
| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||
14 สิงหาคม 2551จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เปิดรับสมัครและคัดเลือกโครงการรับนักเรียนจากชนบทเข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยรับ
โครงการจุฬาฯ-ชนบทปีการศึกษา 2552 แล้ว ซึ่งโครงการรับนักเรียนจากชนบทเพื่อเข้าศึกษาต่อในคณะต่าง ๆ ของจุฬาลงกรณ์จะได้รับทุน อุดหนุนจนสำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรปกติ1.
คุณสมบัติผู้สมัคร1.1
ผู้สมัครจะต้องมีสัญชาติไทย1.2
ผู้สมัครจะต้องมีภูมิลำเนาและศึกษาอยู่ในโรงเรียนระดับมัธยมศึกษาของรัฐ หรือโรงเรียนที่คณะ กรรมการบริหารหน่วยจุฬาฯ-ชนบทเห็นควร ในเขตจังหวัดตามที่กำหนดเป็นเวลาไม่น้อยกว่าห้าปีติดต่อกัน นับจนถึงวันสมัคร และไม่น้อยกว่าสามปีสำหรับผู้สมัครในพื้นที่พิเศษ-โครงการพิเศษ จังหวัดเชียงราย โดยกำหนดเขตพื้นที่ปฏิบัติงานโครงการจุฬาฯ-ชนบทเป็นจังหวัดต่าง ๆ ดังนี้1.2.1
พื้นที่ปกติเขตภาคกลาง ได้แก่ จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี เพชรบุรี สุพรรณบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสงคราม ลพบุรี สระบุรี สิงห์บุรี ชัยนาท อ่างทอง อุทัยธานี และพระนครศรีอยุธยา
เขตภาคเหนือตอนล่าง ได้แก่ จังหวัดกำแพงเพชร นครสวรรค์ พิจิตร พิษณุโลก เพชรบูรณ์ สุโขทัย ตาก และอุตรดิตถ์
เขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ได้แก่ จังหวัดขอนแก่น สกลนคร หนองคาย เลย อุดรธานี กาฬสินธุ์ หนองบัวลำภู นครพนม มหาสารคาม ร้อยเอ็ด ยโสธร มุกดาหาร อุบลราชธานี อำนาจเจริญ นครราชสีมา ชัยภูมิ บุรีรัมย์ สุรินทร์ และศรีสะเกษ
เขตภาคตะวันออก ได้แก่ จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และสระแก้ว
1.2.2
พื้นที่พิเศษจังหวัดตรัง และจังหวัดน่าน (ซึ่งเป็นจังหวัดที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยได้รับมอบหมายจากรัฐบาล ให้สนับสนุนการจัดตั้งสถาบันเทคโนโลยีชั้นสูง) จังหวัดเชียงใหม่ เฉพาะอำเภอแม่ริม (ซึ่งเป็นที่ตั้งพระตำหนักดาราภิรมย์ อันเป็นหน่วยงานของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย)
1.2.3 พื้นที่พิเศษ-โครงการพิเศษ
จังหวัดเชียงราย เปิดรับเข้าศึกษาเฉพาะคณะทันตแพทยศาสตร์ จำนวน 1 คน เมื่อสำเร็จการศึกษา แล้วจะต้องปฏิบัติหน้าที่เป็นทันตแพทย์ในโครงการแม่ฟ้าหลวง (โครงการพัฒนาดอยตุง เขตพื้นที่ทรงงาน) อำเภอดอยตุง จังหวัดเชียงราย โดยผู้สมัครที่สามารถพูดภาษาชาวเขาได้จะได้รับการพิจารณาเป็นกรณีพิเศษ
1.3
ผู้สมัครจะต้องกำลังศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 6 ปีการศึกษา 25511.4
ผู้สมัครจะต้องมีผลการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 และปีที่ 5 ตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยจะต้อง ได้คะแนนเฉลี่ยแต่ละกลุ่มวิชา / กลุ่มสาระการเรียนรู้ สำหรับการเลือกสมัครเข้าศึกษาแต่ละคณะดังนี้1.4.1
