11 มิถุนายน 2551
เรื่องสาระดี ๆ มีประโยชน์มาฝากกันอีกแล้วครับ น้อง ๆ นักเรียน นักศึกษา หลายคนอาจไม่เคยได้ยิน โครงการรับน้องปลอดเหล้า แต่โครงการนี้เขาจัดมาหลายปีแล้วนะครับ และล่าสุด มีสถิติที่น่าสนใจ เพราะประสบความสำเร็จค่อนข้างสูงทีเดียว ก็ทำคาดหวังได้ว่า ปัจจุบันและอนาคตอันใกล้นี้ การรับน้องโหด ๆ คงค่อย ๆ หมดไปในที่สุด เปลี่ยนมาเป็นการรับน้องแบบสร้างสรรค์
แหม อย่างนี้น้องใหม่ เฟรชชี่ คงแฮปปี้กันทั่วหน้าละครับ
โครงการ รับน้องปลอดเหล้า มีขึ้นก็เพื่อช่วยลดปัญหาต่าง ๆ ซึ่งในปีนี้ โครงการดังกล่าวได้เดินหน้ามาเป็นปีที่ 4 แล้ว และพบว่าโครงการดังกล่าวประสบความสำเร็จ เนื่องจากตัวเลขของผู้ที่เสียชีวิตในการับน้องของสถาบันต่างๆ ลดลงอย่างเห็นได้ชัด
ศ.นพ.ประกิต วาทีสาธกกิจ ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหารแผนฯสำนักงานกองทุนสนับสนุนสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) กล่าวว่า โครงการ รับน้องปลอดเหล้า เป็นโครงการที่มีความสำคัญต่อเยาวชนอย่างมาก จากการสำรวจในปีที่ผ่านมา พบว่าโครงการดังกล่าวสามารถช่วยลดความรุนแรงในการรับน้องได้ถึง 81.3% อีกทั้งวัยรุ่นยังสามารถตระหนักถึงโทษของเหล้าได้เพิ่มขึ้นถึง 76.1% รวมทั้ง อยากให้การรับน้องไม่มีเหล้าและบุหรี่ถึง 92.5% ซึ่งเป็นตัวเลขที่ถือว่าสูงมาก
นอกจากนี้ ในปี 51นี้แนวทางในการรณรงค์จะแตกต่างไปจากปีก่อนๆ คือ ได้มีการเพิ่มการรณรงค์เรื่องของบุหรี่ในกิจกรรมรับน้องเข้ามาด้วย ซึ่งเป้าหมายสำคัญของโครงการนี้คือ ต้องการให้ทุกสถาบันการศึกษา ไม่ว่าจะเป็นมหาวิทยาลัย โรงเรียน วิทยาลัย ปราศจากแอลกอฮอล์และบุหรี่โดยสิ้นเชิง
ศ.นพ.ประกิต กล่าวต่อว่า การรณรงค์ในปีนี้ จะช่วยให้มีการเพิ่มการประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับกฎหมายการดื่มเหล้าและสูบบุหรี่ในสถานศึกษาในระดับอุดมศึกษา ตามพระราชบัญญัติควบคุมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ พ.ศ. 2551 มาตร 31 ห้ามมิให้ผู้ใดดื่มแอลกอฮอล์ในมหาวิทยาลัย รวมถึงการห้ามสูบบุหรี่ในมหาวิทยาลัย ยกเว้นในที่ที่จัดไว้ให้เพิ่มขึ้น
เราจะใช้การรณรงค์นี้เป็นตัวช่วยในการกระจายเผยแพร่กฎหมายเกี่ยวกับการห้ามดื่มแอลกอฮอล์และสูบบุหรี่ในมหาวิทยาลัย ให้นักศึกษาทราบและเข้าใจมากขึ้น เนื่องจากนักศึกษาบางคนยังไม่ทราบถึงกฎหมายตัวนี้ โดยคิดว่าสามารถสูบได้เนื่องจากไม่มีใครมาว่ากล่าวตักเตือน นพ.ประกิตกล่าว
ด้านนายบุญลือ ประเสริฐโสภา รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ซึ่งเป็นหน่วยงานที่ดูแลเรื่องนี้ กล่าวว่า ตนก็พร้อมที่จะสนับสนุนโครงการดังกล่าว และได้มีการวางนโยบายรณรงค์โครงการรับน้องปลอดเหล้า โดยผลักดันให้สถาบันการศึกษาทุกแห่งทุกระดับชั้นดูแล รณรงค์ลด ละ เลิก แอลกอฮอล์ บุหรี่ และอบายมุขในสถานศึกษาอย่างเข้มงวด อีกทั้งได้ยังประสานงานไปยังสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) เรื่องการวางแนวทาง มาตรการดูแลการรับน้องปลอดเหล้า บุหรี่ และอบายมุขทั้งปวงภายในมหาวิทยาลัย รวมทั้งให้ทางสกอ.เปิดศูนย์ออนไลน์รับร้องเรียนช่วงรับน้อง
อย่างไรก็ตาม การรับน้องในปีการศึกษานี้ ศธ.ได้วางนโยบายคุมเข้ม เพื่อไม่ให้เกิดความรุนแรงอย่างที่ผ่านมา ซึ่งจากการประชุมร่วมกับรองอธิการบดีฝ่ายกิจการนักศึกษา ได้ฝากมหาวิทยาลัยให้ช่วยจัดกิจกรรมรับน้องในเวลาที่เหมาะสม ปลอดภัย คือเวลาเช้าไปจนถึงเย็น เน้นการทำกิจกรรมที่ลดความขัดแย้ง คงไว้ซึ่งขนบธรรมเนียมประเพณีไทย งดเหล้า บุหรี่ สิ่งมึนเมา อบายมุขทุกรูปแบบ และถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้น มหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบ
โครงการดังกล่าวกำลังขยายผลไปสู่โรงเรียนในระดับอาชีวะ โรงเรียนมัธยมศึกษาตอนต้น ถึงแม้ว่าจะไม่มีการรับน้อง แต่ก็อยากให้มีกิจกรรมปลอดเหล้า เช่นกีฬาสี
นี่...ถือเป็นอีกหนึ่งโครงการดีๆ ที่ควรได้รับการสนับสนุนจากหลายฝ่าย เพราะอย่างน้อยก็ช่วยให้เยาวชนห่างไกลจากแอลกอฮอล์มากยิ่งขึ้น และเป็นกำลังสำคัญของชาติได้อย่างมีประสิทธิภาพต่อไป
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
อ่านความคิดเห็น (1)
แสดงความคิดเห็น

| อา. | จ. | อ. | พ. | พฤ. | ศ. | ส. |
|---|---|---|---|---|---|---|
| 1 | 2 | 3 | 4 | 5 | 6 | |
| 7 | 8 | 9 | 10 | 11 | 12 | 13 |
| 14 | 15 | 16 | 17 | 18 | 19 | 20 |
| 21 | 22 | 23 | 24 | 25 | 26 | 27 |
| 28 | 29 | 30 | 31 | |||