตรฯ ชูแผน "ไทยคู่ฟ้า" จบวันเดียว เวลา 19.45 น. นายสุริยะใส กตะศิลา แถลงอีกครั้งว่า ทันทีที่ประกาศสงครามครั้งสุดท้ายภายใต้ "แผนปฏิบัติการไทยคู่ฟ้า" ซึ่งจะเริ่มแผนปฏิบัติการไทยคู่ฟ้าตั้งแต่เช้ามืดในเวลา 07.00 น. วันที่ 26 สิงหาคม โดยจะขึ้นเวทีประกาศเจตนารมณ์บนเวที และแถลงมาตรการว่าจะเคลื่อนไปที่ไหนอย่างไร รวมทั้งแผนปฏิบัติการองค์กรแนวร่วมต่างๆ เสริมในหลายจังหวัด จะมีผู้ชุมนุมมามากกว่า 3 แสนคน คาดว่าจะจบในวันเดียว ถ้านายกรัฐมนตรียุติบทบาทโดยการลาออกทุกอย่างก็คงจบ แต่ถ้าแผนไทยคู่ฟ้าไม่สำเร็จ ยุทธการดาวกระจายก็จะเป็นแผนเสริมที่นำมาปฏิบัติการในแบบวันต่อวัน โดยจะใช้บริเวณสะพานมัฆวานฯ เป็นศูนย์บัญชาการใหญ่ประสานงานเครือข่ายพันธมิตร นายสนธิ ลิ้มทองกุล แกนนำพันธมิตร ขึ้นปราศรัยด้วยการอ่านแถลงการณ์เคลื่อนทัพขับไล่รัฐบาล โดยบอกด้วยว่าจะมีทัพหลวง ทัพหน้า ทัพน้อย และทัพพิสดาร จะบอกแผนภายใน 1 ชั่วโมงก่อนเคลื่อนพล สะพัดรบ.เตรียมพ.ร.ก.ฉุกเฉินรับมือ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่กลุ่มพันธมิตรประกาศจุดยืน "แตกหัก" ขับไล่รัฐบาลทำให้ พล.อ.อนุพงษ์สั่งกำชับเจ้าหน้าที่เตรียมพร้อมสนับสนุนสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หากมีการร้องขอให้ไปช่วยดูแลความสงบเรียบร้อยถ้าเกิดกรณีฉุกเฉิน ขณะที่ทางรัฐบาลได้เตรียม พ.ร.ก.ฉุกเฉินปี 2548 เอาไว้รองรับหากเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ส่วนภารกิจของนายสมัครในวันที่ 26 สิงหาคม จะปฏิบัติหน้าที่ภายในทำเนียบตลอดทั้งวัน แม้พันธมิตรจะมาปิดล้อมก็ตาม พล.อ.บุญสร้าง เนียมประดิษฐ์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด (ผบ.สส.) กล่าวว่า ผบ.เหล่าทัพ ยังไม่ได้หารือถึงกรณีกลุ่มพันธมิตรชุมนุมใหญ่ เพราะคิดว่าตำรวจดูแลได้ แต่หากรับมือไม่ไหว จะมีการประสานฝ่ายทหารเพื่อขอกำลังสนับสนุน กองทัพคงติดตามสถานการณ์การเคลื่อนไหวของกลุ่มพันธมิตรอย่างใกล้ชิด ผบ.สส.ย้ำอีกไม่เกิดปฏิวัติ เมื่อถามว่า จะเกิดปฏิวัติในช่วงนี้หรือไม่ พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า เรื่องนี้ตอบไปหลายหนแล้ว คำตอบก็เหมือนเดิมว่าจะไม่เกิดขึ้น เมื่อถามย้ำว่า มีความพยายามจากคนบางกลุ่มจะปฏิวัติเพื่อช่วย พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี หลุดพ้นคดี พล.