ผู้สมัครคณะสัตวแพทยศาสตร์ คณะทันตแพทยศาสตร์ คณะเภสัชศาสตร์ คณะสหเวชศาสตร์ และสำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา จะต้องได้คะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 2.75 กลุ่มวิชาคณิต ศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 2.75 กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 2.00 กลุ่มวิชาอื่น ๆ แต่ละกลุ่มวิชาไม่ควรต่ำกว่า 2.001.4.2
ผู้สมัครคณะวิศวกรรมศาสตร์ จะต้องได้คะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 3.00 วิชาฟิสิกส์ไม่ต่ำกว่า 3.00 กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 2.75 กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 2.00 และกลุ่ม วิชาอื่น ๆ แต่ละกลุ่มวิชาไม่ควรต่ำกว่า 2.001.4.3
ผู้สมัครคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี คณะเศรษฐศาสตร์ จะต้องได้คะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชา คณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 2.75 กลุ่มวิชาภาษาอังกฤษไม่ต่ำกว่า 2.75 และกลุ่มวิชาอื่น ๆ แต่ละกลุ่มวิชา ไม่ควรต่ำกว่า 2.001.4.4
ผู้สมัครคณะรัฐศาสตร์ คณะนิติศาสตร์ คณะนิเทศศาสตร์ และคณะอักษรศาสตร์ จะต้องได้คะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชาภาษาไทยไม่ต่ำกว่า 2.75 กลุ่มวิชาสังคมศึกษาไม่ต่ำกว่า 2.75 ถ้าศึกษาเน้นหนักด้านคำนวณจะต้องได้คะแนนเฉลี่ยกลุ่มวิชาคณิตศาสตร์ไม่ต่ำกว่า 2.75 หรือถ้าศึกษาเน้นหนักด้านภาษาจะต้อง ได้คะแนนกลุ่มวิชาภาษาต่างประเทศไม่ต่ำกว่า 2.75 และกลุ่มวิชาอื่น ๆ แต่ละกลุ่มวิชาไม่ควรต่ำกว่า 2.00โดยให้นายทะเบียนโรงเรียนคำนวณผลคะแนนเฉลี่ยแต่ละกลุ่มวิชาลงในใบสมัคร และใบแสดงผลการศึกษา
/ ปพ.1 ที่ใช้เพื่อการสมัครและลงนามรับรอง เพื่อเป็นการยืนยันประกอบการสมัครด้วย กรณีที่โรงเรียนมีนักเรียนที่ฐานะครอบครัวยากจน แต่ขาดคุณสมบัติข้อนี้เพียงเล็กน้อยให้ติดต่อหน่วยจุฬาฯ-ชนบท1.5
ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ที่มีฐานะครอบครัวยากจน บิดามารดาหรือผู้ปกครองไม่สามารถสนับสนุน ให้ศึกษาต่อในระดับอุดมศึกษาได้ และขาดผู้อุปการะ1.6
ผู้สมัครจะต้องมีความประพฤติดี และมีอุดมการณ์ที่จะทำงานในชนบทด้วยความเสียสละ1.7
ผู้สมัครจะต้องมีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะเป็นนิสิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตามประกาศของ สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) โดยผู้สมัครจะต้องไม่มีความผิดปกติที่จะเป็นอุปสรรคต่อ การศึกษาและไม่อยู่ในเพศบรรพชิต นักบวช นักพรต หรือมีข้อผูกมัดอยู่กับการรับทุนการศึกษาอื่น2.
คณะที่เปิดรับเข้าศึกษา จำนวน 12 คณะ โดยกำหนดให้เลือกสมัครได้เพียงหนึ่งคณะ ดังนี้2.1
คณะสัตวแพทยศาสตร์ รับประมาณ 10 คน2.2
คณะทันตแพทยศาสตร์2.2.1
เขตพื้นที่ปกติ รับประมาณ 9 คน2.2.2
เขตพื้นที่พิเศษ-โครงการพิเศษ รับประมาณ 1 คน2.3
คณะเภสัชศาสตร์ รับประมาณ 10 คน2.4
คณะสหเวชศาสตร์ เปิดรับ 3 สาขาวิชาดังนี้ (ระบุสาขาวิชาที่จะเข้าศึกษาลงในใบสมัคร)2.4.1
สาขาวิชาเทคนิคการแพทย์ รับประมาณ 15 คน2.4.2
สาขาวิชากายภาพบำบัด รับประมาณ 6 คน2.4.3
สาขาวิชาโภชนาการและการกำหนดอาหาร รับประมาณ 3 คน2.5
สำนักวิชาวิทยาศาสตร์การกีฬา รับประมาณ 10 คน (ระบุรูปแบบที่เลือกสอบ)2.6
