
12 กรกฎาคม 2551นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ไฟเขียวรื้อหลักสูตรเก่า ให้ใช้หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ๒๕๕๑ ลั่นครูต้องเน้นเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อปลูกฝังความซื่อสัตย์ สุจริต อุดมการณ์ให้กับเด็ก เช่น การแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่นในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน
โดยในขณะนี้ได้มีการทบทวนหลักสูตร และพัฒนาหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ขึ้น บนฐานแนวคิดและหลักการสำคัญเดิมของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๔๔ มุ่งเน้นการพัฒนารายละเอียดและแนวปฏิบัติที่จะช่วยคลี่คลายปัญหาอุปสรรคต่างๆ
ประเด็นการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
· เพิ่มวิสัยทัศน์หลักสูตร : เพื่อให้เป็นเป้าหมายที่ชัดเจนตรงกันในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาเยาวชนของชาติ
· เพิ่มสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน : ๑.ความสามารถในการสื่อสาร ๒.การคิดอย่างมีวิจารณญาณ ๓.ทักษะการแก้ปัญหา ๔.ทักษะชีวิต ๕.ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
· ปรับปรุงคุณลักษณะอันพึงประสงค์ : มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ เป็นอยู่พอเพียง รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ รักความเป็นไทย และมีจิตสาธารณะ
· ปรับตัวชี้วัดช่วงชั้น เป็นตัวชี้วัดชั้นปี : ได้มีการกำหนดตัวชี้วัดชั้นปีสำหรับการศึกษาภาคบังคับ จะช่วยให้เกิดความเป็นเอกภาพ และมีความชัดเจนในการจัดการเรียนการสอนและประเมินผลในแต่ละระดับชั้น รวมทั้งช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา
· กำหนดสาระการเรียนรู้แกนกลาง : กำหนดสาระการเรียนรู้แกนกลาง ซึ่งเป็นจุดร่วมที่ผู้เรียนให้ทุกคนในระดับการศึกษาขั้นพื้นฐานต้องเรียนรู้ ช่วยให้เกิดความเป็นเอกภาพในการจัดการศึกษา เพื่อพัฒนาเยาวชนในชาติมากขึ้น
· ปรับโครงสร้างเวลาเรียน : กำหนดเวลาเรียนขั้นต่ำในแต่ละปีไว้ โดยเปิดช่องให้สถานศึกษาสามารถกำหนดปรับเพิ่มเติมได้ตามความเหมาะสม ซึ่งจะช่วยให้การจัดหลักสูตรสถานศึกษาสำหรับผู้เรียนในระดับชั้นต่างๆ และในกลุ่มสาระต่างๆ มีความเหมาะสม สอดคล้องกับจุดมุ่งหมายของหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐานในการพัฒนาผู้เรียนมากขึ้น
· ปรับเกณฑ์การวัดประเมินผล : ระดับประถมศึกษา (ป.๑-ป.๖) ยังคงตัดสินผลการเรียนเป็นรายปีเช่นเดิม แต่ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น ได้เปลี่ยนเป็นการตัดสินผลการเรียนเป็นรายภาค ให้สอดคล้องกับระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อรองรับระบบหน่วยกิต และกำหนดให้การบริการสังคม (Community Service) เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน และต้องได้รับการประเมินผลอย่างชัดเจนเป็นรูปธรรม
การขับเคลื่อนสู่การปฏิบัติ
สพฐ.ได้เตรียมการขับเคลื่อนโดยเตรียมพัฒนาบุคลากรจัดทำเอกสาร พัฒนา Website เผยแพร่ เพื่อสร้างความเข้าใจทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง หลักสูตรฉบับนี้จะเริ่มใช้ในโรงเรียนต้นแบบและโรงเรียนที่มีความพร้อม ในปีการศึกษา ๒๕๕๒ และใช้ในโรงเรียนทั่วไปในปีการศึกษา ๒๕๕๓ สพฐ.จะดำเนินการขับเคลื่อน ๓ ระยะ คือ
- ระยะที่หนึ่ง การเปิดตัว เตรียมตัว ทั้งด้านเอกสาร เพื่อสร้างความเข้าใจให้กับบุคลากรทุกระดับ ปรับปรุงสื่อต่างๆ ให้เตรียมพร้อม โรงเรียนจะต้องทบทวน ปรับปรุงหลักสูตรเทียบกับหลักสูตรใหม่ที่ ศธ. ประกาศ
- ระยะที่สอง นำร่องในโรงเรียนที่มีความพร้อมในแต่ละเขตพื้นที่ จำนวน ๕๕๕ โรงเรียน โดยมีกติกาว่า นำร่องในโรงเรียน Top ๑๐ ในแต่ละเขต ถ้าใส่ปัจจัยต่างๆ เหล่านี้ลงไป เพื่อเป็น Best Practice ที่อยู่ในพื้นที่ และจะมีการเตรียมการเพื่อรองรับการดำเนินงานจริง
- ระยะที่สาม ดำเนินงานจริงในปีการศึกษา ๒๕๕๓ ใช้กับโรงเรียนทั่วประเทศ ซึ่งจะมีข้อมูลที่สมบูรณ์แล้ว
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ จะช่วยให้ครูผู้สอน มีความสะดวก และมีความชัดเจนยิ่งขึ้นในการออกแบบการเรียนการสอน และการวัดประเมินผล ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ได้มาตรฐานตามที่คาดหวัง สมดังเจตนารมณ์ของการปฏิรูปการศึกษา
รมว.ศธ.กล่าวว่าได้เห็นชอบในหลักการของหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.๒๕๕๑ แล้ว แต่ขอให้ สพฐ.ปรับปรุง แก้ไข เพิ่มเติมเรื่องของคุณธรรมและจริยธรรม เพื่อปลูกฝังความซื่อสัตย์ สุจริต อุดมการณ์ให้กับเด็ก เช่น การแก้ไขปัญหาทุจริต คอร์รัปชั่นในทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ ภาคเอกชน เพราะเด็กที่สำเร็จการศึกษาออกไป ก็จะเข้าสู่การทำงานทั้งภาครัฐและเอกชน ถ้ามีหลักสูตรที่สนับสนุนให้เด็กมีความซื่อสัตย์ สุจริต ทำงานด้วยความโปร่งใส มีอุดมการณ์ในการทำงาน ก็จะทำให้เด็กไม่คิดเรื่องการเอาของคนอื่นมาเป็นของตน หรือเรื่องการหาประโยชน์ใส่ตน ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับการป้องกันการทุจริต ก่อให้เกิดประโยชน์หลายด้าน เช่น ประเทศชาติไม่สูญเสียเงินทอง จากการรั่วไหลเหล่านี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายฝ่ายยุติธรรม จะได้ใช้เวลาไปจับโจร ผู้ร้าย ไม่ต้องปราบปราบการทุจริต คอร์รัปชั่น เพื่อให้การผลิตแบบเรียนในอนาคต จะได้มีเรื่องเหล่านี้สอดแทรกไว้
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (3)
แสดงความคิดเห็น