คณะนิติศาสตร์ | ลักษณะเนื้อหาวิชา | - เป็นการศึกษาวิชาที่เน้นในทางกฎหมายเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งได้แก่ กฎหมายมหาชน กฎหมายอาญา กฎหมายแพ่งและพาณิชย์ กฎหมายปกครอง เป็นต้น แต่จะแบ่บกล่มวิชาต่างๆ มีแก่ดังนี้ กลุ่มวิชากฎหมายมหาชน - จะเป็นกฎหมายรัฐธรรมนูญ ปกครอง รัฐสถา ว่าด้วยระบบพรรคการเมืองเป็นต้น กลุ่มวิชากฎหมายเอกชน - จะเป็นกฎหมายศุลกากร เกี่ยวกับการปฎิรูปที่ดิน หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ว่าด้วยการธนาคาร ว่าด้วยอนุญาโตตุลาการ เป็นต้น กลุ่มวิชากระบวนการยุติธรรม - ได้แก่ กฎหมายทหาร การว่าความ นิติเวชวิทยา การสืบสวนและสอบสวน กฎหมายเกี่ยวกับการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน และวิธีพิจารณาคดีครอบครัว เป็นต้น กลุ่มวิชากฎหมายระหว่างประเทศ - ได้แก่กฎหมายการค้าระหว่างประเทศ พาณิขย์นาวี อากาศ ระหว่างประเทศว่าด้วยทะเล ว่าด้วยองค์การระหว่างประเทศ เป็นต้น กลุ่มวิชากฎหมายเพื่อการพัฒนา - ได้แก่กฎหมายเศรษฐกิจ สิทธิมนุษยชน สิ่งแวดล้อม ป้องกันการผูกขาดทางเศรษฐกิจ และการคุ้มครองผู้บริโภค กลุ่มวิชากฎหมายทั่วไป - ได้แก่กฎหมายอิสลาม การร่างกฎหมายและกระบวนการสิติบัญญัติ เศรษฐศาสตร์การเมืองสำหรับนักกฎหมาย สังคมการเมืองสำหรับนักกฎหมาย เป็นต้น | การเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี | - การเข้าศึกษาของคณะนิติศาสตร์ สถาบันการศึกษาสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยมีทั้งในสถาบันต่างๆ โดยผู้เข้าศึกษาจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกสาย สายอาชีพ หรือ เทียบเท่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาวิชานี้ในคณะนิติศาสตร์ จะได้รับวุติการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต น.บ. | คุณสมบัติผู้เข้าศึกษา | - มีลักษณะผู้นำ บุคลิกภาพดี ชอบสังคม มนุษยสัมพันธ์ดีจดจำระเบียบแม่นยำ ซื่อสัตย์ รับผิดชอบ รักษาความยุติธรรม มีเหตุผล กล้าแสดงความคิดเห็น มีความมั่นใจในตัวเอง | การศึกษาต่อหลังจบปริญญาตรี | - สำหรับผู้สำเร็จวุติการศึกษานิติศาสตรบัญฑิต จะสามารถศึกษาต่อในระดับ -ปริญญาโทใน สาขาวิชาต่างๆ เช่น บริหารธรุกิจ การบริหารการศึกษา นิติศาสตร์ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและอนุญาโตตุลาการ ประวัติศาสตร์ จิตวิทยาการ รัฐศาสตร์ และที่สามารถรับวุติการศึกษานิติศาสตรบัณฑิต น.บ.เป็นต้น | ลักษณะงานที่ปฏิบัติ แหล่งงานที่รองรับต่างๆ | - ผู้สำเร็จทางด้านนี้ จะมีทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชนโดยแบ่งตามภาพดังนี้ ภาครัฐบาล - สายงานกระทรวงยุติธรรม,สายงานกระทรวงคลัง,สายงานกระทรวงกลาโหม,สายงานกระทรวงมหาดไทย,สายงานกระทรวง,กรม,ราชบริหารส่วนท้องถิ่น อื่นๆ ภาครัฐวิสาหกิจ - โรงงานยาสูบ,ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร,การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย,การไฟฟ้านครหลวง,การไฟฟ้าภูมิภาค,การประปาภูมิภาค,การทางพิเศษแห่งประเทศไทย,การท่าเรือแห่งประเทศไทย,การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,บริษัท