คณะวิศวกรรมศาสตร์ รับประมาณ 5 คน2.7
คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี เปิดรับ 3 สาขาวิชาดังนี้ (ระบุสาขาที่จะเข้าศึกษาลงในใบสมัคร)2.7.1
สาขาวิชาสถิติ รับประมาณ 2 คน2.7.2
สาขาวิชาการบัญชี รับประมาณ 2 คน2.7.3
สาขาวิชาบริหารธุรกิจ รับประมาณ 3 คน2.8
คณะเศรษฐศาสตร์ รับประมาณ 10 คน2.9
คณะรัฐศาสตร์ เปิดรับ 4 สาขาวิชาดังนี้ (ระบุสาขาวิชาที่จะเข้าศึกษาลงในใบสมัคร)2.9.1
สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ รับประมาณ 2 คน2.9.2
สาขาวิชาการปกครอง รับประมาณ 2 คน2.9.3
สาขาวิชาสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา รับประมาณ 2 คน2.9.4
สาขาวิชาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ รับประมาณ 2 คน2.10
คณะนิติศาสตร์ รับประมาณ 4 คน (ระบุรูปแบบที่เลือกสอบ)2.11
คณะนิเทศศาสตร์ รับประมาณ 4 คน2.12
คณะอักษรศาสตร์ เปิดรับ 2 สาขาวิชาดังนี้ (ระบุสาขาวิชาที่จะเข้าศึกษาลงในใบสมัคร)2.12.1
สาขาวิชาภูมิศาสตร์ รับประมาณ 3 คน2.12.2
สาขาวิชาสารนิเทศศึกษา รับประมาณ 2 คนจำนวนทุนการศึกษา
107 ทุน ทั้งนี้ อาจรับได้ไม่ครบตามจำนวน หากผู้สมัครมีคุณสมบัติต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ตามประกาศฯ
3.
การรับสมัครและหลักฐานประกอบการสมัคร3.1
ผู้สมัครสามารถดาวน์โหลดใบสมัครได้ที่เว็บไซต์หน่วยจุฬาฯ-ชนบท www.rural.chula.ac.th หรือที่เว็บไซต์ www.admissions.chula.ac.thผู้สมัครจะต้องกรอกข้อมูลใบสมัครให้ถูกต้องครบถ้วน และติดรูปถ่ายผู้สมัครตามที่กำหนดใน ใบสมัคร
1 ที่ บัตรประจำตัวผู้สมัคร 1 ที่ (รูปถ่ายขนาด 2 นิ้ว 2 ใบ เป็นรูปหน้าตรง ไม่สวมหมวกและ แว่นตาดำ ถ่ายไว้ไม่เกินหกเดือน) และให้ศึกษารายละเอียดในคำแนะนำการสมัครโครงการจุฬาฯ-ชนบทโดยหลักฐานประกอบการสมัคร ได้แก่ ใบแสดงผลการศึกษา
/ ปพ.1 ที่โรงเรียนออกให้ผู้สมัคร ใช้เพื่อการสมัคร สำเนาทะเบียนบ้าน สำเนาบัตรประจำตัวประชาชน สำเนาบัตรประจำตัวนักเรียน หนังสือรับรองเงินเดือนบิดา/มารดา (กรณีที่มีรายได้ประจำ) และเอกสารอื่น ๆ พร้อมกับลงนามรับรอง3.2
ผู้สมัครจะต้องส่งมอบใบสมัครพร้อมหลักฐานฯ ให้คณะกรรมการของโรงเรียนตรวจสอบ โดย ใบสมัครที่ไม่ผ่านการตรวจสอบลงนามรับรองจากคณะกรรมการของโรงเรียนจะไม่ได้รับการพิจารณา3.3
ขอให้โรงเรียนแต่งตั้งคณะกรรมการขึ้น เพื่อทำหน้าที่พิจารณาคัดเลือกนักเรียนผู้สมัครที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามประกาศข้อ 1 โดยให้แต่ละโรงเรียนส่งนักเรียนสมัครได้ไม่เกิน 10 คน เฉพาะ โรงเรียนในจังหวัดเชียงรายสามารถส่งนักเรียนสมัครได้ไม่เกินโรงเรียนละ 2 คน ทั้งนี้หน่วยจุฬาฯ-ชนบท สงวนสิทธิ์ที่จะไม่รับพิจารณาใบสมัครทั้งหมดหากโรงเรียนส่งมาเกินกว่าที่กำหนด3.4
ขอให้โรงเรียนตรวจสอบใบสมัครและเอกสารให้ครบถ้วน และกรอกแบบสรุปการสมัคร โครงการจุฬาฯ-ชนบท จัดส่งให้หน่วยจุฬาฯ-ชนบทให้เสร็จในครั้งเดียว ภายในวันที่ 15 กันยายน 2551 (โดยจะถือวันที่ประทับตราไปรษณีย์วันดังกล่าวเป็นวันสุดท้ายของการสมัคร)3.5