อ.บุญสร้างกล่าวว่า เรื่องนี้ขึ้นอยู่กับผู้คิด พูดไปอาจไม่เหมาะสม และตนอ่านความคิดของคนอื่นไม่ได้ว่าใครคิดอย่างไร เวลา 18.00 น. ที่เวทีพันธมิตรเชิงสะพานมัฆวานฯมีผู้มาร่วมชุมนุมหลายพันคน ซึ่งมากกว่าหลายวันที่ผ่านมา นายสุริยะใส กตะศิลา ผู้ประสานงานพันธมิตร เปิดเผยว่า แกนนำพันธมิตรจะไม่แถลงบนเวทีการเคลื่อนทัพจะไปไหน แต่จะประกาศในเช้ามืดวันที่ 26 สิงหาคม พันธมิตรฯ ทั่วปท.อุบบุกที่สำคัญพร้อมกัน เมื่อวันที่ 25 ส.ค. นายโอสถ สุวรรณเศวต แกนนำพันธมิตร 14 จังหวัดภาคใต้ กล่าวถึงการเดินทางมารวมตัวบริเวณสะพานมัฆวานรังสรรค์ของกลุ่มพันธมิตรประชาชนเพื่อประชาธิปไตยจากจังหวัดต่างๆ ว่า ในส่วนของพันธมิตรภาคใต้ทยอยเดินทางจนถึงขณะนี้ไม่น้อยกว่า 20,000 คน ส่วนพันธมิตรที่ไม่ได้เดินทางไปส่วนหนึ่งจะทยอยไปยังจุดยุทธศาสตร์สำคัญต่างๆ เพื่อดำเนินตามแผนแนวทางเดียวกับการชุมนุมในส่วนกลาง ขณะเดียวกันประสานงานกับหน่วยงานรัฐวิสาหกิจและราชการต่างๆ ไม่ขอเปิดเผยขณะนี้มีความพร้อมแล้วหากเกิดเหตุการณ์ที่ไม่ปกติขึ้นในทำนองรุนแรง หน่วยงานเหล่านี้จะหยุดทำการทันที ซึ่งได้กำหนดจุดทั่วทุกภาคของประเทศแล้ว ซึ่งทุกจุดจะเป็นไปในทิศทางเดียวกัน แต่ขอเป็นความลับก่อน ขณะที่กลุ่มสมัชชาประชาชนภาคอีสาน 19 จังหวัด นำโดย นพ.ศุภพล เอี่ยมเมธาวี แกนนำกลุ่ม พร้อมด้วยสมาชิกกลุ่มภาคีมวลชนคนโคราชรักษ์ประชาธิปไตย จ.นครราชสีมา กว่า 100 คน เคลื่อนขบวนด้วยรถโดยสารเไปสมทบกับกลุ่มพันธมิตรพื้นที่ 19 จังหวัดภาคอีสาน บริเวณริมถนนมิตรภาพ-สีคิ้ว ริมเขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมาแล้ว ส่วนที่ จ.ชลบุรี กลุ่มพันธมิตรขับรถติดเครื่องขยายเสียงแห่ชักชวนประชาชนในพื้นที่ อ.เมืองชลบุรี ใส่เสื้อเหลืองไปรวมพลที่หน้าวัดจีน สี่แยกเฉลิมไทย อ.เมือง จ.ชลบุรี เวลา 04.30 น. วันที่ 26 สิงหาคม นอกจากนี้เครือข่ายพันธมิตรจันทบุรี และตราด 1,000 คน กลุ่มพันธมิตรพิจิตรจาก 12 อำเภอ รวม 500 คนเข้ากรุงเทพฯ พร้อมกัน ในคืนวันที่ 25 สิงหาคม ตร.ประเมิน 26 ส.ค.ไม่สกัด ส่วนที่ห้องประชุมปารุสกวัน 2 กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) เวลา 09.00 น. พล.ต.อ.ปานศิริ ประภาวัต ที่ปรึกษา สบ 10 ทำหน้าที่ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.