การบินไทย,การทางพิเศษ,องค์การโทรศัพท์ จำกัด ภาคเอกชน - ธนาคารพาณิชย์,บริษัทห้างร้านต่างๆค้าขาย การประกอบอาชีพของสาขา -ผู้พิพากษา ที่ปรึกษาทางกฎหมาย นักอาชญาวิทยา ทนายความ เจ้าพนักงานปกครอง เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล ผู้จัดการฝ่ายบุคคล ปลัด นักพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน เจ้าพนักงานคุมประพฤติ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร นักวิชาการ( การศึกษา การที่ดิน กรมสรรพากร)อาสาพัฒนา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และตำแหน่งงานอื่นๆ ที่รับวุตินิติศาสตรบัณฑิต |
ต้องการปรึกษาการเรียนหรือปรึกษาเรื่องอื่นๆของคณะนิติศาสตร์ ไปหาข้อมูลที่ http://www.ru.ac.th/law1/ |
|
คณะบริหารธุรกิจ สาขาวิชาการบริหารทั่วไป | |
ลักษณะเนื้อหาวิชา | - โดยจะศึกษา การวิเคราะห์เชิงปริมาณเพื่อการตัดสินใจ การบริหารงานสำนักงานธุรกิจและอุตสาหกรรมขนาดย่อม ธรุกิจระหว่างประเทศ การวางแผนควบคุมระสินค้าคงเหลือ การควบคุมคุณภาพ การสื่อสารในองค์การและการบริหารค่าตอบแทน สุขภาพและความปลอดภัย | |
แนะทางการเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี | - การเข้าศึกษาสาขาวิชาการบริหารทั่วไป ในสถาบันการศึกษาสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยมีทั้งในสถาบันต่างๆ โดยผู้เข้าศึกษาจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกสาย สายอาชีพ หรือ เทียบเท่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาวิชานี้ในคณะบริหารธุรกิจ จะได้รับวุติการศึกษาบริหารธุรกิจบัณฑิต บธ.บ. | |
คุณสมบัติผู้เข้าศึกษา | - เป็นคนมีความสมใจในทางด้านการวิเคราะห์ตัวเชิงธุรกิจ มีความสามารถในการวางแผนฉลาดเฉลียวความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มั่นใจในตัวเอง ละเอียดรอบคอบ มีเหตุผลและสามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างชัดเจน และได้ใจความ สนใจข่าวสารและเศรษฐกิจในการปลี่ยนแปลง มีความละเอียด รอบคอบ สุขุม ขยันหมั่นเพียร กล้าตัดสินใจ เชื่อมั่นในตัวเอง มีความสามารถทางคณิตศาสตร์ และสถิติ ของมูลทางเศรษฐกิจและสังคมต่างๆ | |
การศึกษาต่อหลังจบปริญญาตรี | - สำหรับผู้สำเร็จวุติการศึกษาบริหารธุรกิจบัญฑิต สาขาวิชาการบริหารทั่วไป จะสามารถศึกษาต่อระดับปริญญาโทใน สาขาวิชาต่างๆ เช่น บริหารธรุกิจ การจัดการตลาด ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร การบริหารการศึกษา การดำเนินการและการวิเคราะห์เชิงปริมาณ บัญชีบริหาร บัญชีการเงิน การบริหารงานคลังการพัฒนาระบบการบริหาร และที่สามารถรับวุติการศึกษาบริหารธุรกิจบัณฑิต บธ.บ.เป็นต้น | |