ผู้สมัครจะต้องสมัครสอบ Basic General Aptitude Test (B-GAT) และ Basic Professional Aptitude Test (B-PAT) ที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) จัดสอบ ซึ่งจะมีการสอบในเดือน ตุลาคม 2551 โดยผู้สมัครจะต้องสอบรายวิชาให้ถูกต้องครบถ้วนตรงกับคณะ/สาขาวิชาที่สมัครโครงการ จุฬาฯ- ชนบทตามที่กำหนด และให้ระบุรายวิชาสอบลงในใบสมัครด้วย ผู้สมัครโครงการจุฬาฯ-ชนบทแล้วจะไม่สามารถสมัครแอดมิชชันส์ตรงโครงการอื่นของจุฬาฯได้อีกการสมัครโครงการนี้ไม่ต้องเสียค่าใช้จ่าย แต่ในการสมัครสอบ
B-GAT / B-PATค่าใช้จ่ายจะต้องเป็นไปตามที่สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ
(สทศ.) กำหนดวิชาสอบที่ สทศ . จัดสอบและเงื่อนไขที่แต่ละคณะกำหนดสำหรับผู้สมัครโครงการจุฬาฯ-ชนบทคณะ / สำนักวิชา | รายวิชาที่ สทศ . จัดสอบ | เงื่อนไขที่แต่ละคณะกำหนด | |
สัตวแพทยศาสตร์ | B-GAT B-PAT2 | จะต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 40 | |
ทันตแพทยศาสตร์ | B-GAT B-PAT1 B-PAT2 | จะต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 | |
เภสัชศาสตร์ | B-GAT B- PAT2 | จะต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25และคะแนนรวมทุกวิชาต้องไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 | |
สหเวชศาสตร์ | B-GAT B-PAT1 B-PAT2 | จะต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 25 | |
วิทยาศาสตร์การกีฬา - รูปแบบที่ 1 (วิทย์)- รูปแบบที่ 2 (ศิลป์) | B-GAT B-PAT2 B-GAT B-PAT5 | จะต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50จะต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 | |
วิศวกรรมศาสตร์ | B-GAT B- PAT2 B- PAT3 | ||
พาณิชยศาสตร์ฯ - สถิติ- การบัญชี- บริหารธุรกิจ | B-GAT B-PAT1 B- PAT2 B-GAT B-PAT1 B-GAT B-PAT1 | จะต้องได้คะแนนรวมทุกวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60จะต้องได้คะแนนรวมทุกวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60จะต้องได้คะแนนรวมทุกวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 | |
เศรษฐศาสตร์ | B-GAT B- PAT1 | ||
รัฐศาสตร์ - รัฐประศาสนศาสตร์- การปกครอง- สังคมวิทยาฯ- ความสัมพันธ์ฯ | B-GAT B-PAT1 B-GAT B-GAT B-GAT | ||
นิติศาสตร์ - รูปแบบที่ 1- รูปแบบที่ 2 | B-GAT B-PAT1 B-GAT B-PAT2 | ||
นิเทศศาสตร์ | B-GAT | ||
อักษรศาสตร์ | B-GAT B-PAT1 | จะต้องได้คะแนนแต่ละวิชาไม่ต่ำกว่าร้อยละ 60 | |
**********************************************
ข่าวดี: Eduzones Magazine ฉบับพิเศษล่าสุด วางแผงเดือนสิงหาคมนี้ พบเรื่องราวเจาะลึกเส้นทางสู่ "แอร์ สจ๊วต" ครบถ้วน ที่ซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขาทั่วประเทศ
นอกจากนี้ยังติดตามสุดยอดพ็อกเก็ตบุ๊ค"สาขาแห่งอนาคต" พิมพ์ครั้งที่ 2 เนื้อหาปรับปรุงใหม่วางแผงแล้ววันนี้ที่ซีเอ็ดบุ๊คทุกสาขาทั่วประเทศ
พิเศษสุด ติดตามเรื่องน่าสนใจอื่น ๆ อีกมากมายได้ที่แม็กกาซีนการศึกษาออนไลน์ฉบับแรกในประเทศได้ที่ www.108ezine.com
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (16)
แสดงความคิดเห็น







วันที่ 21 สิงหาคม 2551 เวลา 22:39
โดย : boom
อีเมล์ :
เว็บไซต์ :
IP 118.172.90.xxx