15 มิถุนายน 2551
กรมวิทยาศาสตร์การแพทย์เตือนสารตะกั่วปนเปื้อนในน้ำดื่มโรงเรียนเกินมาตรฐาน 2-5 เท่าเผยเด็กดูดซึมสารพิษเข้าร่างกายได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ส่งผลสติปัญญาด้อยลงชี้ผู้ผลิตเครื่องทำน้ำเย็นต้องทำตามมาตรฐานปลอดภัย ห้ามใช้สารตะกั่วบัดกรี
นพ.มานิต ธีรตันติกานนท์ อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์กล่าวว่า จากการศึกษาวิจัยโครงการน้ำดื่มในโรงเรียนของกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ทั่วประเทศพบว่า น้ำดื่มที่ออกจากเครื่องทำน้ำเย็นมีการปนเปื้อนของสารตะกั่วสูงถึง 2-5 เท่าของเกณฑ์มาตรฐานน้ำดื่ม(0.05 Ppm)
สาเหตุสำคัญจากเครื่องทำน้ำเย็นที่ผลิตหรือซ่อม โดยใช้สารตะกั่วในการบัดกรีส่วนที่สัมผัสกับน้ำ ซึ่งพิษภัยของสารตะกั่วจะก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งมีชีวิตและเป็นสารพิษที่ร่างกายไม่สามารถย่อมสลายได้ ส่วนใหญ่จะไปสะสมที่กระดูก ตับ ไต กล้ามเนื้อ และระบบประสาทส่วนกลาง โดยตะกั่วจะถูกดูดซึมเข้าสู่รางกายของเด็กได้ดีกว่าผู้ใหญ่ ผู้ใหญ่จะดูดซึมเข้าร่างกายได้ประมาณ 10% โดยจะเข้าไปทำลายประสาทส่วนปลาย ทำให้เกิดอาการเหน็บชาที่ปลายมือ ปลายเท้า
นพ.มานิต กล่าวอีกว่า มาตรการเชิงป้องกันและการให้ความคุ้มครองแก่เด็กนักเรียนจากปัญหาดังกล่าว ทางกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์โดยความร่วมมือของแผนงานคุ้มครองผู้บริโภคด้านสุขภาพ คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ(สสส.)ได้จัดการให้ความรู้เกี่ยวกับความเป็นพิเศษด้านสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภคมีคำสั่งห้ามผลิตซ่อมเครื่องทำน้ำเย็นโดยสารตะกั่วบัดกรี
สำนักมาตรฐานอุตสาหกรรมได้รับพิจารณากำหนดให้การผลิตเครื่องทำน้ำเย็นต้องมีมาตรฐานบังคับ เพื่อความปลอดภัยจากการปนเปื้อนสารตะกั่วและโลหะหนัก ขณะที่ประชาชนสามารถตรวจสอบด้วยสาตาเปล่าได้ว่า มีการใช้สารตะกั่วบัดกรีหรือไม่โดยสังเกตดูขอบด้านในของส่วนที่เก็บกักน้ำ ท่อจ่ายน้ำดื่มที่บริเวณฐานของส่วนเก็บกักน้ำ และลูกลอยที่ปรับระดับน้ำว่ามีรอบบัดกรีหรือไม่ สำหรับผู้ประกอบการผลิตเครื่องทำน้ำเย็นควรหลีกเลี่ยงการบัดกรีด้วยตะกั่ว.
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (0)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||