อัศวิน ขวัญเมือง ผบช.น. พล.ต.ต.สุรพล ทวนทอง รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ประชุมร่วมกับตำรวจที่เกี่ยวข้องเพื่อประเมินสถานการณ์การชุมนุมของกลุ่มพันธมิตรที่รวมตัวและเคลื่อนขบวนแบบกองทัพมดไปทำเนียบรัฐบาลวันที่ 26 สิงหาคม ใช้เวลา 2 ชั่วโมงครึ่ง จากนั้น พล.ต.อ.ปานศิริแถลงว่า ตำรวจเตรียมรองรับสถานการณ์ไว้เรียบร้อยแล้ว พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผบ.ตร.กำชับว่าให้ตำรวจอดทนอดกลั้น และหลีกเลี่ยงใช้ความรุนแรง
พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า ถ้าพันธมิตรจะเดินไปโดยความสงบมีระเบียบเรียบร้อยไม่สร้างความเดือดร้อนรำคาญให้ใคร นอกจากตำรวจจะไม่สกัดกั้นแล้ว ยังอำนวยความสะดวกเรื่องการจราจรให้ด้วยซ้ำ ดูแลให้อย่างดีจะได้ปลอดภัย แต่ขอให้อยู่ในกรอบกติกาข้อบังคับ อะไรก็ได้ที่ไม่ผิดกฎหมายมากนัก ไม่ใช่เดินไปแล้วเอาสิ่งของขว้างไปที่บ้านช่อง ผิดกติกาไม่ได้ "ส่วนสถานที่ที่จะไปหากชอบตรงไหนก็เชิญ ตำรวจจะไม่มีแนวกั้น เพราะเรากั้นเขาก็จะไป ก็ไม่รู้จะไปกั้นทำไม อยากไปก็ไป ผมเชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรเป็นคนมีการศึกษามีความรู้ สิ่งผิดกฎหมายไม่ทำหรอก คนดีทั้งนั้น ผมเชื่อความเป็นมนุษย์ เขารู้ลึกซึ้งอาจจะดีกว่าพวกผมด้วยซ้ำ" ผบช.น.ระบุ ผู้สื่อข่าวถามว่า หากเหตุบานปลายจะทำอย่างไร พล.ต.ท.อัศวินกล่าวว่า "ค่อยว่ากันอีกครั้งหนึ่ง อะไรจะเกิดก็ต้องเกิด ฝนจะตกเราจะห้ามได้อย่างไร แต่ขอให้เกิดในสิ่งที่ดีๆ มากกว่า อย่าไปคิดถึงสิ่งร้าย มั่นใจเถอะว่าไม่มีเหตุ สบายใจได้" แนะฟังวิทยุเลี่ยงเส้นรอบทำเนียบฯ พล.ต.ต.ภาณุ เกิดลาภผล รอง ผบช.น. กล่าวว่า คาดการณ์จุดมุ่งหมายพันธมิตรน่าจะเป็นทำเนียบรัฐบาล จากการประมาณการถนนรอบทำเนียบน่าจะมีปัญหาทั้งหมดตั้งแต่เช้า คือ ถนนพิษณุโลก ต่อเนื่องถึงยมราช ถนนศรีอยุธยา จากหน้า บช.น.ไปแยกวัดเบญจฯถึงแยกเสาวนีย์ ถนนราชวิถีที่เกี่ยวเนื่องจากราชดำเนินนอกไปลานพระรูป ถนนราชสีมา และถนนราชดำเนินกลาง รวมทั้งบนทางด่วนไปถึงทางลงด่วนได้ ซึ่งจัดตำรวจจราจร ไปประจำตามแยกต่างๆ เพื่อประชาสัมพันธ์ จุดไหนที่ไปไม่ได้จะมีแผงเหล็กกั้นอยู่ และมีป้ายประชาสัมพันธ์ว่าข้างหน้ามีการชุมนุมอยู่ เพื่อให้เลี่ยง "พรุ่งนี้เช้าตั้งแต่เวลา 06.00 น. ขอให้หลีกเลี่ยงเส้นทางรอบทำเนียบ รวมทั้งให้ประชาชนที่ใช้เส้นทางคอยฟังข่าวสารการประชาสัมพันธ์ผ่าน วิทยุ จส.100 สวพ.91 และร่วมด้วยช่วยกัน เป็นระยะๆ" รอง ผบช.