แหล่งงานที่รองรับต่างๆ | - ผู้สำเร็จทางด้านนี้ จะมีทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชนโดยแบ่งตามภาพดังนี้ ภาครัฐบาล - กระทรวงพาณิชย์,คลัง,เกษตรและสหกรณ์,มหาดไทย,คมนาคม,ศึกษาธิการ,ต่างประเทศ,ทบวงมหาวิทยาลัย และสายงานกระทรวง,กรม,ราชบริหารส่วนท้องถิ่น ภาครัฐวิสาหกิจ - ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารอาคารสงเคราะห์,ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร,การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย,การไฟฟ้านครหลวง,การไฟฟ้าภูมิภาค,การประปาภูมิภาค,การทางพิเศษแห่งประเทศไทย,การท่าเรือแห่งประเทศไทย,การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,บริษัท การบินไทย จำกัด,การเคหะแห่งชาติ บริษัทขนส่ง ภาคเอกชน - ธนาคารพาณิชย์,บริษัทห้างร้านต่างๆค้าขาย การประกอบอาชีพของสาขา - เจ้าหน้าที่บริหารงานบุคคล เจ้าหน้าที่ตรวจสอบภายใน เจ้าหน้าที่วิเคราะห์งบประมาณ นักวิเคราะห์องค์การ นักวิชาการตรวจสอบบัญชี นายตรวจศุลกากร เจ้าหน้าที่วิเคราะห์นโยบายและการวางแผน เจ้าหน้าที่ตรวจสรรพสามิต พนักงานวิจัยตลาด พนักงานขาย อาจารย์ และที่รับวุติบริหารธุรกิจบัญฑิต เป็นตัน | |
คณะรัฐศาสตร์ ภาควิชาการปกครอง | ลักษณะเนื้อหาวิชา | เป็นแนวศึกษาทางการเมืองการปกครองของส่วนภูมิภาคและของต่างประเทศ ซึ่งจะมาวิเคราะห์ทฤษฎีการเมืองเปรียบเทียบของฝ่ายต่าง ๆ โดยมีวิชาหลัก รัฐธรรมนูญและสถาบันการเมือง ทฤษฎีและจริยธรรมทางการเมือง การบวนการฝ่ายนิติบัญญัติ การเมืองยุคปัจจุบัน เป็นต้น และต้องเรียนวิชากฎหมายเพื่อสอบเข้างานข้าราชการ | แนะทางการเข้าศึกษาระดับปริญญาตรี | - การเข้าศึกษาสาขาวิชาการปกครอง สถาบันการศึกษาสังกัดทบวงมหาวิทยาลัยมีทั้งในสถาบันต่างๆ โดยผู้เข้าศึกษาจะต้องเป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลายทุกสาย สายอาชีพ หรือ เทียบเท่า ผู้สำเร็จการศึกษาสาขาวิชานี้ในคณะรัฐศาสตร์ จะได้รับวุฒิการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต ศศ.บ(รัฐศาสตร์) | คุณสมบัติผู้เข้าศึกษา | - ชอบติดตามข่าวสารบ้านเมืองในการวิเคราะห์ของรัฐบาลและการเมืองท้องถิ่น มีความคิดความเข้าใจ เกี่ยวกับหลักแนวคิดทฤษฎีการวางแผน มีวิสัยทัศน์กว้างไกล มีใจกว้างในการช่วยเหลือสังคม ยอมรับฟังการติชมจากผู้อื่น ซื่อตรงต่อความคิดเห็นของตนเอง เสนอข้อคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์และเป็นกลาง | การศึกษาต่อหลังจบปริญญาตรี | - สำหรับผู้สำเร็จวุติการศึกษาศิลปศาสตรบัญฑิต ภาคสาขาวิชาการปกครอง จะสามารถศึกษาต่อระดับปริญญาโทใน สาขาวิชาต่างๆ เช่นรัฐศาสตร์ กฎหมายทรัพย์สินทางปัญญาธุรกิจการค้าระหว่างประเทศและอนุญาโตตุลาการ บริหารธุรกิจ การบริหารการศึกษา การศึกษาเพื่อพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร ประวัติศาสตร์ ภูมิศาสตร์ จิตวิทยาการ เศรษฐศาสตร์ การอุดมศึกษา การวิจัยการศึกษา ไทยศึกษา และที่สามารถรับวุติการศึกษาศิลปศาสตรบัณฑิต ศศ.บ.