ปัญหาที่ถามบ่อยในการสอบแพทย์ กสพท.
*มีความสับสนในการกรอกใบสมัครในช่องเลขประจำตัวนักเรียนและรหัสโรงเรียนว่าจะกรอก 8 หลักหรือ 13 หลัก หรือ 15 หลัก ( 14 ส.ค. 2551)
ตอบ ปกติรหัสโรงเรียนของเดิมมี 8 หลัก (รหัสโรงเรียนใหม่มี 10 หลัก) ส่วนเลขประจำตัวนักเรียนมี 5 หลัก และเนื่องจากโรงเรียนบางแห่ง ออกบัตรประจำตัวนักเรียนจะพิมพ์รหัสโรงเรียนไว้ข้างหน้า และตามด้วยเลขประจำตัวนักเรียน จึงทำให้เป็น 13 หลัก หรือ 15 หลัก(สำหรับรหัสโรงเรียนใหม่) ตัวอย่างเช่น เลขรหัสประจำตัวนักเรียน 9910451012551 หรือ 999910451012551(ใหม่)
รหัสโรงเรียน (เก่า) 99104510
รหัสโรงเรียน (ใหม่) 9999104510
ดังนั้นในการกรอกใบสมัครในช่องเลขประจำตัวนักเรียนจะกรอก 5 หลัก หรือ 13 หลัก หรือ 15 หลักก็ได้ แต่ขอให้กรอกให้ถูกต้องโดยเฉพาะเลขใน 5 หลักสุดท้าย
| |

| ชำระเงินค่าสมัครสอบไปแล้ว ต้องการสมัครใหม่เพื่อเปลี่ยนอันดับสถาบันที่เลือก ต้องทำอย่างไร ( 8 ส.ค. 2551)
|
| ตอบ เมื่อตรวจสอบสถานะใบสมัครแล้วพบว่าสถานะการชำระเงินแจ้งว่า *ชำระเงินแล้ว* หากต้องการสมัครใหม่เพื่อเปลี่ยนอันดับสถาบันที่เลือก ให้กลับไปที่หน้าแรก แล้วคลิกที่ "กรอกข้อมูลใบสมัครสอบ..." จะพบหน้าจอแสดงขั้นตอนการกรอกใบสมัคร ให้คลิกที่ "กรอกใบสมัครกรณีต้องการเปลี่ยนอันดับสถาบันที่เลือก" แล้วใส่หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน กดค้นหา จะพบหน้าจอใบสมัคร กสพท.01 เดิม ให้ดูที่สถานะการชำระเงิน จะมีปุ่ม "ต้องการเปลี่ยนอันดับคณะที่เลือก" ให้คลิกที่ปุ่มนี้ และทำตามคำแนะนำ
|
| |
 | ในกรณีที่สอบสัมภาษณ์เสร็จสิ้นและได้รับการคัดเลือกเป็นนักศึกษาของคณะฯแล้ว จะสามารถสละสิทธิ์การเข้าศึกษาในคณะฯได้หรือไม่ และถ้าสละสิทธิ์ได้ หลังจากที่สละสิทธิ์แล้วจะมีผลกระทบหรือมีการบันทึกในประวัติหรือไม่ ( 8 ส.ค. 2551) |
| ตอบ ในวันที่เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่ายกาย ผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์และตรวจร่างกายจะต้องส่งหนังสือของผู้เข้าศึกษาและคำยินยอมของผู้ปกครอง ในการยืนยัน เข้าศึกษาและไม่สละสิทธิ์การเป็นนักศึกษาของคณะนั้นๆ และหนังสือยินยอมให้ส่งชื่อเพื่อตัดสิทธิ์ในระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษา ในสถาบันอุดมศึกษาระบบกลาง(Central Admission) หากผู้นั้นสอบผ่านและได้รับสิทธิ์เข้าศึกษา |
| |

| ทำการกรอกใบสมัครไปแล้วกำลังจะสั่ง Print ทั้งใบสมัคร (กสพท.01) และใบ Payin (กสพท.02) แต่ Internet เกิดเสีย พอมาสมัครใหม่ ระบบแจ้งว่า หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชนถูกใช้แล้ว ทำอย่างไรดี ( 5 ส.ค. 2551) |
| ตอบ ให้ไปที่หน้าแรก แล้วคลิกที่ ตรวจสอบสถานะใบสมัคร แล้วใส่หมายเลขบัตรประจำตัวประชาชน คลิกค้นหา ก็จะสามารถสั่ง Print ทั้งใบสมัคร (กสพท.01) และใบ Payin (กสพท.02) ได้ |
| |