น.กล่าว เชื่อแผนใช้ยางรถเผาน้ำมันข่าวลวง พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า สถานการณ์ที่จะเกิดขึ้นทั้งในกรุงเทพฯและต่างจังหวัดจะประเมินกันชั่วโมงต่อชั่วโมง และคืนนี้ (25 สิงหาคม) เวลา 22.00 น. จะมีประชุมของผู้บังคับบัญชาระดับสูงอีกครั้ง ขณะนี้ทั้งกำลังพล รถดับเพลิง อุปกรณ์ดับเพลิง ศูนย์กู้ชีพ ศูนย์ส่งกลับ รถพยาบาลต่างๆ มีการเตรียมพร้อมไว้ และอุปกรณ์ที่สำคัญคือกล้องวิดีโอ และภาพนิ่ง กลุ่มผู้ชุมนุมต้องทราบว่า สถานที่ราชการการบุกรุก เข้าไปทำลายทรัพย์สินมีกฎหมายไว้ชัดเจน แม้ขณะนี้มีข้อมูลข่าวสารการปิดถนนทุกภาค และตัดน้ำตัดไฟสถานที่ราชการ แต่เชื่อมั่นว่าขั้นสุดท้ายแกนนำจะตัดสินใจไม่ใช้ความเดือดร้อนของประชาชนเป็นเครื่องมือต่อรองกับรัฐบาล "ทั้งนี้ มีข่าวเรื่องการใช้ยางรถยนต์ที่เตรียมไว้แล้วราดน้ำมันแล้วเข็นออกมา แต่ผมเชื่อว่าเป็นแค่ข่าวลวง เป็นข่าวที่อาจทำให้ประชาชนไม่สบายใจ แต่เพื่อความไม่ประมาทก็เตรียมการไว้ เพราะอาจมีใครบางคนฝ่าฝืนคำสั่งของแกนนำ"
คาดยอดผู้ชุมนุมมากกว่าทุกครั้ง พล.ต.ต.สุรพลกล่าวว่า ผบ.ตร.เน้นย้ำ 3 เรื่อง 1.ตำรวจต้องอดทนอดกลั้นหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงเด็ดขาด 2.สกัดกั้นไม่ให้ละเมิดกฎหมายในลักษณะเกิดความรุนแรง อาทิ เรื่องการวางเพลิง เรื่องการทำลายทรัพย์สินราชการ และ 3.หลีกเลี่ยงป้องกันไม่ให้ปะทะกันระหว่างกลุ่มที่มีความเห็นไม่ตรงกัน จะไม่พยายามให้เกิดขึ้นอย่าง จ.อุดรธานี "สำหรับยอดผู้ชุมนุมคาดว่าเหมือนเดิมที่เคยมียอดสูงสุด จะมากกว่าทุกครั้งเล็กน้อย กำลังรวบรวมเพราะมีจากต่างจังหวัดเข้ามาไม่ว่าภาคกลาง ภาคตะวันออก จ.ชลบุรี ภาคใต้ตอนบน จ.สุราษฎร์ธานี ภาคใต้ตอนล่างหลายจังหวัดด้วยกัน ส่วนอีสานจะน้อยหน่อย ของกรุงเทพมหานครขึ้นอยู่กับกลุ่มผู้สนับสนุนขาประจำและแขกรับเชิญ" รองโฆษกสีกากีระบุ รายงานข่าวแจ้งว่า ในการจัดวางกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยในเช้าวันที่ 26 สิงหาคม ทาง บช.น.จะจัดเตรียมกำลัง บก.