เป็นต้น | แหล่งงานที่รองรับต่างๆ | - ผู้สำเร็จทางด้านนี้ จะมีทั้งภาครัฐบาล รัฐวิสาหกิจ และเอกชนโดยแบ่งตามภาพดังนี้ ภาครัฐบาล - สายงานกระทรวงคลัง,สายงานกระทรวงมหาดไทย,สายงานกระทรวงต่างประเทศ,สายงานทบวงมหาวิทยาลัย และสายงานสำนักนายกรัฐมนตรี,สายงานกระทรวงยุติธรรม,กรม,ราชบริหารส่วนท้องถิ่น ภาครัฐวิสาหกิจ - ธนาคารแห่งประเทศไทย, ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย,ธนาคารสยาม,การปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย,การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย,องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพฯ,การประปาภูมิภาค,การทางพิเศษแห่งประเทศไทย,การท่าเรือแห่งประเทศไทย,การนิคมอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย,บริษัท การบินไทย จำกัด,โรงงานยาสูบ ภาคเอกชน - ธนาคารพาณิชย์,บริษัทห้างร้านต่างๆค้าขาย การประกอบอาชีพของสาขา - เจ้าพนักงานปกครอง ปลัด นักพัฒนาชุมชน เจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวน เจ้าพนักงานคุมประพฤติ นายตำรวจชั้นสัญญาบัตร นักวิชาการ(การขนส่ง การศึกษา การที่ดิน กรมสรรพากร)อาสาพัฒนา เจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์ และตำแหน่งงานอื่นๆ ที่รับวุติศิลปศาสตรบัณฑิต |
|
|
| ิลักษณะทั่วไปของอาชีพ | - เป็นผู้มีอำนาจอิสระในการพิจารณาอรรถคดีทั้งปวงควบคุมการดำเนินกระบวนการพิจารณาคดี ออกข้อกำหนดใดๆ เพื่อรักษาความเรียบร้อยในบริเวณศาลและเพื่อให้กระบวนการพิจารณาดำเนินต่อไป โดยเที่ยงธรรมและรวดเร็วไต่สวนหรือวินิจฉัยชี้ขาดคำร้องหรือคำขอไต่สวนมูลฟ้องในคดีอาญา ไต่สวนการชันสูตรศพในกรณีที่มีความตายเกิดขึ้นโดยการกระทำของเจ้าพนักงาน นั่งพิจารณาคดีและควบคุม นำสืบพยานหลักฐานของคี่ความตรวจบุคคล วัสดุ สถานที่หรือตั้งผู้เชี่ยวชาญใช้ดุลยพิจารณาวินิจฉึยซี่งน้ำหนักพยานหลักฐานทั้งปวง พิจารณาพิพากษาชี้ขาดตัดสินคดีทั้งทางแพ่งและทางอาญาโดยยุติธรรมตามกฎหมายตลอดจนบังคับคดีให้เป็นไปตามคำพิพากษา อาจมีอำนาจพิจารณาคดีต่างประเภทกัน ตามประเทของศาล | คุณสมบัติ | - 1. สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรีทางนิติศาสตร์ 2. สอบไล่ได้ตามหลักสูตรของสำนักอบรมศึกษากฎหมายแห่งเนติบัณฑิตสภา 3. ประกอบวิชาชีพทางกฎหมายเป็นจ่าศาล เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ เจ้าพนักงานบังคับคดี พนักงานคุมประพฤติ ทนายความ (ว่าความในศาลมาแล้ว 10 เรื่อง หรือประกอบอาชีพทางกฎหมายเป็นเวลาไม่น้องกว่า 2 ปี) | โอกาสและความก้าวหน้า | - สามารถประกอบอาชีพในภาครัฐบาลในกระทรวงยุติธรรม กระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงกลาโหม ทบวง กรมอื่นๆ | ความต้องการของตลาดแรงงาน | - มีตลาดแรงงานที่เกี่ยวข้องกับวิชาชีพกฎหมายมากมาย โดยเฉพาะภาคเอกชนนิยมจ้างผู้มีความรู้ด้านกฎหมาย รับผิดชอบเกี่ยวกับการบริหารบุคคล หรือสถาบันการเงิน สินเชื่อ เงินทุนหลักทรัพย์ |
|
|
| | | | |
17 กรกฎาคม 2551 18:53 น.
จำนวนผู้อ่าน : 39555 คน
พิมพ์หน้านี้
ชอบเรื่องนี้
มีคณะอื่นๆอีกมั้ยคะ อยากรู้จริงๆ ช่วยหน่อยนะคะ