| การสอบวิชาเฉพาะต้องเตรียมตัวอย่างไร ( 5 ส.ค. 2551) |
| ตอบ การสอบวิชาเฉพาะเป็นการวัดความสามารถส่วนบุคคล นักเรียนไม่จำเป็นต้องเตรียมวิชาการอะไร ให้มีสมาธิ จิตใจแจ่มใสในวันสอบก็พอ อย่างไรก็ตาม กสพท.ขอเน้นเรื่องพฤติกรรมที่อาจส่อไปทางทุจริต เช่น การนำโทรศัพท์มือถือ หรือนำเครื่องมือสื่อสารติดตัวเข้าห้องสอบ การเขียนขัอความในบัตรประจำตัวสอบ (ไม่ควรนำบัตรไปเคลือบพลาสติก) หากมีพฤติกรรมส่อไปในทางทุจริตคณะกรรมการจะพิจารณาตัดสิทธิ์ขั้นรุนแรง
|
| |
 | กสพท.มีหลักเกณฑ์รับในรอบที่ 2 และ 3 อย่างไร ( 5 ส.ค. 2551)
|
| ตอบ - หากมีการรับรอบที่ 2 กสพท. ยังใช้เกณฑ์เดิมเหมือนรอบที่ 1 โดยพิจารณาจากผู้ที่ไม่ติดรอบแรก ไม่มีการเลื่อนลำดับ หากผู้ที่ติดรอบแรกแล้วแต่สอบสัมภาษณ์/ตรวจร่างกายไม่ผ่าน หรือสละสิทธิ์ ก็จะตัดออกไป ไม่นำมาพิจารณาในรอบที่ 2 - ส่วนรอบที่ 3 กสพท.ให้สิทธิ์แต่ละสถาบันกำหนดเกณฑ์เอง แต่ทุกสถาบันที่รับรอบ 3 จะไม่พิจารณาผู้ที่ติด รอบแรกและรอบที่ 2 - อย่างไรก็ตามยังมีคณะแพทย์รังสิต/คณะทันตแพทย์บางแห่งประกาศรับผ่านการสมัคร Central Admission นักเรียนสามารถไปสมัครได้ - นักเรียนควรติดตามข่าวจาก Website ของแต่ละสถาบัน |
| |

| ถ้าสอบได้โควตารับตรงของที่อื่น กสพท.จะตัดสิทธิ์หรือไม่ ( 5 ส.ค. 2551) |
| ตอบ ผู้สมัครสอบโควตารับตรงที่ได้รับสิทธิ์ให้เข้าศึกษาแล้ว และได้เซ็นหนังสือยืนยันว่าจะเข้าศึกษา ในหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิตหรือหลักสูตรทันตแพทยศาสตร์บัณฑิตของสถาบันนั้น (คณะแพทยศาสตร์ทุกสถาบัน ยกเว้นของมหาวิทยาลัยรังสิตหรือคณะทันตแพทยศาสตร์ 5 คณะที่เข้าร่วมในการคัดเลือกครั้งนี้ ) และยินยอมให้คณะ/สถาบันนั้นส่งชื่อไปตัดสิทธิ์การคัดเลือกของกสพท. ทางกสพท.จะทำการตัดสิทธิ์ในการคัดเลือกของกสพท.ทันที แต่ถ้าเป็นหลักสูตรอื่นที่ไม่ได้กล่าวข้างต้น กสพท.จะยังคงให้สิทธิ์ในการคัดเลือกของกสพท.ต่อไป |
| |

| ประกาศผลสอบวิชาเฉพาะแล้วจะต้องทำอย่างไรต่อไป ( 5 ส.ค. 2551) |
| ตอบ ยังไม่ต้องทำอะไร กสพท.จะติดต่อขอคะแนน A-NET จาก สกอ., O-NET จาก สทศ. เพื่อนำประกอบการพิจารณาตัดสินผู้มีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์/ตรวจร่างกายของแต่ละสถาบัน |
| |

| ผู้ผ่านการสอบวิชาเฉพาะแล้วมีสิทธิ์เข้าสอบสัมภาษณ์/ตรวจร่างกายเลยหรือเปล่า ( 5 ส.ค. 2551)
|
| ตอบ ผู้ที่มีสิทธิ์สอบสัมภาษณ์/ตรวจร่างกาย ในขั้นตอนต่อไปนั้น จะต้องเป็นผู้ที่มีคะแนนรวมสูงสุดเรียงลำดับจากมากไปหาน้อย ตามจำนวนที่แต่ละคณะจะรับ ซึ่งคะแนนรวมนั้นจะได้จาก คะแนนสอบวิชาเฉพาะ 30% และ คะแนน A-NET 70% (ตามสัดส่วนที่ประกาศไว้) และต้องมีคะแนน O-NET เท่ากับหรือมากกว่า 60% ดังนั้น โดยผู้เข้าสอบทุกคนจะต้องมีคะแนน A-NET ของปีการศึกษา 2552 ซึ่งจะสอบประมาณเดือนมีนาคม 2552 และผลการสอบ O-NET ครั้งแรก |
| |

| การตัดสินผลจะพิจารณาคะแนนและอันดับที่เลือกอย่างไร ( 5 ส.ค. 2551) |
| ตอบ ในการตัดสินผล จะนำคะแนนรวม (คะแนนสอบวิชาเฉพาะ 30% และ คะแนน A-NET 70% ตามสัดส่วนที่ประกาศไว้ซึ่งคะแนนของแต่ละวิชาต้องมากกว่าหรือเท่ากับ 30%ด้วย และต้องมีคะแนนรวม O-NET ครั้งแรกเท่ากับหรือมากกว่า 60%) มาเรียงลำดับคะแนนจากมากไปหาน้อย แล้วพิจารณาอันดับที่เลือกทีละคนว่าเลือกอันดับ 1 ที่สถาบันใดก็จะกระจายไปที่สถาบันนั้น ถ้าสถาบันที่เลือกอันดับ 1 นั้นที่นั่งเต็มแล้วก็จะพิจารณากระจายไปสถาบันในอันดับที่เลือกถัดไป จาก http://www9.si.mahidol.ac.th/ |