ตปพ. 1 กองร้อยเข้าเสริมในทำเนียบรัฐบาล และกำลังอีก 3-4 กองร้อย ยังไม่ได้กำหนดชัดเจนว่าจะรอที่สนามม้านางเลิ้ง หรือกองทัพภาคที่ 1 คาดว่าหลังประชุมเวลา 22.00 น. อีกครั้งจะแน่ชัด และทางการข่าวได้รับรายงานว่ากลุ่มผู้ชุมนุมอาจจะปีนรั้วเข้าในทำเนียบรัฐบาลด้วย ส.ส.พปช.พะเยาแฉจ้างหัวละ500 นายวิสุทธิ์ ไชยณรุณ ส.ส.พะเยา พปช. เปิดเผยว่า ในพื้นที่ จ.พะเยา ได้รับแจ้งว่ากลุ่มหัวคะแนนของพรรคเก่าแก่ในเขต อ.เมือง แจกเงินให้กับประชาชนไปร่วมชุมนุมกับพันธมิตรวันละ 500 บาท พร้อมทั้งจ้างเหมารถเมล์และรถตู้อำนวยความสะดวกการเดินทาง ส่วน น.ส.อรุณี ชำนาญยา ส.ส.พะเยา พปช.ยังกล่าวว่า มีอดีตผู้สมัคร ส.ส.สอบตกบางพรรคอยู่เบื้องหลัง โดยให้ทุนสนับสนุนรายละ 1,000 บาท ปรากฏว่าผู้ประสานงานหักหัวคิวรายละ 500-700 บาท ทำให้ประชาชนไม่พอใจที่ถูกหักค่าหัวคิวและผู้ที่ไม่ต้องการไปร่วมประท้วงกับกลุ่มพันธมิตรออกมาแฉข้อมูล "มาร์ค" ไม่เห็นด้วยพันธมิตรปิดถนน-ที่ราชการ ด้านนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า อยากให้ทุกฝ่ายตระหนักว่าบ้านเมืองมีปัญหามามาก ไม่ต้องการเห็นความรุนแรง รวมถึงไม่อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงนอกระบบอีก เนื่องจากความเสียหายทางด้านเศรษฐกิจ การเมืองจะมีมาก ดังนั้น ตนจึงอยากวิงวอนให้ทุกฝ่ายทำหน้าที่ของตัวเอง คำนึงกรอบกฎหมายและคำนึงอนาคตประเทศชาติ บ้านเมือง รวมถึงให้นายสมัคร สุนทรเวช นายกรัฐมนตรียึดคำพูดที่ต้องการเห็นความสมานฉันท์ ทั้งนี้ นายอภิสิทธิ์ ยังกล่าวไม่เห็นด้วย หากพันธมิตรฯ จะมีการเคลื่อนไหวปิดสถานที่ราชการ เพื่อไม่ให้รัฐบาลทำงาน เพราะหากจะมีมาตรการที่ทำให้คนอื่นปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ อยากให้เว้นเสีย ส่วนนายกรัฐมนตรีควรย้ายที่ประชุมคณะรัฐมนตรีหรือไม่นั้น ถ้านายกรัฐมนตรีมองว่าการย้ายที่ประชุมจะช่วยทำให้ไม่เกิดปัญหา ก็ไม่เป็นไร หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวต่อว่า ยังไม่คิดว่า จะมีปัจจัยอะไร ที่จะทำให้ทหารออกมาทำรัฐประหารอีกรอบ หลังจากที่รัฐบาลพยายามจะบอกว่า การเคลื่อนไหวของพันธมิตรฯ เป็นการเปิดทางให้เกิดรัฐประหาร โดยระบุว่า หากอยู่ในกรอบของกฎหมาย ทุกคนก็ดำเนินการไปตามปกติ ทำเนียบเตรียมแผนรับมือถูกปิดล้อม รายงานข่าวจากทำเนียบรัฐบาลแจ้งว่า ในวันที่ 26 สิงหาคมนี้ จะมีการประชุม ครม.ตามปกติ มีการเตรียมจะใช้แผนรักษาความปลอดภัยเดียวกันกับที่เคยใช้เมื่อวันที่ 20 มิถุนายนที่ผ่านมา ในการเคลื่อนพลดาวกระจายปิดล้อมทำเนียบของกลุ่มพันธมิตรมาแล้วครั้งหนึ่ง โดยจะมีกำลังตำรวจรักษาความปลอดภัยภายใน 4-5 กองร้อย มีตำรวจสันติบาลประจำทำเนียบ กองปราบปราม ตำรวจตระเวนชายแดน และตำรวจปราบจลาจล และเตรียมเสริมกำลังจากตำรวจนครบาลอีก รวมทั้งจัดรถดับเพลิง รถส่องสว่าง ไว้เพื่อการเผชิญเหตุ สำหรับพื้นที่ด้านนอกทำเนียบตำรวจนครบาลจะดูแลและป้องกันเป็นพิเศษสำหรับประตูเข้าออกทำเนียบ บริเวณสะพานอรทัย ด้านตลาดนางเลิ้ง เพื่อเป็นช่องทางให้รถของ ครม.รวมทั้งเจ้าหน้าที่เข้าออกประชุมครม. รายงานข่าวแจ้งอีกว่า หากพันธมิตรฝ่าด่านปิดประตูสะพานอรทัยได้ ก็อาจจะยกเลิกการประชุม ครม.ทันที และย้ายสถานที่การประชุมหรือเลื่อนไปวันอื่น มีการวิเคราะห์ว่าหากไม่มีเหตุรุนแรง แม้พันธมิตรจะปิดล้อมทำเนียบและปักหลักได้ ก็จะไม่มีผลกระทบ เพราะพันธมิตรจะปักหลักอยู่ได้เพียงไม่เกิน 3 วัน เนื่องจากในวันที่ 30 สิงหาคมนี้ จะมีเสด็จพระราชดำเนินยังตึกสันติไมตรี เพื่อพระราชทานธง ในโอกาสจัดงาน "116 วัน จากวันแม่ถึงวันพ่อ" เชื่อว่ากลุ่มพันธมิตรจะล่าถอยกลับไปเอง พปช.เชื่อปิดครม.หวังยุทหารโค่นรบ. ด้านนายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.สัดส่วน พรรคพลังประชาชน (พปช.) กล่าวว่า ตั้งข้อสังเกตว่าพันธมิตรใช้วันที่ 26 สิงหาคม ชุมนุมใหญ่ตรงกับคล้ายวันเกิด พล.อ.เปรม ติณสูลานนท์ ประธานองคมนตรี จะเป็นการสร้างความเดือดร้อนให้กับ พล.อ.เปรม อาจทำให้สังคมเชื่อมโยงว่า พล.อ.เปรมอยู่เบื้องหลังพันธมิตรและการรัฐประหารได้ ยิ่งจะปิดถนนเข้าออกประชุม ครม.ด้วยแล้วเท่ากับเป็นการยั่วยุชัดเจนเพื่อให้ทหารบางกลุ่มเข้ามาโค่นอำนาจรัฐบาล แต่เชื่อมั่นว่านายกรัฐมนตรีจะไม่ตกหลุมพรางนี้และจะหาทางแก้ปัญหานี้ได้ ส่วนกลุ่มมหาประชาชนจะจัดเวทีชุมนุมที่สนามหลวง ในวันที่ 29 สิงหาคม นั้น คงต้องรอดูผลพวงการชุมนุมของพันธมิตร ในวันที่ 26 สิงหาคม ก่อน ส่วนนายสุชาติ ลายน้ำเงิน ส.ส.ลพบุรี พปช. เชื่อว่าเจตนาที่แท้จริงคือแกนนำกลุ่มพันธมิตร ต้องการหาทางลง ข้อมูลจากมติชนออนไลน์
Posted by :
เวลา : 12:07
จำนวนผู้อ่าน : 977 คน
Url เรื่องนี้คือ : http://edunews.eduzones.com/magazine/8744
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น